
‘เอกนัฏ’ สั่ง กนอ. เฝ้าระวังน้ำรอบนิคมฯเต็มกำลัง ยันระดับน้ำแม่น้ำกวงภาคเหนือยังปลอดภัย แต่ต้องจับตาต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจนักลงทุนและชุมชนรอบข้าง
30 ก.ย. 2567 – นายเอกนัฏ พร้อมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เฝ้าระวังและป้องกันอุทกภัยอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับภาคเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่โดยรอบนิคมอุตสาหกรรม พร้อมเตรียมแผนการรับมือและการเตรียมความพร้อม ทั้งนี้ กนอ.รายงานว่าได้ดำเนินการทดสอบระบบระบายน้ำในนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ อย่างเข้มข้น เพื่อให้มั่นใจว่าระบบสามารถรองรับปริมาณน้ำฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีมาตรการเฝ้าระวังสถานการณ์ ดังนี้ 1.มีการติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อสามารถแจ้งเตือนและดำเนินการป้องกันได้ทันท่วงที
2.ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินสำหรับสถานการณ์เฉพาะพื้นที่ เช่น นิคมอุตสาหกรรมบางปู สถานการณ์ปัจจุบันยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง หรือที่เรียกว่า “Rain Bomb” ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบระบายน้ำ ส่วนสถานการณ์แม่น้ำกวง ล่าสุดมีรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำกวงปัจจุบันอยู่ต่ำกว่าระดับเขื่อนป้องกันน้ำท่วมของนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือถึง 2 เมตร ซึ่งยังอยู่ในระดับที่ปลอดภัย แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การเฝ้าระวังและป้องกันน้ำท่วมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันความเสียหายต่อภาคเศรษฐกิจและสังคม และสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและประชาชนในพื้นที่
ด้านนายสุเมธ ตั้งประเสริฐ กรรมการ กนอ. รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่า กนอ. ได้กำชับไปยังนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 68 แห่งทั่วประเทศ ให้ติดตามและเฝ้าระวังการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ต้องดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างเคร่งครัด และเตรียมการให้พร้อมสำหรับกรณีเกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ สำหรับนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เสี่ยง เช่น นิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดอยุธยา ประกอบด้วยนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) และนิคมอุตสาหกรรมนครหลวง มีการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมแล้ว 100%
“แต่เรายังคงต้องเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลการระบายน้ำจาก 3 เขื่อนหลัก ได้แก่ เขื่อนเจ้าพระยา เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนพระรามหก อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดให้มีการตรวจสอบระดับน้ำในแม่น้ำและปริมาณน้ำฝนตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากหากเกิดน้ำท่วมในพื้นที่โดยรอบ รวมถึงถนน จะทำให้การสัญจรเข้า-ออก นิคมฯ มีปัญหา อาจส่งผลกระทบถึงเรื่องการขนส่งแรงงาน วัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ของโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม ขณะที่นิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่อื่นๆ มีการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมไว้เกือบครบทุกนิคมอุตสาหกรรม ยกเว้นนิคมอุตสาหกรรมบางปูที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม”นายสุเมธ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ต้องมีการเฝ้าระวังตามมาตรการป้องกันและมาตรการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน ดังนี้ 1. สำรวจและติดตามข้อมูลอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด 2. ประเมินคาดการณ์ปริมาณฝนในพื้นที่ 3.ตรวจสอบและซ่อมแซมบำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำที่มีอยู่ให้ใช้งานได้ 100% 4. สูบระบายพร่องน้ำภายในพื้นที่นิคมฯ ให้อยู่ในระดับต่ำสุด ให้มีพื้นที่แก้มลิงรองรับน้ำฝนมากที่สุด 5. ประสานจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่สำรองจากภายนอกเข้าสนับสนุนหากมีการร้องขอ 6. ให้มีการประเมินสถานการณ์ พร้อมสื่อสารให้ผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม และผู้เกี่ยวข้องทราบอย่างต่อเนื่อง 7. กำหนดให้ทุกนิคมอุตสาหกรรมซ้อมแผนฉุกเฉินรองรับอุทกภัยเป็นประจำ และ 8. กรณีมีความเสี่ยงเกิดอุทกภัย เช่น ปริมาณน้ำฝนในนิคมฯ มากกว่า 120 มิลลิเมตร ให้รีบรายงานกลับมาที่ผู้ว่าการ กนอ. หรือผู้บริหาร กนอ.ทราบอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
21 จังหวัดยังอ่วม 'กทม.' จมน้ำ 48 ชั่วโมง จับตา 27 ก.ย.ฝนหนักถล่มซ้ำ
ประมวลสถานการณ์น้ำท่วม พบ 21 จังหวัดยังอ่วม กระทบวงกว้าง ขณะที่ กทม.เจอฝนต่อเนื่องเกือบ 48 ชั่วโมง หลายเส้นทางจมน้ำ การจราจร
ไขกระจ่าง! นักอุตุนิยมวิทยา อธิบายปรากฏการณ์ฝนตกหนักสะสม ไม่ใช่ 'ฝน 1,000 ปี'
ดร.วัฒนา กันบัว ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาและการพยากรณ์อากาศของประเทศไทย และอดีตผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตุนิยมวิทยา กรมอุตุนิยมวิทยา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ไขข้อข้องใจ: ปรากฏการณ์ฝนตกหนักสะสม "ฝน 1000 ปี" จริงหรือ? หรือเกิดจากกลไกทางอุตุนิยมวิทยาแบบไหนกันแน่
วิกฤตน้ำท่วมปากน้ำ! ร้านสะดวกซื้อเกลี้ยงชั้น ชาวบ้านลุยน้ำตุนของ
สมุทรปราการยังวิกฤต ฝนตกต่อเนื่อง น้ำท่วมหลายพื้นที่ ชาวบ้านเร่งขนของหนีน้ำ แห่ตุนของจากร้านสะดวกซื้อ หวั่นระดับน้ำเพิ่มสูง
เอาไม่อยู่! 'ทรงศักดิ์' ยอมรับฝนตกเกินคาดการณ์ ทำระบายน้ำไม่ทัน
รองนายกฯทรงศักดิ์ ลงพื้นที่สมุทรปราการ ติดตามสถานการณ์น้ำและการระบายน้ำ หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง พบหลายพื้นที่มีฝนสะสมเกิน 100 มิลลิเมตร สูงกว่าที่ประเมินไว้ ยอมรับสถานการณ์ขณะนี้ “เอาไม่อยู่” เหตุน้ำในคลองหลายแห่งเต็มจนไม่สามารถรองรับน้ำจากพื้นที่ชั้นในได้ พร้อมเร่งสูบน้ำลงทะเล เปิดทางระบบระบายน้ำ และเตรียมศูนย์พักพิงรองรับประชาชนหากจำเป็นต้องอพยพ

