GPSC ลุยอัปเดท12 หน่วยผลิตไฟฟ้าลดการปล่อย CO2

GPSC ลุยอัปเดท12 หน่วยผลิตไฟฟ้า ลดใช้พลังงานได้ถึง 419,476 ล้านบีทียู ลดนำเข้า LNG ได้กว่า 8,000 ตันต่อปี มูลค่า 150 ล้านบาท  พร้อมจับมือพันธมิตรศึกษาพัฒนานวัตกรรมพลังงาน มุ่งสู่ การพัฒนาธุรกิจยั่งยืน และ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593


8 เม.ย. 2569 - นายศิริเมธ  ลี้ภากรณ์  ผู้จัดการใหญ่  และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC  เปิดเผยว่า  GPSC  ได้กำหนดเป้าหมายการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า โดยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงานสะอาด เพื่อมุ่งสู่การลดการใช้พลังงานในโรงไฟฟ้า  นำไปสู่การผลิตไฟฟ้าและไอน้ำที่มีเสถียรภาพ พร้อมทั้งสามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ เป็นไปตามแผนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Decarbonization Roadmap โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา สามารถลด Carbon Intensity หรือ ความเข้มข้นของคาร์บอนต่อการผลิตไฟฟ้า 1 หน่วย ได้แล้ว 10% เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายลดลง 35% ภายในปี 2573 และ การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ยกระดับแผนปฏิบัติการเพิ่มประสิทธิภาพหน่วยผลิตไฟฟ้าต่างๆ จำนวน  12 โครงการ โดยสามารถลดการนำเข้า LNG ได้ถึง 8,066 ตัน ต่อปี เทียบเท่าการลดใช้พลังงานได้ 419,476  ล้านบีทียู  คิดเป็นมูลค่า 150 ล้านบาท ซึ่งสามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ได้ 22,420 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า นับเป็นกลยุทธการบริหารความเสี่ยงที่สามารถลดความผันผวนของราคา LNG จากความไม่สงบในตะวันออกกลางอีกด้วย นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาโซลูชั่น โดยนำระบบ Real Time Optimization (AI & Digital) มาวางแผนการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า การบริหารระบบโรงไฟฟ้า ทั้งในด้านประสิทธิภาพ และการติดตามสถานะอุปกรณ์ต่างๆ  เพื่อจัดเก็บ Data อย่างสมบูรณ์ ประกอบกับการพัฒนา software ขึ้นมาใช้ภายใน เพื่อให้การวางแผนการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าและไอน้ำได้เต็มประสิทธิภาพ  การเพิ่มศักยภาพทีมบุคลากร ระหว่างทีมผลิต  และทีมบำรุงรักษา  เพื่อวางแผนการเดินเครื่อง และการหยุดซ่อมบำรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รองรับทั้งวิกฤตพลังงาน และสร้างความมั่นคงในระบบการผลิตไฟฟ้า 

 อย่างไรก็ดี GPSC  ยังคงเดินหน้าแผนการเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ พร้อมทั้งยังได้เตรียมความพร้อมในการศึกษาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด อาทิ โรงไฟฟ้า SMR (Small Modular Reactors) โครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) และไฮโดรเจน ซึ่งเป็นโครงการที่มีศักยภาพ เพราะนอกจากจะสร้างความมั่นคงด้านพลังงานแล้ว ยังตอบโจทย์ในเรื่องของราคาค่าไฟฟ้าที่เหมาะสม ประกอบกับการสนับสนุนลูกค้าอุตสาหกรรม และประเทศไทยให้เดินหน้าสู่เป้าหมาย การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ร่วมกัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘สุรเดช’ ซัดนโยบายน้ำมันพลาด เตือนศรัทธารัฐสั่น เสี่ยงม็อบลงถนน

‘สุรเดช’ ของขึ้น จี้รัฐบาล ฟื้นวิกฤติศรัทธา หลังตกต่ำหนัก ลั่นต้องลดราคาน้ำมันลงมาให้ได้ ก่อนเจอกระแสต้าน จากรักเป็นแค้น เกิดม็อบลงถนน

'รวยไม่ไหวแล้วโว้ย' ในวันที่น้ำมันแพงกับเกมการเมืองที่คุ้นเคย

คำว่า “รวยไม่ไหวแล้วโว้ย” ของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ถูกพูดบนเวทีหาเสียงเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ในช่วงที่การเมืองกำลังแข่งกันสร้างความคาดหวัง คำลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นรูปแบบของการหาเสียงที่มัก “พูดเกินจ

นายกฯ หารือทูตอินเดีย เพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุน ยันไทยจัดหาแหล่งน้ำมันสำรองได้

นายนาเคศ สิงห์ (H.E. Mr. Nagesh Singh) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เพื่ออำลาในโอกาสพ้นหน้าที่ โดยภายหลังเสร็จสิ้น