บวท.เผยตรุษจีนมีเที่ยวบินรวมในไทย 5,450 ไฟลท์

บวท.สรุปปริมาณเที่ยวบินช่วงเทศกาลตรุษจีน รวม 5,450 เที่ยวบิน และคาดการณ์ช่วงกลางปีปริมาณเที่ยวบิน 1,500 – 2,000 เที่ยวบินต่อวัน ชี้โควิด-19 ยังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบิน

3 ก.พ.2565-นายทินกร ชูวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ด้านปฏิบัติการ รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ในช่วงเทศกาลตรุษจีนระหว่างวันที่ 28 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2565 (5 วัน) มีปริมาณเที่ยวบินรวม 5,450 เที่ยวบิน ซึ่งแตกต่างจากการเดินทางช่วงเทศกาลตรุษจีนในสถานการณ์ปกติ ก่อนโควิด 19 ที่มีเที่ยวบินพิเศษ (Extra Flight) เพิ่มขึ้นจากตารางบินปกติ โดยเฉพาะเที่ยวบินต้นทางและปลายทางจากจีน แต่ในปีนี้เป็นการเดินทางภายในประเทศไปยังเมืองท่องเที่ยว โดยภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางที่มีการเดินทางมากที่สุด เฉลี่ย 130 เที่ยวบินต่อวัน รองลงมาเป็นเชียงใหม่ เฉลี่ย 100 เที่ยวบินต่อวัน

นายทินกร กล่าวเพิ่มเติมว่า การแพร่ระบาดของโควิด 19 ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบิน โดยขณะนี้การเดินทางส่วนใหญ่เป็นการเดินทางภายในประเทศ ซึ่งในภาพรวมปริมาณเที่ยวบินเพิ่มขึ้นอย่างชะลอตัว ตั้งแต่ต้นปีจนถึงช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมามีปริมาณเที่ยวบินเฉลี่ย 1,100 เที่ยวบินต่อวัน และคาดว่ากลางปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 1,500 เที่ยวบินต่อวัน

ส่วนเที่ยวบินระหว่างประเทศขณะนี้มีปริมาณเฉลี่ย 300 เที่ยวบิน ต่อวัน และคาดการณ์ว่าอาจเพิ่มขึ้นเป็น 500 เที่ยวบินต่อวัน ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าปริมาณเที่ยวบินโดยรวมอาจเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 เที่ยวบินต่อวัน หากไม่มีปัจจัยอื่นมากระทบ นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการเดินทางในรูปแบบ Private Jet และ Charter Flight เพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ ในส่วนของ บวท. ได้เตรียมความพร้อมทั้งในด้านระบบอุปกรณ์ที่พร้อมให้บริการอย่างต่อเนื่อง ด้านอัตรากำลังที่ได้วางแผนจัดอัตรากำลังให้เพียงพอพร้อมรับทุกสถานการณ์ ด้านมาตรการรองรับการจราจรทางอากาศ เพื่อให้การบริหารจราจรทางอากาศมีความเหมาะสม ปลอดภัย และไม่เกิดความล่าช้า รวมทั้งด้านมาตรการเชิงป้องกันโควิด 19 ที่ได้เน้นย้ำให้บุคลากรปฏิบัติตามแนวทางของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดอันจะส่งผลให้สถานการณ์การแพร่ระบาดในภาพรวมดีขึ้นด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลสั่งการเข้มป้องกันอัคคีภัยช่วงตรุษจีนขอความร่วมมืองดเผาทุกชนิด

รัฐบาลสั่งการเข้มป้องกันอัคคีภัย-อุบัติภัยช่วงตรุษจีน ขอความร่วมมือลด – งดการเผาทุกชนิด ลดฝุ่น PM 2.5 15 ก.พ. 2569 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 15-17 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะมีการสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษ โดยการจุดธูปเทียนบูชาเซ่นไหว้ เผากระดาษเงินกระดาษทอง ตลอดจนจุดประทัดตามศาลเจ้าและบ้านเรือน บางพื้นที่มีการจัดงานเฉลิมฉลองจุดพลุ ประทัด และดอกไม้เพลิง ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยและอุบัติภัย นอกจากนี้ ช่วงดังกล่าวชาวไทยเชื้อสายจีนมักเดินทางไปท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ ทำให้มีปริมาณรถสัญจรเพิ่มขึ้น เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ประกอบกับเป็นช่วงฤดูหนาว ลมแรง อากาศแห้ง เสี่ยงต่อเกิดอัคคีภัย รัฐบาลสั่งการให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมป้องกัน เฝ้าระวังสาธารณภัยที่อาจจะเกิดขึ้น โดยให้สำรวจตรวจสอบพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย และซักซ้อมการปฏิบัติงานตามแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้ปฏิบัติงานได้ทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมทั้งตรวจตราพื้นที่ชุมชน สถานประกอบการ อาคาร เส้นทางสัญจร และสถานที่ที่จัดงานเทศกาลตรุษจีน ทั้งบนบกและริมตลิ่งให้มีความมั่นคงแข็งแรง ทั้งโป๊ะ ท่าเทียบเรือ และเรือโดยสาร หากพบสภาพไม่ปลอดภัยให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบซ่อมแซมโดยเร็ว ในส่วนของผู้ปฏิบัติงานให้เตรียมความพร้อมของกำลังพล อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งอุปกรณ์ดับเพลิง อุปกรณ์กู้ชีพกู้ภัย และไฟฟ้าส่องสว่าง รวมถึงกวดขันการพิจารณาออกใบอนุญาต หรือต่ออายุใบอนุญาตให้ทำ สั่ง นำเข้า หรือค้าดอกไม้เพลิง ตรวจสอบสถานที่เก็บ ทำ หรือค้าดอกไม้เพลิงที่ตั้งอยู่ในย่านชุมชน ให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด “เทศกาลตรุษจีน หน่วยงานที่จะจัดงาน ต้องกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยและใช้ความระมัดระวังในการจัดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย โดยเฉพาะการจุดพลุ ประทัด ดอกไม้เพลิงหรือการแสดงที่ใช้เทคนิคพิเศษ (Special Effect) ภายในอาคาร รวมถึงสร้างการรับรู้ให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายจากอัคคีภัย ที่สำคัญขอให้ช่วยกันรณรงค์ลดหรืองดกิจกรรมการเผาทุกชนิด เพื่อลดการเกิดมลพิษทางอากาศและลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว

รองนายก ‘สุชาติ’ สั่งการ คพ. สนับสนุนงานกู้เรืออับปาง ภูเก็ต เฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม ปกป้องผู้ปฏิบัติงานและประชาชน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ห่วงใยต่อสถานการณ์เรือบรรทุกสินค้าอับปางบริเวณจังหวัดภูเก็ต สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เฝ้าระวัง และติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งอย่างใกล้ชิด สนับสนุน

พบตู้คอนเทนเนอร์กลางทะเลอันดามัน จากเรือสินค้าล่ม จนท.เร่งค้นหาเก็บกู้

ศูนย์บัญชาการแก้ไขสถานการณ์ กรณีเรือ SEALLOYD ARC อับปาง" เรือบรรทุกสินค้า สัญชาติปานามา อับปาง บริเวณเกาะแก้วน้อย ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ลูกเรือ 16 คนได้รับการช่วยเหลือปลอดภัย เหตุเกิดเมื่อ 7 ก.พ 69

ศรชล.ภาค 3 ยืนยันไม่พบสารเคมีรั่วไหล เหตุเรือสินค้าจมทะเลภูเก็ต ตู้คอนเทนเนอร์มีวัตถุอันตราย

"ศูนย์บัญชาการแก้ไขสถานการณ์ กรณีเรือ SEALLOYD ARC อับปาง" ภายใต้การอำนวยการของ พลเรือโท วีรุดม ม่วงจีน ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 (ผบ.ทรภ.3)/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 (ผอ.ศรชล.ภาค 3 )

นายกฯ ไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือขอพรให้คนไทย

นายกฯ ไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ขอพรให้คนไทยมีความสุข ร่ำรวย สามัคคี พร้อมให้ประเทศไทยเป็นที่ยำเกรง คนที่คิดไม่ดี ต้องพังพินาศ