กกพ. จ่อพิจารณาค่าไฟงวดพ.ค.-ส.ค. เพิ่มเติม เปิดแนวทางดูแลภาระหนี้ กฟผ.

กกพ. จ่อพิจารณาค่าไฟงวดพ.ค.-ส.ค. เพิ่มเติม เปิดแนวทางดูแลภาระหนี้ กฟผ. หรือตรึงหนี้ไว้ก่อน พร้อมเผยหากงวดก.ย. – ธ.ค. ไม่มีเครื่องมือช่วยเหลือ ค่าไฟแพงขึ้นแน่นอน

23 มี.ค. 2569 – นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ในความเห็นส่วนตัวมองว่า แนวโน้มค่าไฟฟ้างวดใหม่เดือนพ.ค.-ส.ค. 69 มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากงวดปัจจุบัน เนื่องจากผลกระทบสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ผันผวนโดยราคาแอลเอ็นจี ตลาดจร (Spot) ขยับมาอยู่ที่ 25 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู เบื้องต้นกกพ.คำนวณค่าไฟงวดใหม่ จะอยู่ที่หน่วยละ 3.95 บาท สูงกว่าค่าไฟฟ้างวดปัจจุบัน (ม.ค. – เม.ย.) อยู่ที่หน่วยละ 3.88บาท หรือเพิ่มขึ้นอยู่ 7 สตางค์  

“ส่วนตัวเห็นว่าค่าไฟฟ้าควรสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง หากภาคนโยบายอาจจะตรึงค่าไฟฟ้างวดใหม่ แต่ก็ต้องส่งสัญญาณให้ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมรวมถึงประชาชนได้รับรู้ข้อเท็จจริงเพี่อส่งสัญญาณถึงการประหยัดพลังงานในช่วงที่ประเทศได้รับผลกระทบจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลางและได้ปรับตัวรับมือกับสถานการณ์  สิ่งที่กังวลคือ ค่าไฟฟ้างวดเดือนก.ย. – ธ.ค. 69 หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ ราคา LNG ปรับขึ้น เนื่องจากเข้าสู่ฤดูหนาว โดยเราไม่มีเครื่องมือช่วยพยุงค่าไฟฟ้า แต่ กฟผ.ยังต้องแบกรับภาระหนี้คงค้าง และดอกเบี้ยจ่ายอยู่ อาจจะทำให้อัตราค่าไฟฟ้าปรับขึ้นทะลุ 4 บาทต่อหน่วย แต่ภาคธุรกิจทำสัญญาซื้อขายสินค้าโดยประเมินค่าไฟฟ้าในอัตราที่ต่ำก็อาจจะได้รับผลกระทบได้ ยอมรับว่าขณะนี้ทางอียูมีการเร่งซื้อ LNG เพื่อเก็บสต๊อกไว้ใช้ เพื่อรับมือสงครามยืดเยื้อและใช้ในฤดูหนาว ทำให้ราคาในตลาดโลกผันผวนหนัก” นายวรวิทย์ กล่าว

ทั้งนี้ เบื้องต้นกกพ. จะคำนวณตามสูตรการปรับค่าเอฟที  ออกเป็น 3 กรณี คือ กรณีที่ 1 หากไม่มีมาตรการใดๆเข้าไปช่วยเหลือ สะท้อนต้นทุนค่าเชื้อเพลิง เงินเรียกเก็บเพื่อชดเชยต้นทุนคงค้าง (เอเอฟ) ที่เกิดขึ้นจริงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่จะได้รับเงินที่รับภาระต้นทุนค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าแทนประชาชนรวม 36,000 ล้านบาท ทำให้ค่าไฟฟ้าเดือนพ.ค. -ส.ค. 69 จะปรับขึ้นจากปัจจุบันหน่วยละ 3.88 บาท เพิ่มเป็นหน่วยละ 4.59 บาท หรือเพิ่มขึ้นหน่วยละ 70 สตางค์ 

กรณีที่ 2 ไม่มีการชำระเงินคงค้างจ่าย(เอเอฟ) กฟผ.ที่เหลือจำนวน 36,000ล้านบาท แต่จะส่งผลกระทบต่อสถานะของกฟผ. ค่าไฟฟ้างวดใหม่จะอยู่ที่หน่วยละ 4.08 บาท หรือเพิ่มขึ้น 0.20 สตางค์ และกรณีที่ 3 กกพ.นำเงินคอล แบค 9,400 ล้านบาท มาช่วยลดค่าไฟฟ้าทั้งหมด และยังไม่มีการชำระคืนเงินค้างจ่ายเอเอฟ กฟผ. จำนวน 36,000 ล้านบาท ทำให้ค่าไฟฟ้าปรับขึ้นจริง ประมาณหน่วยละ 7 สตางค์ต่อหน่วย มาอยู่ที่หน่วยละ 3.95 บาท 

ทั้งนี้ ตัวเลขอัตราค่าไฟดังกล่าวข้างต้นยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากราคาก๊าซ LNG มีความผันผวน โดยจะมาพิจารณาราคาอีกครั้ง ระหว่างวันที่ 23-24 มี.ค. 69 เพื่อใช้คำนวณตามสูตรค่าไฟฟ้า ก่อนเสนอคณะกรรมกำกับกิจการพลังงานในวันที่ 25 มี.ค.นี้ หลังจากนั้นสำนักงานกกพ. ดำเนินการเปิดรับฟังความคิดเห็นค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในงวดเดือนพ.ค. – ส.ค. 69 ซึ่งภาคนโยบายได้ส่งสัญญาณว่า จะมีการตึงค่าไฟฟ้างวดใหม่ที่หน่วยละ 3.88บาท โดยจะหากลไกต่างๆมาใช้เพื่อให้ค่าไฟฟ้าไม่ปรับขึ้น เพราะต้องการลดภาระให้ประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันพุธ ที่ 25 มี.ค. สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) จะแถลงข่าว ชี้แจงผลการคำนวณค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (ค่าเอฟที) และข้อเสนอทางเลือกเพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นประกอบการพิจารณาเพื่อประกาศเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในรอบเดือนพ.ค. – ส.ค. 69 อย่างเป็นทางการอีกครั้ง  

เพิ่มเพื่อน