
เรดิสัน โฮเทล กรุ๊ป ประกาศรีแบรนด์ “พาร์ค พลาซ่า แบงค็อก ซอย 18” สู่ “เรดิสัน เรด กรุงเทพฯ สุขุมวิท 18” โรงแรมไลฟ์สไตล์น้องใหม่แบรนด์ Radisson RED แห่งแรกใจกลางกรุงเทพฯ ที่มาพร้อมคอนเซปต์สุดชิคและดีไซน์ที่มีสีสันสดใส ที่จะมาเติมความคึกคักมีชีวิตชีวาให้กับมหานครแห่งนี้ โดยมีกำหนดเปิดตัวในไตรมาส 4 ปี 2568
24 มิ.ย. 2567 – เรดิสัน เรด กรุงเทพฯ ซอย 18 มิติใหม่ของโรงแรมไลฟ์สไตล์ระดับอัปเปอร์อัพสเกล ที่ฉีกกรอบการดีไซน์แบบเดิม ๆ เพิ่มความโดดเด่นสะดุดตาและให้ความรู้สึกมีพลังด้วยสีแดงสไตล์โมเดิร์น อันเป็นเอกลักษณ์ของเรดิสันเรด ผนวกความงามของศิลปะกับการออกแบบตกแต่งภายในและพื้นที่ส่วนกลางในสไตล์ทันสมัย ให้ความรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย และรู้สึกเป็นตัวของตัวเอง เรดิสัน เรด กรุงเทพฯ ซอย 18 ตั้งอยู่บนทำเลทองใจกลางเมืองย่านสุขุมวิท ที่รายล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้า บาร์ ร้านอาหารริมทางที่หลากหลาย และอื่น ๆ อีกมากมาย จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักเดินทางที่ต้องการพักผ่อนไปพร้อมกับค้นหาความสนุกและได้สัมผัสสีสันแห่งกรุงเทพมหานครอย่างแท้จริง
สำหรับ เรดิสัน เรด กรุงเทพฯ สุขุมวิท 18 เตรียมเปิดตัวในไตรมาส 4 ปี 2568 เพื่อมอบประสบการณ์การเข้าพักสุดพิเศษใจกลางกรุงเทพฯ มีห้องพักถึง 125 ห้อง ที่ออกแบบใหม่ที่ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสความสะดวกสบายเหนือระดับในทุกห้องพัก ด้วยเตียงนอน ที่ให้ความรู้สึกนุ่มสบายเหมือนนอนอยู่บนปุยเมฆในแบบฉบับของแบรนด์เรดิสัน เรด ห้องน้ำฝักบัวแรงดันสูง ช่วยให้ผ่อนคลายความเมื่อยล้า เทคโนโลยีล้ำสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ Wi-Fi ความเร็วสูง เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างราบรื่น โซลูชั่นอัจฉริยะ เพิ่มความสะดวกสบายในการเข้าพัก พื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบมาอย่างมีสไตล์ที่เชื่อมต่อทุกพื้นที่เข้าด้วยกัน เหมาะสำหรับการพักผ่อน พบปะผู้คน และถ่ายรูปลงโซเชียลมีเดีย ศูนย์ออกกำลังกาย ครบครันด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายหลากหลายชนิด ช่วยให้คุณดูแลสุขภาพได้อย่างเต็มที่ สระว่ายน้ำและบาร์บนชั้นดาดฟ้า สัมผัสวิวทิวทัศน์กรุงเทพฯ แบบพาโนรามา ผ่อนคลายความร้อนและความเหนื่อยล้า ห้องประชุมที่สว่างสดใส เหมาะสำหรับการจัดประชุม สัมมนา หรือกิจกรรมทางธุรกิจต่าง ๆ
ทั้งนี้ เรดิสัน เรด กรุงเทพฯ สุขุมวิท ตั้งอยู่ในทำเลชั้นเยี่ยม ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS อโศก และสถานีรถไฟใต้ดิน MRT สุขุมวิท เพียงไม่กี่ก้าว ช่วยให้คุณเดินทางไปยังทุกพื้นที่ของกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะไปชอปปิ้ง รับประทานอาหาร เที่ยวชมสถานที่สำคัญ หรือติดต่อธุรกิจ นอกจากนี้ ยังอยู่ใกล้กับศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และสวนเบญจกิติ ซึ่งมีทั้งทะเลสาบ สวนสาธารณะ และทางเดินเหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจหรือออกกำลังกาย
นายชัยยุทธ ศักดิ์จิระพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พาร์ค รอยัล จำกัด กล่าวว่า “สุขุมวิท ขึ้นชื่อว่าเป็นย่านใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวากว่าย่านไหน ๆ ในกรุงเทพฯ คอนเซ็ปต์ของแบรนด์ เรดิสัน เรด ซึ่งเป็นโรงแรมที่มีบุคลิกสนุกสนานและสีสันสดใส จึงตอบโจทย์ทุกสิ่งได้อย่างลงตัวกับย่านสุขุมวิทแห่งนี้ ที่ขึ้นชื่อทั้งในด้านบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา สถานบันเทิงยามค่ำคืนที่คึกคัก และสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย เราเชื่อมั่นว่าการเปิดตัวของโรงแรม เรดิสัน เรด จะสะท้อนถึงพลังใหม่ที่โดดเด่นของย่านสุขุมวิท ที่จะมอบประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์และน่าจดจำให้กับแขกผู้เข้าพัก”
กวิน ศักดิ์นฤหล้า กรรมการผู้จัดการ บริษัท พาร์ค รอยัล จำกัด กล่าวว่า “พาร์ค รอยัล และ เรดิสัน โฮเทล กรุ๊ป เป็นพันธมิตรทางที่ดีต่อกันมาอย่างยาวนานและเล็งเห็นความสำคัญของการเป็นคู่ค้าทางธุรกิจ เราหวังว่าจะร่วมกันสร้างโรงแรมนี้ให้กลายเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่น เพื่อเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมแห่งใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศในย่านสุขุมวิท”

นายเอลลี่ ยูเนส รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาระดับโลก เรดิสัน โฮเทล กรุ๊ป กล่าวว่า “พาร์ค รอยัล เป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งและมีศักยภาพ การเปิดตัวโรงแรมเรดิสัน เรด จะสร้างมิติใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการบริการของกลุ่มโรงแรมระดับอัพสเกลในกรุงเทพฯ ด้วยแนวคิดที่สดใหม่และเปี่ยมไปด้วยพลัง ซึ่งจะทำให้โรงแรมแห่งนี้โดดเด่นไม่เหมือนใคร การรีแบรนด์ครั้งนี้ เป็นการยืนยันถึงจุดแข็งของแบรนด์ของเราในการตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะตัวของทุกตลาด”
อย่างไรก็ดี ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดหลักของ เรดิสัน โฮเทล กรุ๊ป ในภูมิภาค ปัจจุบันมีโรงแรมเปิดดำเนินงานและอยู่ระหว่างการพัฒนาในพอร์ตโฟลิโอของเครือโรงแรมแรมเรดิสันในไทย จำนวน 14 แห่ง ซึ่งรวมถึงการเปิดตัวของแบรนด์เรดิสัน เรด แห่งแรกในประเทศไทย ที่โรงแรมเรดิสัน เรด ภูเก็ต ป่าตอง บีช การขยายกิจการครั้งนี้ เป็นการสะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันชาญฉลาดและตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ เรดิสัน โฮเทล กรุ๊ป ในการเป็นผู้บุกเบิกด้านการอุตสาหกรรมบริการและการสร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมใหม่ทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'กสิกรไทย'อวดกำไร Q1 แตะ 1.46 หมื่นล้าน
'กสิกรไทย'เปิดกำไรไตรมาสแรกพุ่ง 1.4 หมื่นล้าน โต 6.35% จากรายได้ค่าธรรมเนียม ธุรกิจประกันภัยและบริการ ชี้พิษตะวันออกกลางฉุดเศรษฐกิจไทยสะดุดคาดทั้งปีโตเพียง 0.8–1.2%
สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'
20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.

