แบงก์พาณิชย์ประกาศผลประกอบการปี 64 ' กรุงศรี-กสิกร-กรุงเทพ' โชว์กำไรโดดเด่น

21 ม.ค. 2565 นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2564 กลับมาขยายตัวอีกครั้ง หลังจากที่หดตัวลงอย่างมากจากผลกระทบของโควิด-19 ในปี 2563 โดยการใช้จ่ายในประเทศได้รับแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐและการเร่งฉีดวัคซีน ขณะที่ทางการไทยเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดโดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปี

ส่วนการส่งออกเติบโตในระดับสูงได้ตามทิศทางเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ดี แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศอาจชะลอลงอีกครั้งในช่วงต้นปี 2565 ท่ามกลางความเสี่ยงจากการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนที่ทำให้ทางการไทยต้องมีการปรับมาตรการเพื่อดูแลสถานการณ์อีกครั้ง

ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิสำหรับปี 2564 จำนวน 38,053 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 4 ปี 2564 จำนวน 9,901 ล้านบาท

ด้านนายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลประกอบการของปี 2564 ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ โดยมีกำไรสุทธิจำนวน 33,794 ล้านบาท ด้วยฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจและครัวเรือนผ่านมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง รวมถึงสนับสนุนภาคธุรกิจสู่การฟื้นตัวหลังวิกฤตโควิด-19 อย่างยั่งยืน

กรุงศรียังคงรักษาระดับการตั้งเงินสำรองตามหลักเกณฑ์รอบคอบระมัดระวังเพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต ส่งผลให้อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับสูงสุดที่เคยบันทึกที่ 184.2% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2564 ขณะที่อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ในระดับต่ำที่ 2.20% อนึ่ง สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งที่ 6.6% และ 3.9% ตามลำดับ สอดคล้องกับการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของเศรษฐกิจ ขณะที่ความต้องการเงินทุนหมุนเวียนและการใช้จ่ายเพื่อการลงทุนกลับมาเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการสนับสนุนสภาพคล่องให้กับลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

ส่วนธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL และบริษัทย่อย รายงานกำไรสุทธิสำหรับปี 2564 จำนวน 26,507 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.3 % เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 6.6 %จากปีก่อน เป็นผลจากการรวมรายได้ดอกเบี้ยสุทธิของธนาคารเพอร์มาตาเต็มปี และการลดลงของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจากการบริหารต้นทุนเงินรับฝากขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 2.10 %สำหรับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 25.7% ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิจากธุรกิจหลักทรัพย์ การอำนวยสินเชื่อและบริการประกันผ่านธนาคารและกองทุนรวม รวมถึงการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดด้วยมูลค่ายุติธรรมซึ่งเป็นไปตามสภาวะตลาด

ขณะที่ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคาร สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 มีกำไรสุทธิจำนวน 2,440.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 1,150 ล้านบาท หรือร้อยละ 89.1 เมื่อเปรียบเทียบผลกำไรสุทธิของงวดเดียวกันปี 2563 สาเหตุหลักเกิดจากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้นส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงร้อยละ 8.1 และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงร้อยละ 25.7 ในขณะที่รายได้จากการดำเนินงานลดลงร้อยละ 3.9

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พรรคเศรษฐกิจกางผัง 'ระบอบอากง' แฉเครือข่ายคุม กทม.-ซื้อขายเก้าอี้ ผอ.เขต

พรรคเศรษฐกิจเปิดข้อมูลกล่าวหาเครือข่ายอิทธิพลเบื้องหลัง กทม. อ้างมีบทบาทกำหนดแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ พร้อมพาดพิง ‘จุฬาคอนเนกชัน’ และชื่อย่อ ‘ปร.’ ก่อนเรียกร้องให้ชัชชาติเร่งเคลียร์ข้อกล่าวหาก่อนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

อดีตรองผู้ว่าฯกทม. ชำแหละเกมใหญ่ รวบรถไฟฟ้าทุกสายไว้ที่ รฟม.

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ ตั้งข้อสังเกตนโยบายรัฐดันรถไฟฟ้าทุกสายอยู่ภายใต้ รฟม. แม้ตั๋วร่วม-ค่าโดยสารร่วมเป็นสิ่งที่ประชาชนรอคอย

‘เลือกผู้ว่าฯ’ คึกคัก! แข่งนโยบายสุดจัด

หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คึกคัก! “อนุชา" ควง "อภิสิทธิ์" ลุยตลาดตรอกหม้อ ชูสตรีทฟู้ดเป็นระเบียบ-ฟันต่างด้าวแย่งอาชีพ เล็งรื้อฟื้นเส้นทางเรือ EV แก้รถติด-ลดฝุ่น PM 2.5 หวังเจาะฐานสวิงโหวต 20%

'อนุชา' ควง 'อภิสิทธิ์' ลุยตรอกหม้อ ชูจัดระเบียบสตรีทฟู้ด-ฟันต่างด้าวแย่งอาชีพ

“อนุชา” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 5 พรรคประชาธิปัตย์ ควง “อภิสิทธิ์” ลงพื้นที่ตลาดตรอกหม้อ ชูนโยบายจัดระเบียบสตรีทฟู้ดควบคู่ส่งเสริมท่องเที่ยวชุมชน พร้อมประกาศกวดขันต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทย

'มัลลิกา' ตั้งทีม 'สุดจัด' ลุยปราบทุนเทา-ต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทย

“มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 14 ประกาศชัด หากได้เป็นผู้ว่าฯ พร้อมตั้งทีม “สุดจัด” เดินหน้าจัดระเบียบเมือง ปราบทุนเทา