‘บัญชีกลาง’ ขันน็อตเร่งรัดก่อหนี้ผูกพัน ขีดเส้น30เม.ย. ไม่ทันดึงเข้าพ.ร.บ.โอนงบ

‘บัญชีกลาง’ ลุยออกมาตรการขันน็อตส่วนราชการเร่งรัดก่อหนี้ผูกพัน ขีดเส้นต้องแล้วเสร็จภายใน 30 เม.ย. 69 หากไม่ทันกำหนดพร้อมดึงเข้า พ.ร.บ. โอนงบประมาณ

16 เม.ย. 2569 – นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลางอธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า เพื่อเป็นการเร่งอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็ว คณะกรรมการติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ ได้กำหนดมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ 2569 เพิ่มเติม เพื่อเร่งรัดการก่อหนี้ผูกพันของส่วนราชการให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

โดยกำหนดให้ส่วนราชการเร่งรัดเบิกจ่ายรายจ่ายประจำให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด ในส่วนของรายจ่ายลงทุน รายการปีเดียวให้เร่งรัดการก่อหนี้ผูกพันให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 30 เม.ย. 2569 และรายการที่ก่อหนี้ผูกพันแล้ว ให้เร่งรัดบริหารสัญญาและตรวจรับงานเพื่อเร่งเบิกจ่ายเงินงบประมาณโดยเร็ว ขณะที่รายการผูกพันข้ามปีให้เร่งรัดการก่อหนี้ผูกพันและเบิกจ่ายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

นอกจากนี้ ยังได้กำหนดให้ส่วนราชการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนา รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องต่าง ๆ เช่น ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พัก ค่าพาหนะ เป็นต้น ให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 30 เม.ย. 2569 ทั้งนี้ กรณีรายจ่ายลงทุนที่ไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันได้แล้วเสร็จ ให้สำนักงบประมาณนำไปพิจารณาจัดทำหลักเกณฑ์และแนวทางการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. …. ต่อไป

นางแพตริเซีย กล่าวอีกว่า ในส่วนเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีของปีงบประมาณ 2568 ให้เร่งรัดการเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. 2569 หากไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด งบประมาณต้องถูกพับไป ทั้งนี้ รายการที่ยังไม่ก่อหนี้ผูกพัน หากพิจารณาจากระยะเวลาดำเนินการแล้ว ไม่สามารถเบิกจ่ายให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 ก.ย. 2569 หรือรายการที่บรรลุวัตถุประสงค์แล้วแต่มีงบประมาณเหลือจ่าย ให้โอนไปใช้จ่ายในรายการชำระหนี้ค่าสาธารณูปโภค หรือชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้างตามแบบสัญญาปรับราคา (ค่า K) หรือชำระหนี้ของหน่วยรับงบประมาณได้ โดยให้ดำเนินการขอโอนเปลี่ยนแปลงต่อสำนักงบประมาณ

“ขอให้ส่วนราชการดำเนินการติดตามและเร่งรัดการก่อหนี้ผูกพันรวมถึงการเบิกจ่ายงบประมาณของหน่วยงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ทั้งเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีของปีงบประมาณ 2568 และเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 โดยเฉพาะรายจ่ายลงทุน เพื่อกระตุ้นให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศโดยเร็ว” อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าว

สำหรับผลการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ สิ้นสุดไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ 2569 (1 ต.ค.68 – 31 มี.ค.69) และเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีของปีงบประมาณ 2568 พบว่า เงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีของปีงบประมาณ 2568 วงเงินงบประมาณ 320,991.51 ล้านบาท มีการก่อหนี้แล้ว 282,799.14 ล้านบาท คิดเป็น 88.10% และมีการเบิกจ่ายแล้ว 187,252.26 ล้านบาท คิดเป็น 58.34%

ขณะที่การเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 วงเงินงบประมาณ 3,780,600.00 ล้านบาท หน่วยงานของรัฐได้มีการก่อหนี้แล้ว 2,331,919.52 ล้านบาท คิดเป็น 61.68% สูงกว่าเป้าหมาย 0.68% และมีการเบิกจ่ายแล้วจำนวน 2,095,295.19 ล้านบาท คิดเป็น 55.42% สูงกว่าเป้าหมาย 0.42% และสูงกว่าการเบิกจ่ายของปีงบประมาณ 2568 ที่ 3.59%

โดยจำแนกเป็น รายจ่ายประจำ วงเงินงบประมาณ 2,965,713.18 ล้านบาท ก่อหนี้แล้ว 1,830,293.59 ล้านบาท คิดเป็น 61.72% สูงกว่าเป้าหมาย 0.72% และมีการเบิกจ่ายแล้ว 1,817,578.06 ล้านบาท คิดเป็น 61.29% สูงกว่าเป้าหมาย 1.29% และสูงกว่าการเบิกจ่ายของปีงบประมาณ 2568 ราว 1.01% และรายจ่ายลงทุน วงเงินงบประมาณ 814,886.82 ล้านบาท ก่อหนี้แล้ว 501,625.93 ล้านบาท คิดเป็น 61.56% สูงกว่าเป้าหมาย 2.56% และเบิกจ่ายแล้ว 277,717.13 ล้านบาท คิดเป็น 34.08% ต่ำกว่าเป้าหมาย 3.92% แต่สูงกว่าการเบิกจ่ายของปีงบประมาณ 2568 ถึง 7.81%

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง