ทำไม 'อนุทิน-ปกรณ์' คิดต่าง เรื่องโกงข้อสอบท้องถิ่น

5ส.ค.2569- นายเทพไท เสนพงษ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง ทำไม??? อนุทิน-ปกรณ์ คิดต่าง เรื่องโกงท้องถิ่น มีเนื้อหาดังนี้

เมื่อวานนี้(4 สิงหาคม) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่นปี 2568 ได้แถลงผลการสอบสวน หลังจากประชุมนัดสุดท้าย โดยสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ คือ

1.พบความบกพร่องเกือบทุกขั้นตอน มีข้อพิรุธตั้งแต่กระบวนการกำหนดอัตราตำแหน่ง (TOR) การแบ่งศูนย์สอบ และการจัดทำข้อสอบ

2.การแก้ไขคะแนนหลังสอบ พบหลักฐานชัดเจนในการประกาศรับรองบุคคล โดยมีการปรับแก้ไขทั้งจำนวนคนและพบความผิดปกติบนใบคะแนนอย่างรุนแรง

3.ผู้เกี่ยวข้องกว่า 100 ชีวิต ข้อมูลในไฟล์รายชื่อ พบทั้งข้าราชการระดับสูงในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกลุ่มคนนอก ซึ่งในเบื้องต้นจะยังคงถูกเก็บไว้เป็นชั้นความลับเพื่อไม่ให้เสียรูปคดี

4.หลักฐานมัดแน่น คณะอนุกรรมการสามารถรวบรวมถ้อยคำพยาน สัญญาจ้าง และเอกสารเส้นทางการเงินจาก สำนักงาน ปปง. มาประกอบสำนวนได้อย่างครบถ้วน

5.อาจต้องจัดสอบใหม่ทั้งหมด เนื่องจากกระบวนการสอบครั้งนี้ขาดความโปร่งใสและรั่วไหลในวงกว้าง

6.เสนอลงโทษ 4 มิติ คณะกรรมการเตรียมเสนอเรื่องให้นายกรัฐมนตรีเพื่อส่งฟ้องและลงโทษผู้กระทำผิดทั้งทาง อาญา แพ่ง วินัย และจริยธรรม

7.พร้อมส่งไม้ต่อหน่วยงานปราบปราม เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.), สำนักงาน ป.ป.ท. และสำนักงาน ก.พ. ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

8.กำหนดไทม์ไลน์ไล่ออก ให้กระทรวงมหาดไทย เร่งผลักดันให้ผู้ทุจริตและผู้สมรู้ร่วมคิด พ้นจากตำแหน่งราชการภายในเดือนสิงหาคมนี้

9."เรื่องนี้หนังยาว ไม่จบง่าย แต่ต้องจบ" และยืนยันว่าจะไม่มีการดึงเรื่อง หรือปล่อยผ่านแน่นอน เพื่อกู้ภาพลักษณ์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกลับคืนมา โดยใช้หลักการทำงานคือ "กรรมใครกรรมมัน"

แต่ถ้าดูท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ซึ่งได้กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการทุจริตสอบท้องถิ่น จะจบลงเมื่อไหร่ ว่า

“จริงๆ มันจบแล้ว กระบวนการต่างๆ ทั้งการกล่าวหา การดำเนินคดี และการสอบวินัยร้ายแรง อยู่ในขั้นตอนหมดแล้ว รวมถึงการยกเลิกผลประกาศการสอบ ก็ดำเนินการแล้ว สิ่งที่ตามมาคือ การขยายผลไปยัง ผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามลำดับ”

“เรื่องนี้ต้องถือว่า เรียบร้อย เหลืออย่างเดียวคือ ศาลยังไม่ได้ตัดสินลงโทษผู้กระทำผิด”

จะเห็นได้ว่าความเห็นของนายปกรณ์กับความเห็นของนายอนุทิน แตกต่างกันในหลายประเด็น ซึ่งไม่มั่นใจว่าทั้ง2คนได้พูดคุยกันก่อนให้สัมภาษณ์หรือไม่ หรือต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างพูด เมื่อเป็นเช่นนี้สังคมจะเชื่อคำพูดของใครมากกว่ากัน แม้ว่านายอนุทิน คือนายกรัฐมนตรี ส่วนนายปกรณ์จะเป็นแค่รองนายกรัฐมนตรีก็ตาม แต่เนื้อหาสาระการพูดของนายปกรณ์ ต้องการจะเล่นงานขบวนการโกงทุจริตสอบท้องถิ่นทั้งระบบ ส่วนความเห็นของนายอนุทิน บอกว่าทุกอย่างจบแล้ว ต้องการตัดจบแค่ข้าราชการประจำเพียงไม่กี่คน ตัดตอนไม่ให้เชื่อมโยงไปถึงฝ่ายการเมืองหรือตัวการใหญ่

ขอให้นายอนุทินและนายปกรณ์ ไปจับเข่าคุย หรือปิดห้องคุยกัน ให้ตกผลึกเสียก่อน ว่าจะเอาอย่างไรกับคดีโกงข้อสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น เพื่อไม่ให้สังคมสับสน และเพื่อเป็นแนวทางเดียวกันของฝ่ายรัฐบาล

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ปกรณ์' แจงยุบธนาคารที่ดิน ไม่เกี่ยวข้องโฉนดชุมชน แนะเจ้าหน้าที่อย่าขับไล่ชาวบ้าน

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาทบทวนการยุบสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. รวมถึงกลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ)

'นายกฯ' ย้ำทูลเกล้าฯ 'หมอสรณ' พ้นปธ.กสทช. ยึดกม.-ขั้นตอน ใช้ดุลยพินิจไม่ได้

นายกรัฐมนตรี เผยการทูลเกล้าฯ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กรณีขาดคุณสมบัติ

นายกฯ เตรียมเยือนอินโดนีเซียในรอบ 15 ปี ปูทางการค้า-ลงทุน หุ้นส่วนยุทธศาสตร์

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