
‘AMRO’ เคาะจีดีพีไทยปี 2568 โต 2.2% ห่วงครึ่งปีหลังชะลอตามส่งออกจากผลกระทบมาตการภาษีสหรัฐฯ ส่วนปี 2569 เหลือโต 1.9% พร้อมแนะมาตรการช่วยเหลือแบบเฉพาะเจาะจง พุ่งเป้ากลุ่มเปราะบาง กระทุ้งลดการขาดดุลงบประมาณระยะปานกลาง เพื่อรักษาความยั่งยืนทางการคลัง
3 ก.ย. 2568 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะผู้แทนจาก ASEAN+3 Macroeconomic Research Office (AMRO) ได้เข้าพบคณะผู้บริหารสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เพื่อรายงานผลการสรุปภาวะเศรษฐกิจไทยประจำปี 2568 โดย AMRO ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะขยายตัวที่ 2.2% และในปี 2569 ที่ระดับ 1.9% โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เศรษฐกิจเติบโตสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่มีแนวโน้มชะลอตัวในช่วงครึ่งหลังของปีตามการส่งออกซึ่งเร่งตัวขึ้นก่อนการบังคับใช้มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และการชะลอตัวต่อเนื่องของภาคเอกชน
ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านสำคัญเพื่อสนับสนุนการเติบโตในอนาคต รวมถึงการปรับยุทธศาสตร์การใช้จ่ายภาครัฐไปสู่การลงทุน และการขยายการลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และศูนย์ข้อมูล สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำที่ 0.5% และในปี 2569 ที่ 0.8% จากปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ
ด้านนโยบายการเงิน AMRO ประเมินว่า ท่าทีผ่อนคลายในปัจจุบันยังเหมาะสม และอาจผ่อนคลายเพิ่มเติมได้ หากอุปสงค์ในประเทศชะลอตัวลงมากกว่าที่คาด อย่างไรก็ดี การใช้มาตรการทางการเงินควรรักษาสมดุลระหว่างการบริหารจัดการความเปราะบางจากหนี้ปัจจุบัน และการส่งเสริมการปล่อยสินเชื่อใหม่แก่ธุรกิจที่มีศักยภาพ สำหรับนโยบายการคลัง AMRO มีข้อเสนอแนะให้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือแบบเฉพาะเจาะจงอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบาง พร้อมทั้งดำเนินการเพื่อลดการขาดดุลงบประมาณในระยะปานกลางเพื่อรักษาความยั่งยืนทางการคลัง
นอกจากนี้ AMRO เห็นว่านโยบายเชิงโครงสร้างจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ประเทศปรับตัวและเสริมศักยภาพการเติบโตในระยะยาว โดยควรเร่งการปฏิรูปด้านนวัตกรรม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการขยายโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ การส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่มีคุณภาพจะเป็นกลไกหลักในการพัฒนาทักษะแรงงาน ถ่ายทอดเทคโนโลยี และเชื่อมโยงธุรกิจภายในประเทศ ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตอย่างทั่วถึง ยกระดับประสิทธิภาพของภาคอุตสาหกรรมและบริการ โดยเฉพาะยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และบริการดิจิทัล รวมถึงเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของไทยในเวทีโลก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ส่งออกอัญมณีฯเดือนมี.ค.พุ่ง 106.25% ส่วนทองคำยังมาแรง 1,799.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ มี.ค.69 ไม่รวมทองคำ 2,150.30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 106.25% หลังได้แรงส่งจากความต้องการของหลายตลาด ยกเว้นสหรัฐฯ ที่ยังคงลดลง ส่วนทองคำยังมาแรง 1,799.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 24.28% คาดแนวโน้มชะลอตัว หลังมีสัญญาณชัด ทั้งปัญหาตะวันออกกลาง เศรษฐกิจไม่โต บาทแข็ง
บ้านปู รุกคืบก๊าซและเพาเวอร์พลัส เสริมแกร่งศักยภาพ NewCo
บ้านปู รุกคืบก๊าซและเพาเวอร์พลัส เสริมแกร่งศักยภาพ NewCoกระบวนการควบรวม BPP เป็นไปตามแผน คาดแล้วเสร็จในไตรมาส 3/2569

