ททท.ชี้ตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลพุ่ง 10 ล้านคน สดใสต่อเนื่อง ยุโรป–อเมริกาโตเด่น สายการบินเพิ่มที่นั่งหนุนดีมานด์ คาดปี68 นักท่องเที่ยวสหราชอาณาจักรแตะเกือบ 1.1 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 8 หมื่นล้านบาท พร้อมเดินหน้าการตลาดเชิงรุก
17 ธ.ค.2568 -นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวของตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล ว่ายังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมีทิศทางที่สดใสอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกลเดินทางเข้ามาสะสมทะลุ 10 ล้านคนเป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างชัดเจนหลังสถานการณ์โควิด-19
ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคต่าง ๆ มีการเติบโตอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะตลาดยุโรปที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 7.6 ล้านคน เติบโต 12.6% และตลาดอเมริกามีจำนวนกว่า 1.5 ล้านคน เติบโต 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ปัจจัยสำคัญมาจากการฟื้นตัวของความต้องการเดินทางระยะไกล รวมถึงการดำเนินกลยุทธ์ด้านการตลาดของ ททท. ที่ทำงานร่วมกับสายการบินอย่างใกล้ชิด ภายใต้แนวคิด Airline Focus เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงประเทศไทยของนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก
อย่างไรก็ตามในโอกาสสำคัญดังกล่าว ททท. ได้จัดกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักรครบ 1 ล้านคน พร้อมเฉลิมฉลองความสำเร็จของตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลที่ทะลุ 10 ล้านคน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีคณะผู้บริหาร ททท. ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยแลนด์ พรีวิเลจ คาร์ด จำกัด และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมให้การต้อนรับเที่ยวบิน TG911 ของสายการบินไทย ซึ่งบินตรงจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ถึงประเทศไทยในเวลา 06.15 น.
สำหรับนักท่องเที่ยวสหราชอาณาจักรคนที่ 1 ล้าน ได้รับของขวัญพิเศษเพื่อเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับพรีเมียม ประกอบด้วยบัตรโดยสารเครื่องบินสายการบินไทยเส้นทางลอนดอน–กรุงเทพฯ–ลอนดอน ชั้นประหยัด จำนวน 2 ที่นั่ง ที่พักโรงแรม Anantara Chiang Mai 2 คืน และ Avani+ Khao Lak 2 คืน พร้อมบัตรรับประทานอาหาร Sala Lakorn Theatrical Experience โรงแรม Anantara สำหรับ 2 ท่าน รวมถึงแพ็กเกจสปาและสุขภาพจาก PANPURI Wellness
สำหรับตลาดสหราชอาณาจักร ถือเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพของประเทศไทย และติดอันดับ TOP 10 ประเทศที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยมากที่สุด นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเดินทางด้วยตนเอง หรือเดินทางเป็นกลุ่มเพื่อนและคู่รัก มีจุดหมายปลายทางยอดนิยม ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กระบี่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่ โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปประมาณ 60,000–70,000 บาท และมีระยะเวลาพำนักเฉลี่ยยาวถึง 17.44 คืน
ปัจจุบันมีสายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินตรงจากสหราชอาณาจักรสู่ประเทศไทยรวม 5 สายการบิน ได้แก่ การบินไทย, EVA Air, British Airways, Norse Atlantic Airways และ TUI UK รวมทั้งสิ้น 35 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนตุลาคม–มีนาคม มีความจุที่นั่งรวมกว่า 11,100 ที่นั่งต่อสัปดาห์ เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2567 พบว่าในปี 2568 ความจุที่นั่งเฉลี่ยตลอดทั้งปีเพิ่มขึ้นประมาณ 12% และอัตราบรรทุกผู้โดยสารในเดือนธันวาคมสูงถึง 80–90% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความนิยมของนักท่องเที่ยวชาวสหราชอาณาจักรที่มีต่อประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
สำหรับการกลับมาของจำนวนนักท่องเที่ยวสหราชอาณาจักรทะลุ 1 ล้านคนในปี 2568 นับเป็นครั้งแรกหลังสถานการณ์โควิด-19 โดยมีอัตราการเติบโตประมาณ 12% เมื่อเทียบกับปี 2567 และคาดว่าภายในสิ้นปี 2568 จะมีนักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักรเกือบ 1.1 ล้านคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้ประเทศไทยมากกว่า 80,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดใหม่ของตลาดนี้ โดยความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเชิงรุกของ ททท. ร่วมกับบริษัทนำเที่ยวและสายการบินในสหราชอาณาจักรอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน แนวโน้มในปี 2569 ตลาดสหราชอาณาจักรยังมีปัจจัยบวกอย่างต่อเนื่อง จากการที่สายการบิน British Airways ประกาศปรับตารางบินเส้นทางลอนดอน–เกตวิก–กรุงเทพฯ จากการให้บริการเฉพาะฤดูหนาว เป็นการให้บริการตลอดทั้งปีตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2569 ซึ่งจะเพิ่มจำนวนที่นั่งในตลาดได้เกือบ 60,000 ที่นั่ง นอกจากนี้ สายการบิน Virgin Atlantic Airways ยังเตรียมเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงเส้นทางลอนดอน–ฮีทโธรว์–ภูเก็ต ในช่วงฤดูหนาวปี 2569–2570 สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน ช่วยเพิ่มทางเลือกและเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดสหราชอาณาจักรอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ ททท. ยังเดินหน้าการประชาสัมพันธ์เชิงรุกร่วมกับสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และพันธมิตรทั้งในและนอกอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในสหราชอาณาจักร ภายใต้แคมเปญ “Healing is the New Luxury” เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่สนใจการท่องเที่ยวธรรมชาติ สุขภาพ และความยั่งยืน พร้อมนำเสนอจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ หรือ Hidden Gems ของประเทศไทย เพื่อกระจายการเดินทางและสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายมากยิ่งขึ้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สุดปัง! 'อ่าวเกือก' สิมิลัน ติดอันดับ 10 ชายหาดดีที่สุดในโลก
“อ่าวเกือก” หรือ Donald Duck Bay แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยอีกครั้ง หลังได้รับการจัดอันดับให้เป็นชายหาดที่ดีที่สุดอันดับ 10 ของโลก
'กสิกรไทย'อวดกำไร Q1 แตะ 1.46 หมื่นล้าน
'กสิกรไทย'เปิดกำไรไตรมาสแรกพุ่ง 1.4 หมื่นล้าน โต 6.35% จากรายได้ค่าธรรมเนียม ธุรกิจประกันภัยและบริการ ชี้พิษตะวันออกกลางฉุดเศรษฐกิจไทยสะดุดคาดทั้งปีโตเพียง 0.8–1.2%
สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'
20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.

