เผยแผนดันอุตสาหกรรมช่วงโลกผันผวน หนุนกลุ่มเกษตร เสริมแกร่ง SME

เผยแผนดันอุตสาหกรรมช่วงโลกผันผวน หนุนเชื้อเพลิงชีวภาพ ดันสินค้าเกษตร พร้อมเสริมแกร่งเกษตรอุตสาหกรรม ที่เป็นจุดแข็งของประเทศ สนับสนุน SME ให้แข็งแรงเพื่อเป็นช่องทางส่งออกสินค้า

20 มิ.ย. 2569 – นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงทิศทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลกว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะกรณีสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งยังไม่อาจจะคาดเดาได้ในตอนนี้แม้จะมีการ MOU กันเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ตาม ซึ่งมองว่ายังมีเงื่อนไขระหว่างกันอยู่ รวมถึงความเคลื่อนไหวของมหาอำนาจอย่างจีนและรัสเซียที่ลงนามความตกลงร่วมกันเพื่อปฏิเสธการเป็นมหาอำนาจเดี่ยว (Unipolarity) ของโลกนั้น สถานการณ์เหล่านี้บีบให้ระเบียบโลกเดิมและกติกาการค้าอย่าง WTO อาจสั่นคลอน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงทางพลังงานและต้นทุนการผลิต

ขณะเดียวกันจะเห็นได้ว่ามนุษย์จะยอมเปลี่ยนพฤติกรรมก็ต่อเมื่อมีปัจจัยบีบคั้น 3 ประการ คือ 1. เงิน ซึ่งผลประโยชน์ทางการเงินหรือบทลงโทษทางภาษี เช่น  CBAM 2. กฎหมาย จากการบังคับใช้เกณฑ์มาตรฐานต่างๆ และ 3. ความตาย จากภัยคุกคามชีวิต เช่น กรณีโควิด-19 หรือวิกฤติพลังงาน

“วิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้นทำให้เป้าหมาย Net Zero 2050 ที่เคยดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ กลายเป็นเรื่องที่ต้องเร่งลงมือทำ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงมีนโยบายสนับสนุนเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuels) ทั้ง B20 และ E20 เพื่อเพิ่มสัดส่วนน้ำมันปาล์มและเอทานอล ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นการยกระดับราคาสินค้าเกษตรไปในตัว”นายวราวุธ กล่าว

ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์หลักที่ให้ความสำคัญคือการขับเคลื่อนเกษตรอุตสาหกรรม โดยย้ำว่าท่ามกลางสงครามหรือวิกฤตการณ์ใดๆ ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) คือจุดแข็งที่สุดของประเทศไทย จะเห็นได้ว่า การจะรบกันให้ตายยังไง คนก็ต้องกิน และสิ่งที่ไทยมีคือความแข็งแกร่งของภาคเกษตร

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า ได้มุ่งเน้นการสนับสนุน SME ให้แข็งแรงเพื่อเป็นช่องทางส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูป พร้อมยกตัวอย่างนวัตกรรม Laser Land Leveling (LLL) ในนาข้าวที่ช่วยลดการใช้น้ำลง 50% เพิ่มผลผลิต 30% และลดก๊าซมีเทนได้ถึง 70-80% ซึ่งช่วยให้เกษตรกรได้คาร์บอนเครดิตเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ยังสนับสนุนเครื่องจักรแปรรูปเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ซังข้าโพดหรือตอซังข้าว ให้เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพอัดเม็ด (Pellets) เพื่อแก้ปัญหาการเผาป่าและสร้างรายได้ใหม่ ส่วนในด้านการคุ้มครองผู้ประกอบการและผู้บริโภค ได้สั่งการให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ยกระดับการตรวจสอบสินค้าที่นำเข้ามาดัมพ์ตลาด โดยเฉพาะสินค้าไร้มาตรฐานจากต่างประเทศ ล่าสุดได้หารือกับแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง  Shopee, Line และ TikTok เพื่อสร้างระบบคัดกรองสินค้าที่มีเครื่องหมาย มอก. โดยเสนอให้มีการติดเครื่องหมาย “Verified” หรือติ๊กถูกสีฟ้าหน้าชื่อร้านที่ผ่านการตรวจสอบ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจและสร้างแต้มต่อให้กับสินค้าไทย

“ผมทำงานมีหลักการและมีเหตุผล ถ้าพิสูจน์แล้วว่าผิดจริง ไม่ว่าโรงงานนั้นจะเป็นของใคร ผมสั่งปิดทันที ชื่อเสียงผมซื้อไม่ได้ ผมมีอนุสาวรีย์เตือนใจอยู่ที่สุพรรณบุรี ด้วยความมั่นใจในการตรวจสอบทั้งโรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรมและนอกนิคมอุตสาหกรรม เพื่อรักษามาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว (ESG) ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล” นายวราวุธ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง