ซีไอเอ็มบีไทยยิ้มกำไรQ1/69 อยู่ที่ 908.2ล้านเพิ่มขึ้น8.4%

ซีไอเอ็มบี ไทย ประกาศกำไรสุทธิ ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่  908.2  ล้านบาท เพิ่มขึ้น8.4% เป็นผลมาจากตั้งสำรองฯ ลดลง 21.1% และค่าใช้จ่ายดำเนินงานลดลง 0.6%

21 เม.ย. 2569 - นายวุธว์ ธนิตติราภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย  เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคารสำหรับ งวดสามเดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 มีกำไรสุทธิจำนวน 908.2  ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 70.1 ล้านบาท หรือ 8.4 %เมื่อเปรียบเทียบผลกำไรสุทธิของงวดเดียวกันปี 2568 สาเหตุหลักเกิดจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 0.6 %และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 21.1 % กับรายได้จากการดำเนินงานลดลง3.1%

รายได้จากการดำเนินงาน สำหรับงวดสามเดือนปี 2569  มีจำนวน 3,473.3 ล้านบาท ลดลงจำนวน 110.6 ล้านบาท หรือ 3.1 %เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2568 เนื่องจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจำนวน 156.8 ล้านบาท หรือ 7.1 % โดยมีสาเหตุหลักจากอัตราผลตอบแทนของสินทรัพย์ที่ลดลงตามสภาพแวดล้อมของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ  และการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิจำนวน 82.2 ล้านบาท หรือ 22.7 %เกิดจากการลดลงของค่าธรรมเนียมจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันภัยและรายได้ค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่าย สุทธิกับรายได้จากการดำเนินงานอื่นเพิ่มขึ้นจำนวน 128.4 ล้านบาท หรือ12.6 %สาเหตุหลักมาจากกำไรสุทธิจากเงินลงทุน

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสำหรับงวดสามเดือนปี 2569 เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2568 ลดลงจำนวน 9.4 ล้านบาทหรือ 0.6% เนื่องจากการลดลงของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานสุทธิกับการเพิ่มขึ้นของค่าเผื่อการด้อยค่าของทรัพย์สินรอการขาย   อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้จากการดำเนินงานสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 48.9% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2568 อยู่ที่47.6%

อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (Net Interest Margin – NIM) สำหรับงวดสามเดือนปี 2569   อยู่ที่1.96 %ลดลงจากงวดเดียวกันปี 2568 อยู่ที่2.04 %เนื่องจากการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายซึ่งส่งผลให้ผลตอบแทนจากสินทรัพย์ลดลง นอกจากนี้ยังได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากการลดลงของสินเชื่อ แม้ว่าจะได้รับการชดเชยบางส่วนจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลงก็ตาม

วันที่ 31 มีนาคม 2569 เงินให้สินเชื่อสุทธิจากรายได้รอตัดบัญชี (รวมเงินให้สินเชื่อซึ่งค้ำประกันโดยธนาคารอื่นและเงินให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงิน) ของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 236.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6  %เมื่อเทียบกับ เงินให้สินเชื่อ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568   กลุ่มธนาคารมีเงินฝาก (รวมตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ และผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางประเภท) จำนวน 286.9 พันล้านบาท ลดลง 4.8 %จากสิ้นปี 2568 ซึ่งมีจำนวน 301.5 พันล้านบาท  อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก ของกลุ่มธนาคารเพิ่มขึ้นเป็น82.5 %จาก77.2 %ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568

สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs) อยู่ที่ 5.0 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ ต่อเงินให้สินเชื่อทั้งสิ้น อยู่ที่2.1% ลดลงเมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 อยู่ที่ 2.2 % เป็นผลจากการที่กลุ่มธนาคารมีนโยบายการจัดการความเสี่ยงด้านการให้สินเชื่อที่รัดกุม มาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับปรุงแนวทางในการเรียกเก็บหนี้จากสินเชื่อด้อยคุณภาพที่มีอยู่ และการแก้ปัญหาสินเชื่อด้อยคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 178.0  %เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 171.5 % ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของกลุ่มธนาคารอยู่ที่จำนวน 8.8 พันล้านบาท ซึ่งเป็นเงินสำรองส่วนเกินตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยจำนวน 1.5 พันล้านบาท

“ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ Forward30 ของกลุ่มซีไอเอ็มบี โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของงบดุล และการผลักดันการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ ธนาคารยังคงยึดมั่นในการยกระดับความสัมพันธ์กับลูกค้า การเพิ่มโอกาสการขายผลิตภัณฑ์แบบครบวงจรในกลุ่มลูกค้าหลัก และการดำเนินงานภายใต้กรอบการบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัยในฐานะส่วนหนึ่งของเครือข่ายอาเซียนของกลุ่มซีไอเอ็มบี ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย มีความพร้อมในการคว้าโอกาสจากการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจของเครือข่ายในภูมิภาคอาเซียนเพื่อสนับสนุนความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับพันธกิจในการส่งเสริมความก้าวหน้าให้ลูกค้า พร้อมสร้างคุณค่าให้สังคม” นายวุธว์ กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลยกระดับคุ้มครอง 'ผู้เช่าซื้อรถ–ลีสซิ่ง' เริ่มเกณฑ์ใหม่ 1 มิ.ย.

รัฐบาลยกระดับคุ้มครอง 'ผู้เช่าซื้อรถ–ลีสซิ่ง' เริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ 1 มิ.ย. ดูแลดอกเบี้ย ค่าบริการ และสิทธิลูกค้าให้เป็นธรรม สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างครบวงจร

BAM แกร่งQ1/69กำไรกว่า 217 ล้านบาท

BAM รักษาฟอร์มแกร่งสร้างผลเรียกเก็บในไตรมาส 1 ปี 69 ได้มากถึง 3,026 ล้านบาท มีกำไรกว่า 217 ล้านบาท เร่งวางกลยุทธ์ในการสร้างรายได้ทั้งด้าน NPL และ NPA เพื่อขับเคลื่อนกำไรสู่เป้าหมาย 2,000 ล้านบาท

STELLA เดินหน้าปรับโครงสร้างการเงิน หนุนฐานะแกร่ง

STELLA เร่งเครื่องเทิร์นอะราวด์ เดินหน้าปรับโครงสร้างการเงิน หนุนฐานะแกร่ง ดันผลงานปี 69 ฟื้นชัด - ชูธุรกิจ โรงแรม-สุขภาพ เรือธง อนาคตยั่งยืน