23ช้างศึกรายงานตัวบู๊เติร์กฯ 'ฮัดสัน'หวังศักยภาพพร้อม 'นฤบดินทร์'ดีใจหวนคืนทีมชาติ

“นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม” กองหลังฟุตบอลชายทีมชาติไทย
วันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 12.00 น. ณ โรงแรม โนโวเทล ฟิวเจอร์ ปาร์ค รังสิต 23 แข้ง ฟุตบอลชายทีมชาติไทย เดินทางมารายงานตัว เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันฟุตบอล เอเชียน คัพ 2027 รอบคัดเลือก กลุ่มดี นัดที่ 6 ที่จะพบกับ เติร์กเมนิสถาน ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 
 
การรายงานตัวครั้งนี้นำโดย "แอนโธนี ฮัดสัน" หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชุดใหญ่ พร้อมด้วยสตาฟโค้ชและ 23 นักเตะ ที่มารายงานตัวกันอย่างครบครัน
 
ภายในการรายงานตัว "แอนโธนี ฮัดสัน" กล่าวว่า "เอาจริงๆ มันเป็นช่วงระยะเวลาที่ค่อนข้างห่างมากๆ จากแคมป์ที่แล้วในเดือนพฤศจิกายนมาจนถึงแคมป์นี้ เราได้ใช้เวลาในการวิเคราะห์เกมของคู่ต่อสู้และทำให้มันชัดเจนว่าวิธิการที่เราจะต้องเจอกับเขาจะต้องทำยังไง รวมถึงเราได้คัดเลือกผู้เล่นที่เหมาะสมกับการแข่งขันเข้ามาในแคมป์ครั้งนี้"
 
"ผมรู้สึกโล่งใจที่ในช่วงสัปดาห์ทที่ผ่านมาไม่ได้มีปัญหาอะไรที่ใหญ่มากที่จะรับมือไม่ได้ เพราะในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนเข้าแคมป์ทีมชาติจะมีปัญหาแบบนี้ตลอดซึ่งครั้งนี้ไม่ได้เจอเยอะ ภาพรวมค่อนข้างพอใจกับนักเตะที่เราได้เลือกมาเพราะมีการผสมผสานทั้งผู้เล่นที่มีประสบการณ์และผู้เล่นที่อายุน้อยที่มีคุณภาพพอที่จะมายกระดับเกมในครั้งนี้"
 
"เราได้วิเคราะห์เกมย้อนหลังของเติร์กเมนิสถาน ทั้ง เชิงกว้าง เชิงลึก เพื่อให้เห็นมุมมองของผู้เล่นทุกคน ซึ่งเราได้ย้อนไปดูประมาณ 12-13 เกม จะได้เห็นพฤติกรรมในการเล่น ทั้ง เกมในบ้านและออกไปเยือนว่าเขาเล่นแบบไหน รวมถึงได้ติดตามสโมสรของเขาอย่างอาคาดะในเกมแชมป์เปี้ยนลีก ซึ่งในไอเดียที่จะใช้เราพร้อมแล้วที่จะเจอเขา ก่อนอื่นต้องแสดงความยินดีกับเติร์กเมนิสถานที่มาถึงจุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย"
 
"เป็นเรื่องที่ดีที่เราจะได้เจอกับสถานการณ์แบบนี้รวมถึงผู้เล่นอายุน้อยที่จะได้มีส่วนร่วมกับเกมแบบนี้ ผมและทีมงานสตาฟโค้ชคิดว่าคืนวันแข่งขันจะเป็นคืนที่พิเศษกับรวมเราทุกคน แต่เราคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าจะต้องมีแรงกดดันเข้ามา เราจะต้องทำยังไงก็ได้ให้เอาศักยภาพของนักเตะออกมาให้ดีที่สุดให้พร้อมมากที่สุด ผมมีความมั่นใจว่าเรามีนักเตะที่เก่งและสามารถรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ได้"
 
"ไอเดียที่เราจะเอาสโมสรนอร์ทกรุงเทพ มาร่วมซ้อม นี่คือแคมป์ที่สองของผมเรายังมีเวลามากพอที่จะได้เรียนรู้นักเตะ ซึ่งเรามีบทเรียนในแคมป์ที่แล้วกับสิงคโปร์เท่ากับว่าเราจะเสียเวลาไป 2-3 วันกับเกมอุ่นเครื่องและเราจะต้องอุ่นเครื่องกับการที่รู้ว่ายังไม่พร้อมและต้องมากังวลกับสภาพร่างกาย ซึ่งด้วยเหตุผลนี้เราจึงอยากหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้เพื่อให้การเตรียมทีมพร้อมที่จะลงแข่ง"
 
"ไม่ใช่แค่ยศกร (บูรพา) แต่ผู้เล่นเยาวชนที่ผ่านเข้ามาในแคมป์เราจะทำอย่างไรให้เขารู้สึกมีความมั่นใจและได้ประสบการณ์รวมถึงไม่กดดันมากเกินไปในแคมป์นี้ การเรียกพวกเขาเข้ามาไม่ได้เป็นการสร้างเสียงฮือฮาอย่างเดียวแต่ด้วยฟอร์มการเล่นที่ดีจากสโมสร เราอาจจะมีผู้เล่นในใจแล้วแต่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาการเข้าแคมป์ซึ่งมันจะขึ้นอยู่กับฟอร์มการซ้อมของนักเตะด้วย"
 
“นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม” กองหลังฟุตบอลชายทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ให้สัมภาษณ์หลังการรายงานตัว โดย“ต้น” ถือเป็นการคัมแบ็คกลับมาติดทีมชาติไทยอีกครั้งในรอบ 3 ปี 6 เดือน ซึ่งครั้งล่าสุดที่เจ้าตัวได้ลงเล่นในนามทีมชาติคือ คิงส์ คัพ 2022 ในเดือนกันยายน 2565
 
"ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณโค้ช และทีมงานสตาฟทุกคนครับ ที่เรียกผมเข้ามาติดทีมชาติ และให้โอกาสผมเข้ามาติดทีมชาติอีกรอบนึงครับ ผมรู้สึกดีใจที่ได้กลับมามีชื่อรับใช้ชาติอีกครั้งครับ เป้าหมายแน่นอนครับ เราต้องการชัยชนะอย่างเดียว เพื่อคนไทยทุกคนและเพื่อที่เราจะเข้ารอบต่อไปครับ" นฤบดินทร์ กล่าว
 
"ดีใจครับที่ได้เข้าแคมป์ เพราะว่าผมพยายามทำผลงานให้ดี ปีที่ผ่านมามีอาการบาดเจ็บค่อนข้างบ่อย แต่ปีนี้เหมือนกับว่าบุรีรัมย์มีสควอดที่ใหญ่ขึ้น เราสามารถโรเตชั่นกันได้ และนักเตะทุกคนโชว์ฟอร์มของตัวเองได้ดีครับ สภาพร่างกายตอนนี้เต็มร้อยครับ"
 
"ผมคิดว่านักเตะทุกคนน่าจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วครับ เพราะเราเจอกันในลีก ด้วยสไตล์การเล่นการที่ทุกคนคลุกคลีอยู่ด้วยกันมานาน ผมคิดว่าไม่น่าจะต้องปรับตัวอะไรกันมากครับ อย่างที่บอกครับปีนี้บุรีรัมย์มีสควอดที่ใหญ่ นักเตะสามารถช่วยกันเล่นได้ มันเลยทำให้อาการบาดเจ็บน้อย เหมือนกับว่ามีเวลาได้พัก มีเวลาให้ร่างกายได้รีคัฟเวอรี่ ทำให้เรามีเวลาโฟกัสในเกมต่อเกมได้มากขึ้นครับ"
 
