
“สุชาติ” มอบนโยบาย สนค. เน้นเร่งวิเคราะห์สินค้าส่งออกตามความต้องการตลาด และมุ่งสนับสนุนภาคเอกชน
21 พ.ค. 2567 – นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบนโยบายในการทำงานให้แก่คณะผู้บริหารสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โดยให้เร่งผลักดันการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ เจาะลึกการศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเชิงรุกด้านเศรษฐกิจการค้าที่มุ่งเพิ่มมูลค่าและขยายตลาดส่งออก รวมทั้งวิเคราะห์ผลกระทบทางการค้าใหม่ ๆ ทั้งความเสี่ยงและโอกาส เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบ ปรับตัวเพื่อแสวงหาโอกาส ตลอดจนยกระดับการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน โดยนโยบายสำคัญ 5 ด้าน ดังนี้
ด้านที่ 1: ยึดแนวทางปฎิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล และรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เร่งดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์และเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเร่งขับเคลื่อนภารกิจของหน่วยงาน ยึดแนวทางตามนโยบายรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี (นายเศรษฐา ทวีสิน) และรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายภูมิธรรม เวชยชัย) และช่วยสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานปฏิบัติอื่น ๆ ทั้งภายในและภายนอกกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงภาคเอกชน เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายด้านเศรษฐกิจการค้าบรรลุผลสำเร็จ สามารถแก้ปัญหาความเดือดร้อนและสร้างประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
ด้านที่ 2: วิเคราะห์แนวทางการผลักดันการส่งออก “สินค้าระดับรอง” สู่การส่งออกที่เพิ่มขึ้นปัจจุบันการส่งออกในแต่ละหมวด ยังกระจุกตัวอยู่แค่บางสินค้าเท่านั้น ทำให้การส่งออกของไทยที่ผ่านมา ไม่สามารถขยายตัวได้อย่างเต็มศักยภาพ จึงจำเป็นต้องผลักดันสินค้าศักยภาพที่จะเป็นสินค้าระดับรอง ซึ่งเป็นสินค้า ที่ยังมีมูลค่าส่งออกน้อย แต่กลับเป็นสินค้าที่เติบโตได้ดีมาตลอด มีความต้องการจากตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเป็นสินค้าที่สร้างมูลค่าเพิ่มในตัวได้ เช่น สินค้าเกษตร ยังมีศักยภาพในการส่งออกกาแฟ กล้วยไม้ สารสกัดจากสมุนไพร ฯลฯ สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ยังมีศักยภาพที่จะส่งเสริมผลิตภัณฑ์จากข้าว ผักผลไม้กระป๋อง ผักผลไม้ แปรรูป น้ำผลไม้/น้ำผัก ไอศกรีม คราฟต์ช็อกโกแล็ต ฯลฯ ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่เป็นการส่งออก ของธุรกิจชาวต่างชาติ แต่ยังมีสินค้าของธุรกิจคนไทยที่ควรส่งเสริมให้มีศักยภาพ เช่น เครื่องประดับ เครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนัง เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ บำรุงผิว เครื่องใช้ในครัวเรือน ของตกแต่ง ฯลฯ ให้ สนค. ศึกษาแนวทาง หรือกลยุทธ์การผลักดันสินค้าระดับรอง เพื่อทำให้การส่งออกยังสามารถเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้ต่อไป
ด้านที่ 3: เจาะลึกการศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเชิงรุกให้สอดคล้องและทันต่อสถานการณ์ปัจจุบันสนค. มีการศึกษาและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านเศรษฐกิจการค้า ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญช่วยสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานภายในกระทรวงพาณิชย์ หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนอื่น ๆ ผู้ประกอบการ เกษตรกร และประชาชนทั่วไป ใช้เป็นข้อมูลและแนวทางประกอบการกำหนดนโยบายและมาตรการเพื่อปฏิบัติงานของภาครัฐ และการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจของภาคเอกชน ทั้งนี้ ให้ สนค. มุ่งเน้นเจาะลึกการศึกษาและวิเคราะห์เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงรุก รวมทั้งศึกษาผลกระทบต่าง ๆ ให้สอดคล้องและเท่าทันสถานการณ์ปัจจุบัน และ เป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของภาคธุรกิจและประชาชนเพื่อสร้างและขยายโอกาสทางการค้า และพร้อมรับมือความเสี่ยงจากผลกระทบได้อย่างทันท่วงที
