
NORDE (นอร์จ) ประกาศเดินหน้าบุกตลาดอาหารเสริมเพื่อสุขภาพอย่างเต็มที่ ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่มด้วยแนวคิด ‘สุขภาพที่ดีไม่จำเป็นต้องจ่ายแพง’ พร้อมเปิดตัวเวย์โปรตีนและโปรตีนทางเลือกหลากหลายรสชาติ ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ชูจุดเด่นด้านรสชาติ ความหลากหลาย และคุณภาพระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ ตั้งเป้ายอดขายในปี 2568 ไว้ที่กว่า 50 ล้านบาท
25 ก.ค. 2568 – นายณัฐชนน อนันตทวีกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท นอร์จ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า แบรนด์ NORDE ถือกำเนิดขึ้นจากความเข้าใจลึกซึ้งในปัญหาของผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้ที่ออกกำลังกายหรือรักสุขภาพ ที่มักประสบปัญหากับเวย์โปรตีนรสชาติจำเจ จนทำให้รับประทานได้ไม่นานและไม่ต่อเนื่อง จึงเกิดแนวคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์โปรตีนที่ “สามารถอยู่ในชีวิตประจำวันได้ กินได้ทุกวัน และกินได้แบบไม่เบื่อ” ด้วยความหลากหลายของรสชาติและประเภทโปรตีนที่ครอบคลุมทุกความต้องการ
เมื่อมองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจ ทีมงานได้ดำเนินการวิจัยตลาดอย่างเข้มข้น ทั้งแบบออฟไลน์จากกลุ่มเป้าหมายจำนวนมากกว่า 1,000 คน และแบบออนไลน์ผ่านการทำ Social Monitoring เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมและ Pain Point ของผู้บริโภค ข้อมูลที่ได้จึงถูกนำไปใช้พัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ โดยแต่ละรสชาติผ่านการปรับแต่งมากกว่า 20–30 ครั้ง จนได้รสชาติที่ลงตัวในแบบที่ทานได้ทุกวัน
ปัจจุบัน NORDE มีผลิตภัณฑ์หลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ เวย์โปรตีน (Whey Protein) 10 รสชาติ ซอยโปรตีน (Soy Protein) 2 รสชาติ สำหรับผู้แพ้นมวัว ผู้สูงอายุ หรือผู้ทานมังสวิรัติ และมัลติแพลนต์โปรตีน (Multi-Plant Protein) 5 รสชาติ รวมโปรตีนจากพืชหลากหลายชนิด เช่น ข้าว ถั่ว และธัญพืชต่าง ๆ สำหรับผู้แพ้นมวัว หรือแพ้ถั่วเหลือง ผู้สูงอายุ หรือผู้ทานมังสวิรัติ รวมทั้งหมดกว่า 17 สูตร ซึ่งถือว่ามีจำนวนรสชาติหลากหลายมากที่สุดในตลาดปัจจุบัน
นายณัฐชนน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “เราให้ความสำคัญกับการพัฒนารสชาติอย่างมาก แต่ละสูตรต้องผ่านการทดสอบกับผู้บริโภคหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่เคยและไม่เคยทานเวย์โปรตีน รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อให้ได้สูตรที่ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างแท้จริง โดยที่ลูกค้าทานแล้วไม่เบื่อ สามารถเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันได้”
สำหรับจุดแข็งของ NORDE คือ ความกล้าที่จะลงทุนในสินค้าและสต๊อกถึง 17 สูตร พร้อมเลือกใช้วัตถุดิบโปรตีนคุณภาพสูงที่นำเข้าจากต่างประเทศ 100% ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล เช่น GMP และ ISO ทำให้ลูกค้ามั่นใจในคุณภาพ พร้อมตั้งราคาจำหน่ายที่คุ้มค่า เช่น ขนาด 2.5 ปอนด์ จำหน่ายเพียง 1,399 บาท เพื่อให้คนรักสุขภาพสามารถเข้าถึงได้ง่าย
ด้านกลยุทธ์การตลาด NORDE เน้นช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ทั้ง Shopee, Facebook, Instagram, TikTok และช่องทางพันธมิตรในฟิตเนสชื่อดัง รวมถึงการใช้ Influencer Marketing เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มเป้าหมาย พร้อมเปิดรับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อขยายการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีแผนจะเข้าสู่ช่องทาง Modern Trade ในอนาคต โดยกลุ่มลูกค้าของ NORDE มีความหลากหลาย ครอบคลุมทั้งผู้ที่ออกกำลังกาย ผู้รักสุขภาพทั่วไป ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการโปรตีนทางเลือกอื่นที่ย่อยง่ายและไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ โดยปัจจุบันกลุ่มเวย์โปรตีนยังคงเป็นสัดส่วนหลัก (50–60%) รองลงมาคือกลุ่มโปรตีนพืช ซึ่งกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่ให้ความสำคัญกับการดูแลกล้ามเนื้อ
แม้จะเพิ่งดำเนินธุรกิจได้เพียง 2 ปี แต่ NORDE ก็สามารถทำยอดขายแตะหลักสิบล้านบาท และตั้งเป้าเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี 2568 สู่ยอดขาย 50 ล้านบาท โดยมีการออกผลิตภัณฑ์ขนาดใหญ่ (2.5 ปอนด์) เพื่อรองรับผู้บริโภคที่ทานต่อเนื่องและต้องการความคุ้มค่าในระยะยาว
นายณัฐชนน กล่าวปิดท้ายว่า “เทรนด์สุขภาพยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสังคมผู้สูงอายุที่ให้ความสำคัญกับสารอาหารครบถ้วน เราจึงมีแผนต่อยอดไปยังสินค้ากลุ่ม Meal Replacement และผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง พร้อมทั้งเตรียมขยายตลาดสู่ต่างประเทศภายใน 2 ปีข้างหน้า ซึ่งแบรนด์ของเราถูกออกแบบให้พร้อมรองรับตลาดโลกตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งในด้านภาษา บรรจุภัณฑ์ และมาตรฐาน”
แม้ตลาดโปรตีนจะมีการแข่งขันสูง แต่ NORDE เชื่อมั่นว่า ความเข้าใจในผู้บริโภค การพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง และคุณภาพที่เข้าถึงได้ จะทำให้แบรนด์สามารถเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าในระยะยาว เพราะ“NORDE ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์เวย์โปรตีน แต่เราต้องการเป็นโปรตีนที่คนสามารถทานได้ทุกวัน เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันที่ทั้งอร่อย คุ้มค่า และดูแลสุขภาพได้อย่างยั่งยืน”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ลลิล’มองเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวตั้งเป้าปี69ยอดขาย 4,200 ล้านบาท
ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ประเมินเศรษฐกิจโลกไทยในปี 2569 ยังขยายตัวได้ท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยรอบด้าน กางแผนธุรกิจเน้นเติบโตอย่างยั่งยืน ตั้งเป้ายอดขาย 4,200 ล้านบาท พร้อมเปิดโครงการใหม่ทั้ง4 - 6 โครงการ มูลค่ารวม 3,500 – 4,500 ล้านบาท