สำหรับ ฟุตบอลชายทีมชาติไทย จะทำการแข่งขันฟุตบอล เอเชียน คัพ 2027 รอบคัดเลือก กลุ่มดี แมตช์เดย์ที่ 6 พบกับ เติร์กเมนิสถาน ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 19.30 น. ถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐ ทีวี ช่อง 32, www.thairath.co.th/tv/live, Facebook : ไทยรัฐทีวี www.facebook.com/ThairathTV และไทยรัฐสปอร์ต www.facebook.com/ThairathSport, YouTube : Thairath Sport และ BG SPORTS, แอพพลิเคชั่น True Visions NOW และ แอพพลิเคชั่น AIS PLAY
 
ทั้งนี้แฟนบอลที่สนใจ สามารถซื้อบัตรได้ที่ ไทย ทิคเกต เมเจอร์ ได้ที่  https://bit.ly/3Zs3vDG และจุดจำหน่ายสาขาหลัก 11 สาขา หรือทุกช่องทางจำหน่าย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทีมชาติไทยพบคูเวต ก่อนบุกเยือนจีน โปรแกรม'ฟีฟ่าเดย์'มิถุนายน

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่อง 2 นัด ตามปฏิทิน ฟีฟ่า เดย์ ในช่วงเดือนมิถุนายน 2569 โดย ทีมชาติไทย จะเปิดบ้านพบกับ คูเวต ในวันที่ 5 มิถุนายน  และบุกไปเยือน จีน ในวันที่ 9 มิถุนายน 2569  

ส.บอลฯออกแถลงการณ์ กรณีการจุดพลุแฟร์ ในศึกฟุตบอลหญิงU20เอเชียนคัพ2026

ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์การจุดพลุแฟร์ภายในสนามแข่งขัน ภายหลังการแข่งขันฟุตบอลรายการ AFC U20 Women's Asian Cup Thailand 2026 รอบก่อนรองชนะเลิศ (8 ทีมสุดท้าย) ระหว่าง ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี พบกับ ทีมชาติเกาหลีใต้ รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ณ สนามธรรมศาสตร์ สเตเดียม เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา

'ฮัดสัน'มั่นใจ'ช้างศึก'ได้เปรียบเติร์กฯ นักเตะเลือกตัวดีสุด ลุย'เอเชียนคัพ'คัดเลือกนัด6

วันที่ 30 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 น. ณ ห้องแถลงข่าว สนามราชมังคลากีฬาสถาน ฝ่ายจัดการแข่งขัน จัดงานแถลงข่าวก่อนการแข่งขันตบอล เอเชียน คัพ 2027 รอบคัดเลือก กลุ่มดี นัดที่ 6 ที่ ทีมชาติไทย จะพบกับ เติร์กเมนิสถาน ในวันที่ 31 มีนาคม 2569

เปิดเบอร์เสื้อ23ช้างศึก คัดเอเชียนคัพนัดที่6 ชี้ชะตากับ'เติร์กเมนิสถาน'

ฟุตบอลชายทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ประกาศหมายเลขเสื้อ นักกีฬาทั้ง 23 คน ที่ทำการแข่งขันฟุตบอล เอเชียน คัพ 2027 รอบคัดเลือก นัดที่ 6 พบกับ เติร์กเมนิสถาน ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ภายใต้การคุมทัพของ "แอนโธนี ฮัดสัน" หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวอังกฤษ

แข้งทีมชาติได้'รพ.สมิติเวช'ดูแล3ปี ยกระดับสมรรถภาพ'ช้างศึก' สู่มาตรฐานสากล

ฟุตบอลทีมชาติไทย หรือ "ช้างศึก" กำลังอยู่ในช่วงที่น่าจับตามองที่สุดในรอบหลายปี ล่าสุดทีมชาติไทยไต่อันดับโลกฟีฟ่าขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 96 ของโลก ในการประกาศอันดับโลกเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งถือเป็นอันดับที่ดีที่สุดในรอบกว่า 16 ปี และยังคงครองตำแหน่งทีมอันดับ 1 ของอาเซียนอย่างเต็มภาคภูมิในระหว่างการเดินทางอันน่าภาคภูมิใจนี้ "สมิติเวช" ยืนหยัดอยู่เคียงข้างทีมชาติไทยอย่างไม่เคยห่างหาย ตั้งแต่ปีแรกจนถึงปีที่ 3