โฆษกรัฐบาลเผย 'นายกฯ' ยิ้มออกศก.ไทยฟื้นตัวหลังดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคเติบโต

โฆษกรัฐบาล เผย “นายกฯ” ยินดีดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือน ธ.ค. 64 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบทุกภูมิภาค สะท้อนความเข้มแข็งภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และภาคบริการ โดยเฉพาะภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคเหนือ เชื่อมั่นทิศทางเศรษฐกิจไทยปี65 ฟื้นตัวต่อเนื่อง

2 ม.ค. 2565 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีกับรายงานดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนธันวาคม 2564 จากการประมวลผลข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจรายจังหวัดจากสำนักงานคลังจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค พบว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือนธันวาคม 2564 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าเกือบทุกภูมิภาค สะท้อนความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในอนาคตทั้งในภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ โดยเฉพาะภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคเหนือ จากนโยบายการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และจำนวนผู้ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคใต้ปรับเพิ่มจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 76.7 โดยได้รับปัจจัยจากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ ภาคตะวันออก ปรับเพิ่มจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 72.1 แนวโน้มเศรษฐกิจขยายตัวโดยได้รับปัจจัยจากภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรม ภาคเหนือ อยู่ที่ระดับ 72.0 แนวโน้มเศรษฐกิจขยายตัวโดยได้รับปัจจัยจากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ที่ 69.6 แนวโน้มเศรษฐกิจขยายตัวโดยได้รับปัจจัยจากภาคบริการและการลงทุน ภาคกลางอยู่ที่ 67.9 แนวโน้มเศรษฐกิจขยายตัวโดยได้รับปัจจัยจากภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม ภาคตะวันตกอยู่ที่ 67.2 แนวโน้มเศรษฐกิจขยายตัวโดยได้รับปัจจัยจากภาคบริการและภาคเกษตรกรรม ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล อยู่ที่ 55.1 แนวโน้มเศรษฐกิจขยายตัวโดยได้รับปัจจัยจากภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรม

“ความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือนธันวาคม 2564 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าเกือบทุกภูมิภาค สะท้อนความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในอนาคตทั้งภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ ตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ปรับตัวดีขึ้นและจำนวนผู้ได้รับวัคซีนที่เพิ่มมากขึ้น นักท่องเที่ยวมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ อีกด้วย รัฐบาลยังคงมุ่งมั่นเดินหน้านโยบายต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปี2565 และเชื่อมั่นว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องอย่างแน่นอน” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม. เห็นชอบ วาระแห่งชาติด้านพลังงาน เผยมาตรการบรรเทาผลกระทบค่าไฟฟ้า

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบในหลักการวาระแห่งชาติด้านพลังงาน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่ผันผวน และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ครม. ไฟเขียวเงินอุดหนุนรายปี 'สภาองค์กรของผู้บริโภค' 344 ล้านบาท

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบกรอบวงเงิน การขอรับการจัดสรรเงินอุดหนุนเป็นรายปี เป็นการจ่ายขาดให้แก่สภาองค์กรของผู้บริโภค

รัฐบาลปลื้ม! ช่วยค่าครองชีพเสียงตอบรับดี จ่ออุ้มค่าไฟ ลุยไทยช่วยไทยพลัส

รัฐบาลติดตามความเห็นประชาชน หลัง 'นิด้าโพล' ชี้ 12 มาตรการช่วยค่าครองชีพ เสียงตอบรับดี เตรียมเสริม 'ค่าไฟ–ไทยช่วยไทย พลัส' เริ่ม มิ.ย.นี้

รัฐบาลแจงยกเลิก MOU 44 เจรจากันเพียง 5 ครั้ง ไม่บรรลุเป้าหมาย ความขัดแย้งยังมีอยู่

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า วันเดียวกันนี้ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ 2/ 2569 ได้มีมติยกเลิก MOU44 ตามนโยบายรัฐบาล ด้วยเหตุผล 1. MOU44 เป็นกรอบการเจรจาการบริหารทรัพยากรร่วมกัน ที่อยู่ใต้ทะเล ระหว่างไทย กัมพูชา แต่ 20 กว่าปีที่ผ่านมา มีการเจรจากันเพียง 5 ครั้ง

โฆษกรัฐบาล ขอบคุณ คปท. สะท้อนเสียงประชาชน ย้ำรับฟังทุกข้อคิดเห็น

ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับหนังสือข้อร้องเรียนจากเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิ