‘พิพัฒน์‘อัดงบซ่อมถนนน้ำท่วมใต้3,000ล้านบาท

‘พิพัฒน์‘ลงพื้นที่ชายแดนใต้ สั่งทุกหน่วยเร่งสำรวจความเสียหาย ใช้งบคงค้างซ่อมด่วน ก่อนจัดงบกว่า 3,000 ล้านฟื้นฟูซ่อมโครงสร้างพื้นฐานทั้ง‘ถนน-สะพาน-ทางน้ำ’ สั่งเร่งขุดลอกทางน้ำ พร้อมรับมือฝนยาวถึงต้นปีหน้า

6 ธ.ค.2568-นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังนำทีมคมนาคมติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างว่า จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส กำลังเผชิญช่วงฤดูฝนที่มาช้าที่สุดในประเทศและมักยืดเยื้อยาวนานไม่น้อยกว่าสองเดือน ขณะที่หลายจังหวัดในภูมิภาคอื่นเริ่มเข้าสู่ฤดูแล้งแล้ว นับเป็นลักษณะภูมิอากาศเฉพาะของพื้นที่ชายแดนใต้ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี

สำหรับปรากฏการณ์ฝนตกหนักครั้งนี้เกิดจาก มวลอากาศเย็นจากจีน ที่แผ่ลงมาปะทะกับอากาศร้อนชื้นของภาคใต้ เมื่ออุณหภูมิในประเทศไทยลดลงมาอยู่ราว 18–20 องศาเซลเซียส จะเป็นสัญญาณว่า พื้นที่ภาคใต้ตอนล่างกำลังจะเผชิญฝนตกหนักและลมมรสุมที่พัดยาวต่อเนื่องลงไปถึงประเทศมาเลเซียด้วย จึงเป็นองค์ความรู้ภูมิอากาศ ที่ใช้สังเกตกันมาแต่เดิมว่า เมื่อภาคกลางเริ่มหนาว ชายแดนใต้จะเริ่มเจอฝนหนักทันที

นายพิพัฒน์ กล่าวว่าได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมทุกหน่วย ทั้งกรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) กรมเจ้าท่า (จท.) รวมถึงหน่วยงานประจำพื้นที่ ภายใต้การกำกับติดตามอย่างใกล้ชิด ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำท่วมและผลกระทบในทุกอำเภอที่ได้รับผลกระทบทันที พร้อมเร่งสำรวจความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งถนนสายหลัก–สายรอง ทางเชื่อมหมู่บ้าน สะพานขาด ไหล่ทางทรุด และจุดที่ถูกน้ำกัดเซาะจนอาจเป็นอันตรายต่อการเดินทางของประชาชน

นอกจากนี้ได้กำชับว่า หากงบกลางยังไม่ลงมา ให้ทุกหน่วยเร่งใช้ งบคงค้างและงบคงเหลือของปีปัจจุบันเพื่อซ่อมแซมเร่งด่วนในพื้นที่วิกฤต ไม่ให้ประชาชนต้องรอการช่วยเหลือ โดยเบื้องต้นได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงคมนาคมจัดทำกรอบงบประมาณซ่อมแซมเบื้องต้นกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูถนน สะพาน และเส้นทางเชื่อมเศรษฐกิจทุกจุดที่เสียหาย ซึ่งจะต้องมีการสำรวจเพิ่มเติมอย่างละเอียดหลังระดับน้ำลด เพื่อให้การซ่อมแซมเป็นไปอย่างครบถ้วนและตรงจุด โดยเฉพาะถนนชุมชนและถนนหมู่บ้านที่ประชาชนใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งต้องได้รับการกู้คืนให้ใช้งานได้โดยเร็วที่สุด

นอกจากโครงสร้างพื้นฐานด้านถนนแล้ว ได้สั่งการให้กรมเจ้าท่าสำรวจปากแม่น้ำ–คูคลอง ทุกสายในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ตรวจสอบจุดที่มีสันดอนสะสม ระบายน้ำได้ล่าช้า หรือมีปริมาณตะกอนมากจนขัดขวางการไหลของน้ำ พร้อมวางแผนขุดลอกและดึงเลนออกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำลงทะเลให้เร็วขึ้น ป้องกันปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากจากฝนระลอกใหม่ที่ยังมีแนวโน้มเกิดขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงช่วงต้นปีหน้า

นายพิพัฒน์ กล่าวย้ำว่า กระทรวงคมนาคมต้องเตรียมพร้อมทั้งระบบ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เดิมเกิดขึ้นซ้ำอีก ทั้งในมิติของถนน การคมนาคมเชื่อมต่อ และการจัดการทางน้ำ พร้อมย้ำว่าการช่วยเหลือประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ชี้ว่าทุกงานต้องดำเนินการรวดเร็ว แม่นยำ และมีผลในทางปฏิบัติทันที เพื่อให้พี่น้องภาคใต้ตอนล่างกลับมาใช้ชีวิตและเดินทางได้อย่างปลอดภัยในเร็วที่สุด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พิพัฒน์' แจงตั้ง 'ปลัดคมนาคม' คนใหม่ อายุราชการเหลืออีก 10 ปี พิจารณาคุณสมบัติ ไม่เกี่ยวโควตาบ้านใหญ่

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการเสนอชื่อนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่ว่า

'พิพัฒน์' ลุยของบ 'พรก.เงินกู้' เปลี่ยนรถโดยสารสาธารณะเป็นระบบไฟฟ้า เร่งเสนอภายใน ส.ค.นี้

นายพิพัฒน์​ รัชกิจประการ​ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงความคืบหน้าการเสนอโครงการเปลี่ยนผ่านรถโดยสารสาธารณะ จากรถสันดาปเป็นรถ EV โดยใช้งบประมาณจาก พ.ร.ก.เงินกู้​ 2 แสนล้านบาท​ว่า​ เรื่องนี้ตนได้หารือกับ​นายเอกนิ

'อนุทิน' ไฟเขียว '7 รองนายกฯ' ใช้งบได้คนละ 100 ล้าน รับมือสถานการณ์น้ำในกรณีฉุกเฉิน

“เจเศรษฐ์” เผย ปภ.ประสานศูนย์เตือนภัยพิบัติฯ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำพื้นที่ภาคเหนือ-อีสาน ยืนยันความพร้อมการแจ้งเตือนประชาชน ขอให้ติดตามผ่านระบบ Cell Broadcast - หอกระจายข่าว - ผู้นำชุมชน ขณะที่ “นายกฯ” ไฟเขียวทุกรองนายกฯใช้งบ 100 ล้านบาท รับมือสถานการณ์น้ำหากเกิดกรณีฉุกเฉิน

'เอกนิติ' สั่งทำ Risk Map สแกนพื้นที่เสี่ยง รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคกลาง

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้

'ทรงศักดิ์' จี้ กต. ประสานจีน ให้แจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนปล่อยน้ำจากเขื่อน ต้นเหตุน้ำโขงขึ้นลงผิดธรรมชาติ

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมรับมืออุทกภัยน้ำท่วมพื้นที่ภาคอีสานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย มอบให้รองนายกฯแต่ละคนไปกำกับดูแลน้ำแต่ละพื้นที่ ตนกำกับดูแลในพื้นที่อีสาน 20 จังหวัด

รัฐบาลสั่งตั้งวอร์รูม 24 ชม. รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคเหนือ

รัฐบาลสั่งตั้งวอร์รูม 24 ชม. รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคเหนือ พร้อมลดขั้นตอนราชการ ปลดล็อกงบฉุกเฉิน ให้ผู้ว่าฯ ลุยช่วยประชาชนหน้างานได้ทันที