พาณิชย์ลุยปั้น “ตลาดริมยม 2437” ขึ้นแท่นท่องเที่ยวแห่งใหม่ จ.สุโขทัย

6 มี.ค.65 – นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน “Reborn ตลาดต้องชม ตลาดริมยม 2437” และเยี่ยมชม Street Art ชุมชนบ้านกง พร้อมเปิดเผยว่า งานดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างเทศบาลตำบลกงไกรลาศ กับ อบต.กง และกระทรวงพาณิชย์ จับมือเดินหน้าฟื้นชีวิตตลาดต้องชมตลาดริมยม 2437 ให้กลับมาเปิดอีกครั้งหลังจากประสบปัญหาโควิด นับจากนี้จะได้จัดขึ้นทุกวันเสาร์ต้นเดือนอย่างต่อเนื่อง มุ่งหวังจะให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งของจังหวัดสุโขทัย และอำเภอกงไกรลาศ โดยตลาดดังกล่าวนอกจากจะมีร้านค้าขายของสองข้างถนนคนเดินแล้ว ยังมีงานศิลปะ และมีโฮมสเตย์ ที่ชาวบ้านแบ่งห้องพักให้นักท่องเที่ยว ซึ่งสมัยก่อนได้รับความนิยมมีนักท่องเที่ยวจองเต็มทุกครั้ง

สำหรับตลาดดังกล่าว นอกจากจะมีสินค้าพื้นเมือง ขนมที่ขึ้นชื่อของจังหวัดหลายชนิด ที่เปิดขายริมถนน 2 ข้างแล้ว กระทรวงพาณิชย์ได้เข้ามาช่วยพัฒนาให้ร้านค้าสามารถขายผ่านระบบออนไลน์ได้ผ่านแพลตฟอร์มที่มีชื่อเสียง ซึ่งจะทำให้สามารถส่งขายยังต่างประเทศได้ด้วย หวังว่าการฟื้นตลาดดังกล่าวจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ฟื้นชีวิตกลับคืนมาอีกครั้ง และถือว่าเป็นการส่งเสริม Soft Power ด้วยการแทรกศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตอาหาร งานฝีมือทุกอย่างลงไปในสินค้า บริการ ซึ่งจะทำให้การท่องเที่ยวของไทยมีศักยภาพสูงขึ้น และจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดสุโขทัยได้ต่อไป

นอกจากนี้ ยังได้มีการปล่อยคาราวานมะม่วง ซึ่งเป็นมะม่วงที่มีชื่อเสียง ปลูกมากใน 3 จังหวัดพิษณุโลก พิจิตร และสุโขทัย กรมการค้าภายใน และพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ต่างๆ ช่วยทำหน้าที่เซลส์แมนจังหวัดช่วยขายมะม่วงโดยจะได้ช่วยกระจายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และพื้นที่อื่นๆ ต่อไป หากขายได้หมด ก็จะทำให้เกษตรกรรอดชีวิตและอยู่ได้

ขณะเดียวกันยังมีมาตรการเชิงรุกในทุกพืชเกษตร เนื่องจากปัจจุบันนับเป็นยุคที่พืชเกษตรราคาดีเกือบทุกตัว อาทิ  ข้าว ที่เคยน่าเป็นห่วงหรืออยู่ที่เกวียนละ 5,000-6,000 บาท ตอนนี้อยู่ที่ 8,000-8,500  บาท สำหรับข้าวเปลือกเจ้า โดยมันสำปะหลังก่อนหน้ากิโลกรัมละบาทกว่าๆ ตอนนี้ 2.60-2.70 บาท ขณะที่ข้าวโพดเดิมทีกิโลกรัมละ 6-7 บาท ก็ปรับตัวขึ้นมา10-11 บาท ส่วนปาล์มน้ำมัน เมื่อก่อนกิโลกรัมละ 2 บาทกว่า ก็มาอยู่ที่กิโลกรัมละ 10-11 บาท

ส่วนก่อนหน้าราคายางพาราก็ค่อนข้างตกต่ำ แต่ปัจจุบันสถานการณ์ก็เริ่มดีขึ้น โดยยางแผ่นมมีราคามากกว่า 60 บาทต่อกิโลกรัม น้ำยางข้นที่ประกันรายได้ไว้ 57 บาท ตอนนี้ราคาก็อยู่ที่ 70 บาทแล้ว ขี้ยางหรือยางก้อนถ้วย ประกันรายได้กิโลกรัมละ 23 บาท ก็ขึ้นมาอยู่ที่ 26-27 บาท จะเห็นได้ว่าพืชเกษตรราคาดีทุกตัว

ขณะที่ผลไม้แม้ไม่มีประกันรายได้ แต่มีมาตรการเชิงรุกเข้ามาช่วย จึงทำให้ราคาอยู่ในเกณฑ์ดีทั้งหมด โดยเฉพาะทุเรียน ราคาสูงจนตลาดเมืองไทยเอื้อมไม่ถึง ทำให้รายได้เกษตรกรดีมาก มังคุด ลองกอง มะยงชิด จึงมั่นใจว่าเกษตรกรจะขายได้ราคาดีในยุคนี้ เพราะมีมาตรการเชิงรุก หากมีปัญหาแจ้งพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัด พร้อมที่จะรับเรื่อง และเข้ามาช่วยเหลือหาตลาดให้ จัดการให้ทันทีอีกด้วย  

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวดี! 12 พ.ค. ออก 'Form TC ไทย-ชิลี' ดิจิทัลเต็มรูปแบบ

ดีเดย์ 12 พ.ค. รัฐบาลเปิดให้บริการออก Form TC ไทย-ชิลี ผ่านดิจิทัลเต็มรูปแบบ อำนวยความสะดวกให้ผู้ส่งออกขอหนังสือรับรอง ติดตามสถานะออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง

พาณิชย์ชี้เป้าใช้ช่องทางออนไลน์ CBEC ขายเครื่องสำอางชาวจีน

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจตลาดและพฤติกรรมการบริโภคเครื่องสำอางของชาวจีน พบมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง คาดมูลค่าแตะ 2.895 ล้านล้านบาทในปี 69 เผยชาวจีนให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ ส่วนผสม และแบรนด์ เน้นซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ซื้อผ่านช่องทางของแบรนด์ และหน้าร้านค้า ชอบบรรจุภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แนะผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเจาะตลาด ใช้ช่องทางออนไลน์ CBEC เปิดตัว กฎระเบียบไม่เข้ม ได้เว้นภาษี

‘คนละครึ่ง’ค้างเติ่ง เอกนิติชงไม่ทัน5พ.ค./หนูเร่งพ.ร.ก.กู้เงิน/ไทยช่วยไทยคึก

นายกฯ ยันเร่งดัน พ.ร.ก.กู้เงินเข้า ครม.อังคารที่ 5 พ.ค.นี้ ส่วน “เอกนิติ” บอกคนละครึ่งพลัสรอไปก่อน อ้างต้องรอสรุปตัวเลขงบประมาณที่เหลือ “อนุทิน”