'คมนาคม' ตั้งเป้าปลดล็อคขอบกพร่องทางการบินจบภายในปีนี้

‘สุริยะ’สั่งหน่วยงานด้านการบินเตรียมพร้อมรับการตรวจสอบมาตรฐาน FAA ภายในปีนี้ หวังดันไทยปลดล็อคสู่ CAT1 กลับบินเข้าน่านฟ้าอเมริกา ด้าน กพท.เผยประเด็นที่มีสาระสำคัญด้านความปลอดภัยดำเนินการแก้ไขแล้วเสร็จ

4 เม.ย.2567-นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานด้านการบิน โดยเฉพาะสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เตรียมความพร้อมผลักดันให้ประเทศไทยกลับเข้าสู่มาตรฐานการบินขององค์การบริหารการบินแห่งสหรัฐอเมริกา (FAA CAT1) เพื่อให้สายการบินของไทยกลับไปให้บริการในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ โดยปัจจุบันประเทศไทยมีความพร้อมในทุกด้าน ซึ่ง กพท. จะได้ประสานงาน FAA เพื่อเข้าตรวจภายในปี 2567

สำหรับการยกระดับมาตรฐานด้านการบิน เป็นหนึ่งในเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การบินของภูมิภาค โดยกระทรวงฯ มอบหมายให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กรมท่าอากาศยาน (ทย.) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) กพท. และสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) บูรณาการแนวทางการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมร่วมกัน

“โดย ทอท.และ กพท.จะต้องเร่งรัดดำเนินการในส่วนของแผนขยายขีดความสามารถท่าอากาศยาน ศึกษาทบทวน แผนแม่บทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อให้สามารถรองรับผู้โดยสาร 80 ล้านคนในระยะสั้น 1 – 3 ปีนี้ และ 150 ล้านคนในระยะยาว ตามข้อสั่งการของรัฐบาล รวมทั้งปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และท่าอากาศยานอีก 4 แห่ง และที่จะสร้างใหม่อีก 2 แห่ง ทั้งที่ล้านนาและอันดามัน ให้เป็นรูปธรรม”นายสุริยะ กล่าว

นอกจากนี้ กพท.จะต้องดำเนินการวางแผนน่านฟ้า และตารางการบิน (slot) ให้เพียงพอต่อการรองรับปริมาณเที่ยวบินที่จะเพิ่มมากขึ้น โดย กพท.ต้องร่วมกับผู้บริหารท่าอากาศยาน และสายการบินในการรื้อปรับเปลี่ยน slot การบินเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยสูงสุด ให้เหมาะสมที่จะดึงสายการบินมาใช้ท่าอากาศยานของประเทศไทย โดยเฉพาะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในการเป็นฮับเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารต่อเครื่อง  

ด้านนายสุทธิพงษ์ คงพูล ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กล่าวว่า ขณะนี้ กพท.อยู่ระหว่างแก้ไขปัญหาด้านการบินตามข้อแนะนำของ FAA ซึ่งมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยข้อบกพร่องตามมาตรฐาน FAA ที่มีสาระสำคัญด้านความปลอดภัยปัจจุบันได้ดำเนินการแก้ไขแล้วเสร็จ ทั้งนี้ กพท.มั่นใจว่าจะสามารถผ่านการตรวจสอบและปรับระดับมาตรฐานด้านการบินของ FAA กลับมาเป็นระดับ category1 (อยู่ในมาตรฐาน) ซึ่งเป็นระดับปกติตามเดิมภายในปีนี้

สำหรับการยื่นปรับระดับมาตรฐานด้านการบิน FAA สืบเนื่องจากเมื่อปี 2558 FAA ได้ประกาศลดอันดับไทยอยู่ให้อยู่ใน Category 2 เนื่องจากไม่สามารถแก้ไข 36 ข้อบกพร่องได้ครบตามกำหนด ซึ่งสอดคล้องไปกับผลการตรวจสอบมาตรฐานด้านการบินจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) แต่ปัจจุบันไทยสามารถแก้ไขข้อบกพร่องและตรวจสอบผ่านมาตรฐาน ICAO แล้ว

อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าจะสามารถยื่นรับการตรวจสอบจาก FAA และปรับระดับมาตรฐานด้านการบินจากระดับ category 2 (ต่ำกว่ามาตรฐาน) กลับเข้าสู่ category1 (อยู่ในมาตรฐาน) ซึ่งจะส่งผลให้สายการบินในไทยที่จดทะเบียนโดย กพท.สามารถกลับไปเปิดให้บริการ เพิ่มเที่ยวบินหรือเพิ่มจุดบินใหม่ในสหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นๆ ที่ใช้มาตรฐานด้านการบินของ FAA ได้ตามปกติ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เฮ! ก.คมนาคม ปลดล็อกจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง

ก.คมนาคม ปลดล็อกรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง รัฐบาลเชิญชวนนำรถตรวจสภาพ จดทะเบียน “รย.12” หนุนใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ 14 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และเพื่อให้รถมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน รองรับกลุ่ม “รถเศรษฐกิจชุมชน” เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต อยู่เคียงคู่กับชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จะได้รับการจดทะเบียนเป็นรถประเภท "รย.12" ซึ่งเป็นลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ และชำระภาษี ซึ่งมีอัตราภาษีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 150 บาท นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องมีองค์ประกอบและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งกำหนดรายละเอียดสำคัญของรถพ่วงข้าง ดังนี้ ความยาวไม่เกิน 1.75 เมตร ความสูงไม่เกิน 2 เมตร ความกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร และความกว้างรวมกับรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 1.5 เมตร ทั้งนี้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ต้องเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยการติดตั้งอุปกรณ์ อาทิ ไฟหน้าต้องมีไฟหน้าสีขาวหรือสีเหลือง เพื่อให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นได้ชัดเจน มีแผ่นสะท้อนแสง และติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดงบริเวณด้านท้าย เพื่อเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน รวมถึงติดตั้งไฟท้ายและไฟเบรกสีแดงให้ส่องสว่างไปด้านหลัง ช่วยแจ้งเตือนรถคันอื่นเมื่อชะลอหรือหยุดรถ รวมทั้งติดป้ายสะท้อนแสงคำว่า "รถพ่วงข้าง" ที่ด้านท้าย โดยใช้พื้นสีขาวหรือสีเหลือง และตัวอักษรสีดำ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในช่วงกลางคืน “รัฐบาลเชิญชวนให้เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำรถเข้าจดทะเบียน เพื่อสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อให้มีการกำกับ ควบคุม ให้สอดคล้องกับบริบทการใช้ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้รถเศรษฐกิจชุมชนประกอบอาชีพเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน” นางสาวพลอยทะเล ระบุ

เปิดเบื้องลึก! ทำไมรัฐบาลล้ม 'รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน'

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ฝันค้างทั้งเมือง! รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน “สะดุด” รัฐพับแผนซื้อคืนสัมปทาน