ส.อ.ท.เผยยอดผลิตรถยนต์ มี.ค. โต 2.69% อานิสงส์ยอดผลิตเพื่อส่งออก-ยอดจองอีวีงานมอเตอร์หนุน จับตารถยนต์ไฮบริดมาแรง

ส.อ.ท.เผยยอดผลิตรถยนต์ มี.ค. โต 2.69% รับอานิสงส์ยอดผลิตเพื่อส่งออก-ยอดจองอีวีในประเทศจากงานมอเตอร์ช่วยดัน จับตารถยนต์ไฮบริดมาแรง สัดส่วนโต 31.57% แซงรถใช้เบนซินหนุนยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น

27 เม.ย. 2569 -นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่ายอดผลิตรถยนต์เดือนมี.ค. 2569 มีทั้งสิ้น 133,413 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.69% เพราะผลิตส่งออกเพิ่มขึ้นจากการผลิตรถยนต์นั่ง 19.91% อยู่ที่ 16,814 คัน และรถกระบะเพิ่มขึ้น 3.82% อยู่ที่ 71,837 คัน สอดคล้องยอดผลิตเพื่อส่งออกรถยนต์เดือนมี.ค. อยู่ที่ 88,651 คัน เพิ่มขึ้น 6.53%

โดยส่งผลให้ภาพรวมยอดผลิตรถยนต์ 3 เดือนของปีนี้ (ม.ค.-มี.ค.2569) มีจำนวนทั้งสิ้น 369,751 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5.32% เป็นยอดผลิตเพื่อส่งออก 249,343 คัน เพิ่มขึ้น 5.78% แม้ว่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เดือนมี.ค.2569 จะอยู่ที่ 80,394 คัน ลดลง 0.64% แต่เป็นการลดลงเล็กน้อยจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้การส่งออกรถยนต์ไปตะวันออกกลางลดลง 15.96% แต่ส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้นในตลาดออสเตรเลีย แอฟริกา ยุโรป อเมริกากลางและอเมริกาใต้

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่ายอดจดทะเบียนรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงต่างๆ เดือนมี.ค.2569 ที่มี 51,037 คัน มีสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) เพิ่มขึ้นอย่างนัยสำคัญ โดยเฉพาะประเภทน้ำมันผสมไฟฟ้า หรือไฮบริด (HEV) มี 16,111 คัน คิดเป็นสัดส่วน 31.57% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความกังวลเรื่องสถานีชาร์จลดลง ส่วนรถยนนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) มี 10,075 คัน คิดเป็นสัดส่วน 19.74% สูงกว่ารถยนต์ประเภทน้ำมันเบนซินเล็กน้อยที่มี 10,025 คัน สัดส่วน 19.64%

“เนื่องจากมีการส่งมอบรถยนต์ที่จองไว้กว่าหนึ่งแสนคัน ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ปลายเดือนมี.ค.-ต้นเดือนเม.ย. โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดจองกว่า 50% ของยอดจอง รวมทั้งรถกระบะดัดแปลง PPV ที่มีบริษัทหนึ่งได้ออกใหม่ช่วงกลางปีที่แล้ว จึงไม่มียอดขายในเดือนมี.ค.ปีที่แล้ว ประกอบกับราคาอีวีหลายรุ่นถูกว่ารถสันดาปภายใน”นายสุรพงษ์ กล่าว

ดังนั้น ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศ เดือนมี.ค.อยู่ที่ 59,865 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 7.29% ซึ่งภาพรวม 3 เดือน มียอดขายรวม 182,083 คัน เพิ่มขึ้น 18.86% สอคคล้องกับยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 3 เดือนอยู่ที่ 120,408 คัน เพิ่มขึ้น 4.39%

ยกเว้นยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ เดือนมี.ค.2569 อยู่ที่ 44,762 คัน ลดลงจากปีก่อน 4.15% เนื่องจากยอดขายรถกระบะยังลดลงจากปีก่อน 6.36% จากการเข้มงวดปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน เพราะเศรษฐกิจของประเทศเติบโตในอัตราต่ำ รายได้ของผู้ซื้ออาจจะไม่สามารถชำระค่างวดได้ครบทุกงวด

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า อยากขอให้รัฐบาลใหม่รีบเสนอนโยบายและงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2670 ต่อรัฐสถาโดยเร็ว เพื่อจะได้ลงทุนในโครงการต่างๆ ได้เร็วขึ้น ทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนในประเทศและต่างประเทศลงทุนในโครงการต่างๆ มากขึ้น

“ประเทศไทยต้องกระตุ้นอุตสาหกรรมที่มีห่วงโซ่อุปทานมาก มีแรงงานจำนวนมากผลิตสินค้ามากขึ้นจากปีที่ผ่านมา ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมจะได้เติบโตเลขสองหลัก ใช้กำลังการผลิตมากกว่า 70% มีการลงทุนจ้างงานให้คนไทยมีงานทำมากขึ้น สร้างงานสร้างรายได้คนไทย เศรษฐกิจไทยจะได้เติบโตไล่เรี่ยกับประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อเศรษฐกิจของประเทศเติบโตในอัตราสูง ก็ยิ่งสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างประเทศและในประเทศลงทุนมากขึ้น เป็นวัฏจักรเศรษฐกิจเติบโตในอัตราสูงตลอดไป จนประเทศไทยหลุดพ้นจากประเทศรายได้ปานกลางเสียที”นายสุรพงษ์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน