‘ศุภจี’ สั่งสกัด ‘ธุรกิจนอมินี’ ตั้งแต่ต้นทาง

ศุภจี…สั่งกรมพัฒนาธุรกิจฯ สกัด ‘นอมินี’ ตั้งแต่ต้นทาง ยกระดับปราบนอมินีขั้นสุด สถิติชี้ชัดนิติบุคคลเข้าข่ายนอมินี ‘ลดฮวบ’ เตรียมดึง 20 หน่วยงานปราบปรามนอมินีจริงจัง

26 เมษายน 2569 – นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งดำเนินงานป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินีตามนโยบาย Quick Big Win เพื่อสกัดกั้นการใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ (นอมินี) และป้องกันการนำนิติบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ อาทิ การฟอกเงิน และการประกอบธุรกิจที่ผิดกฎหมาย เป็นต้น

 อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า “ที่ผ่านมากรมฯ ได้เร่งบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร คัดกรองนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้น การลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึก รวมถึงการเพิ่มมาตรการตรวจสอบ 5 คำสั่ง 2 ประกาศ สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) ก่อนการรับจดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งหลังจากที่กรมฯ ได้บังคับใช้คำสั่งให้กลุ่มเสี่ยงต้องส่งหลักฐานทางการเงินเพิ่มเติม ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ไตรมาสแรกของปี 2569 (1 ม.ค. – 31 มี.ค. 69) พบการจัดตั้งบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลงอย่างก้าวกระโดดถึง 60% (พบบริษัทกลุ่มเสี่ยง 1,373 บริษัท) เมื่อเทียบกับสถิติช่วงเดียวกันของปี 2568 (3,511 บริษัท) ทั้งนี้ กรมฯ ยังได้เพิ่มมาตรการยืนยันการลงทุน และบังคับใช้เมื่อ 1 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ช่วง 1 เม.ย. – 23 เม.ย. 69 พบบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลงถึง 75% (175 บริษัท) เมื่อเทียบกับสถิติช่วงเดียวกันของปี 2568 (658 บริษัท) สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการต่างๆ ที่กรมฯ ได้ออกมาก่อนหน้านี้ช่วยป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดในธุรกิจนอมินีได้จริงและเห็นผลเป็นรูปธรรม”

 “ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 23 เมษายน 2569 กรมฯ และหน่วยงานพันธมิตรได้ดำเนินการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดธุรกิจใน 3 ด้านคือ 1) ดำเนินการเร่งด่วนตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (Quick Big Win) เพื่อแก้ไขปัญหานอมินี โดยตรวจสอบนิติบุคคลไทยที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้นที่อาจมีลักษณะนอมินี พร้อมกับนำส่งข้อมูลให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จำนวน 11 ราย ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับนิติบุคคลกว่า 300 ราย โดยเป็นธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มเหล็ก สำนักงานบัญชี/ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจขนส่ง ตรวจพบในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ สุราษฎร์ธานี ชลบุรี กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล”

 “2) การลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกกลุ่มเสี่ยงใน 27 พื้นที่ 10 จังหวัด อาทิ เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ โลจิสติกส์ และล้งมะพร้าว และส่งต่อข้อมูลนิติบุคคลที่เข้าข่ายนอมินี ไปยัง 9 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบเชิงลึกและดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด อาทิ 1) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จำนวน 534 ราย ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ถือหุ้นคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนิติบุคคลที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นนอมินี 2) กรมสรรพากร จำนวน 6,709 ราย เพื่อตรวจสอบบัญชี และงบการเงินของนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง 3) สำนักงานประกันสังคม จำนวน 137 ราย เพื่อตรวจสอบผู้ประกันตน หรือลูกจ้างของสำนักงานบัญชีที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย 4) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) จำนวน 117 ราย เพื่อตรวจสอบนิติบุคคลที่เข้าข่ายกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ประกอบด้วย สำนักงานบัญชี 92 ราย ล้งมะพร้าวนิติบุคคล 15 ราย และบุคคลธรรมดา 10 ราย และ 5) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จำนวน 25 ราย และ 6) สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า จำนวน 15 ราย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายแก่ผู้กระทำผิดต่อไป”

 “และ 3) การตรวจสอบนิติบุคคลต่างด้าวที่อาจประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือฝ่าฝืน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 พบมีธุรกิจต่างด้าวที่เข้าข่ายการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 4,372 ราย  ประกอบไปด้วย ธุรกิจบัญชีหนึ่งซึ่งต้องห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยเด็ดขาด จำนวน 256 ราย ธุรกิจบัญชีสองและธุรกิจบัญชีสามที่ต้องได้รับอนุญาตก่อนจึงจะประกอบธุรกิจได้ จำนวน 4,116 ราย โดยกรมฯ จะรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพื่อตรวจสอบเชิงลึกต่อไป หากพบว่าประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวจริงจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายโดยเด็ดขาด

อย่างไรก็ดี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เร่งเดินหน้าป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินีอย่างจริงจัง โดยมีกำหนดจะลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) ระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมที่ดิน กรมการท่องเที่ยว กรมการจัดหางาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และสมาคมธนาคารไทย รวมทั้งสิ้น 21 หน่วยงาน ในวันพุธที่ 29 เมษายน 2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดโดยการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนานาชาติในการปราบปรามผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือ เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานด้านการป้องกันและปราบปรามการนอมินี ประกอบกับบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มีประสิทธิภาพสูงสุด”

 “กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ขอย้ำว่าจะเดินหน้ามาตรการสกัดนอมินีตั้งแต่ต้นทาง ปิดประตูตั้งแต่หน้าบ้าน ป้องกันไม่ให้นอมินีเล็ดรอดเข้ามาได้ ควบคู่กับการติดตามตรวจสอบภายหลังการจดทะเบียนอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบนิติบุคคลไทยถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำผิดกฎหมาย ขณะเดียวกันพร้อมยกระดับความโปร่งใสดูแลอำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติที่เข้ามาแบบถูกต้องตามกฎหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและภาคธุรกิจ อันจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พณ.คุมเข้ม ‘วัดความชื้นข้าวโพด’ ต้องผ่านการรับรองจากเจ้าหน้าที่

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การใช้เครื่องวัดความชื้นข้าวโพด

'ศุภจี' เผยกระจายสินค้าราคาถูกขายตามอำเภอทั่วประเทศให้ทัน 1 พ.ค.นี้

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงความคืบหน้ามาตรการสินค้าราคาถูกเพื่อช่วยประ

มหาดไทยหนุนพาณิชย์ ส่งรถพุ่มพวง3,800คัน

กรมการปกครองเด้งรับสั่งปุ๊บทำปั๊บ อธิบดีสั่งด่วน ปลัดจังหวัด-นายอำเภอทั่วประเทศ ให้สนับสนุนรถพุ่มพวงของ ก.พาณิชย์ 3,800 คัน วิ่งขายของถูกทั่วไทย กลุ่มสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันโวยมาตรการคุมส่งออกทำเกษตรกรเดือดร้อนรายได้ลดฮวบ