พาณิชย์ เตรียมเปิดที่ว่าการอำเภอ 878 แห่ง ลุยจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย ลดราคา 25-58% ดีเดย์ 1 พ.ค.นี้

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าประชุมร่วมกรมการปกครอง ห้างค้าส่งค้าปลีก เตรียมการเปิดที่ว่าการอำเภอ 878 แห่งทั่วประเทศ เป็น Outlet จำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย ดีเดย์ 1 พ.ค.นี้ และจัดต่อเนื่องทุกวันศุกร์ของเดือน พ.ค.69 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน

23 เม.ย. 2569 – นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้ประชุมหารือการจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย” ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ ร่วมกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และห้างค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ ได้แก่ Makro, Lotus, Big C, TOPS และ Go Wholesale ในการขยายความร่วมมือจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูก ที่เป็นสินค้าเฮ้าส์ แบรนด์ และแบรนด์รองของห้าง นำไปเปิดจุดจำหน่ายที่หน้าที่ว่าการอำเภอ 878 แห่งทั่วประเทศ กำหนดไว้ทุกวันศุกร์ตลอดเดือน พ.ค.2569 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน

โดยก่อนหน้านี้ กรมได้ร่วมมือกับห้างค้าส่งค้าปลีก และผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ นำสินค้าเฮ้าส์ แบรนด์ และแบรนด์รองของห้างกว่า 3,000 รายการ จำหน่ายลดราคาสูงสุดถึง 25-58% อาทิ สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ยาสีฟัน ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารกระป๋อง เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2569 จากนั้นได้ขยายเพิ่มช่องทางออนไลน์ โดยให้ประชาชนซื้อสินค้าไทยช่วยไทยในราคาเดียวกับที่ขายในห้าง ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ Shopee Lazada TikTok Grab และ Lineman

“การเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชน ในการซื้อสินค้าไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอ เป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าราคาถูก ให้เข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น ช่วยให้ประชาชนประหยัดค่าครองชีพ แต่ยังได้สินค้าที่ดี มีคุณภาพ เพราะสินค้าเฮ้าส์ แบรนด์ และแบรนด์รอง มีการตัดต้นทุนที่ไม่จำเป็นออก จำหน่ายโดยผู้ผลิต ไม่มีต้นทุนการตลาด จึงขายได้ราคาถูกกว่า โดยประชาชนที่สนใจซื้อ ขอให้รอซื้อได้เลย เริ่มวันศุกร์ที่ 1 พ.ค.2569 นี้ และจากนั้น จะมีจำหน่ายทุกศุกร์ตลอดเดือน คือ 8, 15, 22 และ 29 พ.ค.2569”นายพูนพงษ์กล่าว

นอกจากนี้ กรมยังได้เตรียมผลักดันสินค้าผู้ประกอบการ SME สินค้าชุมชน ที่มีศักยภาพขึ้นจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ นำร่องคัดเลือกจำนวน 2,000 ราย เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่าย สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในประเทศ ซึ่งแนวทางนี้ นอกจากจะมีสินค้าจาก SME สินค้าชุมชน มาจำหน่ายเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน แต่ยังช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อย มีรายได้ มีความเข้มแข็ง และเติบโตขึ้นในระยะยาว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นักวิชาการ' ชี้ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน รับวิกฤตพลังงาน เป็นเครื่องมือจำเป็นประคองเศรษฐกิจ ฟื้นประเทศระยะสั้น สร้างรากฐานระยะยาว ขอใช้งบคุ้มค่า ยึดวินัยการคลัง

รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ให้ความเห็นกรณีแนวคิดการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 500,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจากผลกระทบวิกฤตพลังงานโลก ว่า เป็นนโยบายที่สอดคล้องกับสถานการณ์และเป็นเครื่องมือทางการคลังที่จำเป็นในการรับมือแรงกระแทกจากปัจจัยภายนอก