สมอ. ปรับปรุงมาตรฐานเหล็กแผ่นเคลือบ ให้เข้ากับหลักสากล

สมอ. แก้มาตรฐานเหล็กแผ่นเคลือบ มอก.50 และ มอก.2228 ตามมาตรฐานสากล หลังบอร์ดเห็นชอบ พร้อมเร่งประกาศเป็นสินค้าควบคุมภายในปีนี้

8 ก.พ. 2565 – นายจุลพงษ์ ทวีศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) เปิดเผยว่า ล่าสุด กมอ. ได้มีมติเมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา เห็นชอบให้ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) แก้ไขปรับปรุงมาตรฐานเหล็ก 2 รายการ ได้แก่ เหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็นเคลือบสังกะสี โดยกรรมวิธีจุ่มร้อน มอก.50-25xx และเหล็กกล้าทรงแบนเคลือบอะลูมิเนียม 55% ผสมสังกะสี โดยกรรมวิธีจุ่มร้อน มอก.2228-25xx เนื่องจากเหล็กดังกล่าวเป็นวัตถุดิบสำคัญที่นำไปใช้ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องอื่น ๆ เช่น เหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็นเคลือบโลหะ ท่อเหล็กกล้าเคลือบโลหะ ชิ้นส่วนรถยนต์ และชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น พร้อมทั้งเร่งรัดให้ดำเนินการเป็นสินค้าควบคุมในคราวเดียวกัน เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

“ได้สั่งให้ทบทวนปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับเทคโนโลยีการผลิตในปัจจุบัน สำหรับการตรวจควบคุมสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐาน ในรอบปีที่ผ่านมา ได้ยึดอายัดเหล็กไม่ได้มาตรฐานมูลค่ากว่า 90 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปี 2563 ที่มีการยึดอายัดมูลค่ากว่า 850 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าการผลิตและนำเข้าเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานมีแนวโน้มลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการการกำกับดูแลของ สมอ. อย่างเข้มงวด”นายจุลพงษ์ กล่าว

ด้าน นายบรรจง สุกรีฑา เลขาธิการ สมอ. กล่าวว่า มาตรฐานเหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็นเคลือบสังกะสี โดยกรรมวิธีจุ่มร้อน มอก.50-25xx และเหล็กกล้าทรงแบนเคลือบอะลูมิเนียม55% ผสมสังกะสี โดยกรรมวิธีจุ่มร้อน มอก.2228-25xx หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “เหล็กแผ่นเคลือบ” ได้มีการทบทวนปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานมาอย่างต่อเนื่อง โดยเหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็นเคลือบสังกะสี ทำโดยนำเหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็นไปเคลือบด้วยสังกะสี เพื่อป้องกันสนิม และนำไปผ่านกรรมวิธีทางเคมีการเคลือบน้ำมัน เพื่อให้มีความเหมาะสมในการนำไปใช้งานมากขึ้น

ซึ่งการแก้ไขมาตรฐานในครั้งนี้ ได้แก้ไขชื่อมาตรฐานใหม่ให้กระชับ และสอดคล้องกับการกำหนดชื่อมาตรฐานผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ที่ได้กำหนดเป็นมาตรฐานไว้แล้ว แก้ไขขอบข่ายให้ครอบคลุมกับการใช้งานในปัจจุบันจากมาตรฐานฉบับเดิมครอบคลุมความหนา 1.8 มม. เป็นไม่เกิน 3.2 มม. และแก้ไขบทนิยามโดยเจาะจงชนิดของผลิตภัณฑ์ให้ชัดเจนมากขึ้น รวมทั้งเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของขนาด ส่วนประกอบทางเคมี และสมบัติทางกล เป็นต้น

สำหรับเหล็กกล้าทรงแบนเคลือบอะลูมิเนียม 55% ผสมสังกะสี ได้แก้ไขชื่อมาตรฐานใหม่ให้ครอบคลุมทั้งกรณีรีดร้อนและรีดเย็น แก้ไขขอบข่ายและบทนิยามให้ชัดเจนขึ้น แบ่งชั้นคุณภาพจาก 9 ชั้นคุณภาพเป็น 10 ชั้นคุณภาพ รวมทั้งแก้ไขส่วนประกอบทางเคมี และกำหนดเกณฑ์ปริมาณอะลูมิเนียมในมวลเคลือบ เป็นต้น ซึ่งคาดว่า มาตรฐานดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ โดย สมอ. จะดำเนินการประกาศเป็นสินค้าควบคุมต่อไป จึงขอให้ผู้ประกอบการทั้งทำและนำเข้าปฏิบัติตามมาตรฐานดังกล่าว หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามกฎหมาย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สะสางปัญหา กากแคดเมียม เดิมพันการเมืองครั้งสำคัญ พิมพ์ภัทรา-รมว.อุตสาหกรรม

ปัญหาการพบกากแร่อันตรายแคดเมียม ที่มีการขนย้ายมาจากจังหวัดตาก ซึ่งปัจจุบันมีการยึดอายัดได้ประมาณ 12,500 ตัน หลังพบที่สมุทรสาคร ชลบุรี และกรุงเทพฯ

'พิมพ์ภัทรา' ดึงดีเอสไอ-ปปง. ร่วมสอบปมกากแคดเมียม ชี้หากมีแต่คนใน ก.อุตฯ สังคมจะคาใจ

น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.อุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการลักลอบขนย้ายกากสารแคดเมียมที่ผิดกฎหมาย ว่า คำสั่งการการประชุมครม. ที่ผ่านมา เป็นการทำงานร่วมกันของทั้ง 6 กระทรวง

กมธ.อุตสาหรรม ไล่บี้เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ รับผลประโยชน์ขนย้ายกากแคดเมียม

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันที่ 17 เมษายน เวลา 10.00 น.ที่รัฐสภา กมธ.อุตสาหกรรม

พิมพ์ภัทรา คุมเข้มมาตรการขนย้ายกากแคดเมียม ต้นทางถึงปลายทาง

รมว.อุตสาหกรรม” เข้ม มาตรการขนย้ายกากแคดเมียม และความแข็งแรงของบ่อฝังกลบ เร่งสร้างความมั่นใจและทำความเข้าใจชุมชนรอบโรงงาน จ.ตาก และเตรียมความพร้อมขนส่งให้ปลอดภัยตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง พร้อมรายงานการปรับปรุงทั้งระบบภายในวันที่ 16 เมษายน