ด้านที่ 4: เสริมแกร่ง “SMEs – เกษตรกร” เฟ้นหาตัวจริงดันส่งออก และใช้นวัตกรรมภาคเกษตรเพื่อกระจายรายได้และความเจริญทางเศรษฐกิจ ต้องสนับสนุน SMEs ให้มีบทบาทในการสร้างมูลค่า ทางเศรษฐกิจของประเทศเพิ่มขึ้น โดยให้ สนค. ศึกษาแนวทางการส่งเสริม SMEs ท้องถิ่นในระดับจังหวัดและชุมชน เพื่อพัฒนาให้สามารถส่งออกได้มากขึ้น โดยอาจใช้กลไกพาณิชย์จังหวัดร่วมมือกับหน่วยงานระดับพื้นที่ เฟ้นหา SMEs ตัวจริง เพื่อจับคู่ธุรกิจแบบตัวต่อตัว (B2B) กับคู่ค้าและผู้นำเข้าที่มีศักยภาพ ผลักดันการส่งออกสินค้าชุมชน สินค้า- อัตลักษณ์ท้องถิ่น และสินค้า GI สู่ตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ขอให้ศึกษาแนวทางการสร้างและพัฒนานวัตกรรม (Innovation) ด้านการเกษตร ที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตต่อไร่ รวมถึงเครื่องมือและเทคโนโลยี การผลิตเชิงอุตสาหกรรมการเกษตร เพื่อพลิกโฉมเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม สู่เกษตรนวัตกรรม ทั้งหมดนี้ มุ่งหวังให้ SMEs ไทย แข่งขันได้ในตลาดโลก และเพื่อให้เกษตรกรไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ด้านที่ 5: ยกระดับการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนให้ สนค. ยกระดับการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก โดยเฉพาะกระทรวงที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและปากท้องของประชาชน อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือและการสนับสนุนด้านวิชาการ และการเผยแพร่ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการค้าที่เป็นประโยชน์ เพื่อชี้นำทิศทางเศรษฐกิจการค้าไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความซ้ำซ้อนของปฏิบัติงาน ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่สอดประสานกันตามนโยบายภาพใหญ่ของรัฐบาล
การประกอบธุรกิจค้าในยุคนี้มีความท้าทายอย่างยิ่ง ต้องเผชิญกับประเด็นหรือปัจจัยใหม่ ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางการค้าแบบพลวัต มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแทบจะตลอดเวลา และจะมีความซับซ้อนมากขึ้นเนื่องจากถูกยึดโยงด้วยปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องกันจากหลากหลายมิติความสัมพันธ์ ดังนั้นการนำนโยบายสำคัญทั้ง 5 ด้าน ไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าของประเทศ และช่วยสนับสนุนทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งประชาชนที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถกำหนดนโยบาย และมาตรการที่เป็นแนวทางการปฏิบัติ และวางแผนการดำเนินกิจกรรมด้านเศรษฐกิจการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขอให้คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรของ สนค. ในฐานะหน่วยงานวิชาการที่เป็นมันสมอง (Think Tank) ของกระทรวงพาณิชย์ รับมอบนโยบายเพื่อนำไปปฏิบัติ ร่วมแรงร่วมใจขับเคลื่อนการดำเนินงาน ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายภูมิธรรม เวชยชัย) อย่างเต็มความสามารถ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าของไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘แบงก์ชาติ’เคาะจีดีพีปีนี้โต2.2% อานิสงส์ส่งออก/จับตาบาทแข็ง!
‘แบงก์ชาติ’ ให้เลยจีดีพีปี 68 โตแน่ 2.2% ชี้เศรษฐกิจเดือน พ.ย. ยังขยายตัว อานิสงส์ส่งออก-รายรับภาคท่องเที่ยวฟื้น พร้อมจับตาสถานการณ์เงินบาทแข็งแข็งค่า
พาณิชย์โชว์ส่งออกเดือนพ.ย.โต 7.1%
พาณิชย์ปลื้มส่งออกเดือน พ.ย.68โต 7.1% มูลค่า 27,445.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวต่อเนื่อง 17 เดือนติด รวม 11 เดือน มูลค่า 310,706.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 12.6% ทำสถิตินิวไฮ คาดเดือน ธ.ค. หากทำได้ 2.5 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ ทั้งปีโต 11.6% คาดทั้งปีโต 12.1% ส่วนปี 69 ประเมินขยายตัวติดลบ 3.1% ถึงบวก 1.1%
“รมว.ทส. มอบนโยบายขับเคลื่อนการบริหารทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เน้นรับมือไฟป่า ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และแก้ปัญหาช้างป่า
วันนี้ (25 ธันวาคม 2568) เวลา 10.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่เพื่อตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี และมอบนโยบายด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนแก่ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงฯ ณ ห้องประชุมอาคาร กปร.
รองนายกฯ “สุชาติ” แจ้งเตือนประชาชน–สถานประกอบการ เฝ้าระวังอุบัติภัยสารเคมีช่วงปีใหม่ 2569
นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำชับหน่วยงานในสังกัด ทส.
“รองนายกฯ สุชาติ สั่ง คพ. จับตาลักลอบทิ้งสารเคมี 24 ชม. รุกสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมฉะเชิงเทรา ตรวจพบต้องสอบทันที”
นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความห่วงใยต่อสถานการณ์การลักลอบทิ้งกากของเสียและสารอันตรายในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยเฉพาะจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งมีแนวโน้มทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น

