ราคาพลังงานพุ่งทุบเชื่อมั่นSMEเดือนมี.ค.ลดลง

สสว. เผยตัวเลขดัชนี SME มี.ค. 69 ความเชื่อมั่นลดลงหลังเผชิญปัจจัยด้านต้นทุนพลังงาน  ห่วงหากสงครามยืดเยื้อ SME กว่า 80% อยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน เหตุมีทุนสำรองอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน

23 เม.ย. 2569 - นางปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ สสว. รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME (SMESI) ประจำเดือนมีนาคม 2569 ภาพรวมปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 48.2 ต่ำกว่าค่าฐานที่ระดับ 50.0 เป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือนที่ผ่านมา สาเหตุสำคัญมาจากความกังวลต่อสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ทำให้เกิดภาวะ แรงบีบสองด้าน ทั้งจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงองค์ประกอบของค่าดัชนีในแต่ละด้าน พบว่าด้านกำไรมีการปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 47.7 ขณะที่ด้านต้นทุนปรับตัวลงมาอยู่ที่ 37.3 (ลดลง 5.2) สะท้อนถึงแรงกดดันจากภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลต่อเนื่องให้องค์ประกอบด้านคำสั่งซื้อและปริมาณการผลิตชะลอตัวลงที่ 6.4 และ 1.8 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ด้านแรงงานยังคงมีความเชื่อมั่นสะท้อนผ่านดัชนีการจ้างงานที่ลดลงเพียงเล็กน้อยที่ 0.3 (อยู่ที่ 49.2) เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงพยายามรักษาฐานแรงงานเดิมเพื่อประคองการดำเนินธุรกิจในระยะนี้

เมื่อพิจารณาจำแนกตามรายภาคธุรกิจ พบว่า ภาคการผลิตค่าดัชนีฯ อยู่ที่ระดับ 46.8 ขณะที่ภาคการค้าค่าดัชนีฯ อยู่ที่ 49.2 และภาคบริการค่าดัชนีฯ อยู่ที่ 48.3 โดยเฉพาะในกลุ่มโลจิสติกส์และท่องเที่ยวที่เริ่มได้รับผลกระทบจากต้นทุนการเดินทางที่ขยับตัวสูงขึ้น สำหรับสถานการณ์รายภูมิภาค พบว่า ความเชื่อมั่นมีการอ่อนตัวลงเกือบทุกพื้นที่ นำโดยภาคตะวันออกที่ปรับลดลง 5.3 (มาอยู่ที่ 45.7) จากความกังวลเรื่องต้นทุนพลังงานที่กระทบต่อภาคธุรกิจและเกษตรกรรม ตามมาด้วยภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ 48.1 (ลดลง 4.9) ภาคใต้และพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล มีทิศทางใกล้เคียงกันที่ระดับ 46.0 และ 48.0 ตามลำดับ ขณะที่ภาคกลางอยู่ที่ 48.6 โดยมีเพียงภาคเหนือเป็นภูมิภาคเดียวที่ดัชนียังคงรักษาระดับอยู่เหนือเกณฑ์ฐานได้ที่ 51.9 แม้จะมีการปรับลดลงที่ 3.6

นอกจากนี้ ผลสำรวจเจาะลึกพบว่า SME ถึง 96.7% ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยผลกระทบหลักมาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งด้านพลังงาน ค่าขนส่ง และวัตถุดิบ คิดเป็น 47.1% รองลงมาคือปัญหาด้านกำลังซื้อ 26.2% และสภาพคล่อง 19.1% โดยสิ่งที่น่ากังวลคือหากสถานการณ์ยืดเยื้อ SME กว่า 80% ระบุว่าจะสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ไม่เกิน 6 เดือนเนื่องจากไม่มีทุนสำรอง ซึ่งในจำนวนนี้มีถึง 20% ที่มีทุนสำรองอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือนเท่านั้น ทั้งนี้ ผู้ประกอบการมีความต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนในด้านการลดต้นทุน (44%) ควบคู่กับการเสริมศักยภาพให้ SME ปรับตัวได้ (42%) และการเติมสภาพคล่อง (14%) เพื่อพยุงธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปได้

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 49.3 ซึ่งปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้า 3.5  สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการยังคงมีความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะความไม่แน่นอนด้านต้นทุน ซึ่งเห็นได้ชัดจากดัชนีคาดการณ์ด้านต้นทุนที่ปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 34.5 ส่งผลให้ภาพรวม SME ในปัจจุบันต้องเผชิญกับแรงกดดัน และต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

อย่างไรก็ดี สสว. ได้ดำเนินโครงการที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับผลกระทบ  ทั้งการสนับสนุนเงินทุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 1,200 ล้านบาท ผ่านความร่วมมือกับ ธพว. และ EXIM Bank รวมถึงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษารวม 17 แห่ง เพื่อขับเคลื่อนโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการส่งเสริม SME ปี 2569 เพิ่มเติม อีกกว่า 39 โครงการ

“เป้าหมายสำคัญคือการสร้างความเข้มแข็งให้กับ SME ทั่วประเทศ โดยขณะนี้ สสว. เตรียมนำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (บอร์ดส่งเสริมฯ)  ซึ่งโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการส่งเสริม SME เพิ่มเติมนี้ จะเข้าไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และคลี่คลายปัญหาทางธุรกิจที่ผู้ประกอบการ SME กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ได้อีกทางหนึ่งด้วย” นางปณิตา กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สสว. ชวนเที่ยวงานใหญ่ 'OSS & SMEs GROW TOGETHER FAIR 2026' 27-29 เม.ย.2569 ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารบี ถนนแจ้งวัฒนะ รวมสุดยอดเอสเอ็มอีทั่วประเทศกว่า 280 ร้านค้า ช้อปครบ จบในที่เดียว พร้อมกิจกรรมส่งเสริมธุรกิจครบวงจร

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์ภาควิชาการบริหารและจัดการเมือง วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ให้ความเห็น หลัง Moody’s Rating ปรับ Outlook ประเทศไทย จากเชิงลบ สู่มั่นคง

รบ.เตรียมออก พรก.กู้เงิน 5 แสนล. 'ปกรณ์' ลั่นจำเป็นเร่งด่วนรับมือวิกฤตซ้ำซ้อน พลังงาน-ซุปเปอร์เอลนีโญ

‘ปกรณ์’ เผย รัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้าน ชี้จำเป็นเร่งด่วนรับมือวิกฤตซ้ำซ้อนทั้งจากราคาพลังงานสูง-ซุปเปอร์เอลนีโญที่ไทยจะต้องเผชิญ ส่วนเรื่องการขยายเพดานหนี้สาธารณะกระทรวงการคลังจะเป็นฝ่ายสรุปอีกครั้ง

สส.พรรคส้ม พาคนงานบุกศาลากลาง ปมเลิกจ้าง 400 ชีวิต

แรงงานโรงงานพลาสติกสมุทรปราการร้องถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม บางรายอ้างถูกข่มขู่ให้ลาออก ได้ค่าชดเชยต่ำกว่าที่ควร ด้าน สส.พรรคประชาชน นำคณะเข้าพบผู้ว่าฯ เร่งหาทางออก พร้อมสั่งหน่วยงานเกี่ยวข้องไกล่เกลี่ยด่วน

ดุสิตโพลชี้ คนไทยอยากให้รัฐยอมเฉือนเนื้อลดภาษีน้ำมันช่วยประชาชน

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “การรับมือวิกฤตพลังงานของรัฐบาล” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,266 คน