‘อมตะ’ ปรับพอร์ตดึงลงทุน สู่เกษตรอัจฉริยะปักฐาน ‘อมตะซิตี้ นาหม้อ’ พัฒนาสู่ฮับอาหารแปรรูปแห่งใหม่ชูจุดแข็งด้านพลังงานสะอาดและทำเลเชิงยุทธศาสตร์เพื่อเชื่อมต่อตลาดจีน
30 เม.ย. 2569- นายวรงค์ ตังประพฤทธิ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมตะซิตี้ ลาว จำกัด เปิดเผยว่า ทางอมตะเตรียมปรับแผนพัฒนาพื้นที่การลงทุนใหม่ ให้สอดรับกับทิศทางสถานการณ์โลก ในด้านปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ และการย้ายฐานการลงทุนครั้งใหญ่ในสปป.ลาว เพื่อให้โครงสร้างทางการตลาดมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น (Flexible Development) ดังนั้น แผนลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานตามความต้องการที่แท้จริง เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านกระแสเงินสด ในสภาวะต้นทุนที่ผันผวน ทั้งด้านพลังงานและอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งในขณะนี้ ราคาน้ำมันดีเซลในสปป.ลาวที่สูงกว่า 60 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ต้นทุนก่อสร้างเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเครื่องจักรขนาดใหญ่ในโครงการต้องใช้น้ำมันเฉลี่ยถึง 2,000 ลิตรต่อวัน ประกอบกับค่าเงินกีบที่อ่อนค่าส่งผลให้ต้นทุนการลงทุนเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ อมตะ ได้บริหารจัดการความเสี่ยงเชิงโครงสร้างตั้งแต่ต้นน้ำ โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแบบโมดูลาร์ (Modular Infrastructure) โดยการพัฒนา ระบบสาธาณูปโภคควบคู่ไปกับการพัฒนาที่ดิน เน้นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น โดยใช้การออกแบบ และติดตั้งแบบโมดู มาติดตั้งในพื้นที่นิคมฯ โดยปัจจุบันได้เริ่มสร้างถนนสายหลักเข้าไปในนิคมฯประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อเปิดขายพื้นที่เป็นโซนๆ สร้างผลตอบแทนทันทีแทนแผนเดิม ที่จะพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่เริ่มต้น พร้อมปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะเข้าไปลงใหม่ จากเดิมที่เน้นอุตสาหกรรมไฮเทคไปสู่ เกษตรอัจฉริยะและอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป ซึ่งมองว่าสามารถสร้างรายได้และกระแสเงินสดได้รวดเร็วกว่า โดยใช้เวลาดำเนินการค่อนข้างสั้นคือประมาณ 6 เดือนเท่านั้น
“ศักยภาพของลาวมีต้นทุนที่แข่งขันได้ ด้วยมีความพร้อมด้านทรัพยากร ทั้งน้ำ และ ไฟฟ้า และวัตถุดิบทางการเกษตรอีกจำนวนมาก อย่างยางพาราที่มีราคาต่ำกว่าไทยถึง 2 เท่า รวมถึงภูมิประเทศที่มีความสูง 600-700 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้มีสภาพอากาศเย็น เหมาะสำหรับการปลูกพืชมูลค่าสูง เช่น สตรอว์เบอร์รี่, บลูเบอร์รี่ และวานิลลา ซึ่งโมเดลนี้ยังสามารถปรับเปลี่ยนการใช้พื้นที่ในอนาคต เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ได้อย่างยืดหยุ่นหากดีมานด์ของตลาดเปลี่ยนไป” นายวรงค์ กล่าว
อย่างไรก็ตามอมตะซิตี้ นาหม้อ ได้รับสิทธิ์การพัฒนาพื้นที่จากรัฐบาล สปป.ลาว ด้วยพื้นที่กว่า 20,000 ไร่ ปัจจุบันพัฒนาแฟสแรกแล้วประมาณ 6,000 ไร่ โดยโครงการดังกล่าวตั้งอยู่ในทำเลเชิงยุทธศาสตร์ ในแขวงอุดมไซ ห่างจากชายแดนจีนเพียง 40 กิโลเมตร และใกล้โครงการรถไฟความเร็วสูงลาว-จีน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากระยะทางการขนส่งสั้น ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงตลาดจีนได้ในระยเวลาที่รวดเร็ว จากศักยภาพดังกล่าวสามารถผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งแห่งใหม่ของภูมิภาคไปยังจีนได้ในอนาคต
นายวรงค์กล่าว่า ทั้งนี้จากการที่ลาวมีโครงสร้างพลังงานกว่า 90% มาจากพลังน้ำและโซลาร์ ซึ่งสอดรับกับเทรนด์โลกที่มุ่งสู่ Net Zero โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและดิจิทัล ดังนั้นทางอมตะจึงได้กำหนดทิศทางการพัฒนาโครงการสู่พลังงานสะอาด โดยให้โรงงานในนิคมฯ ติดตั้ง Solar Rooftop ตั้งแต่การเริ่มต้นโครงการ เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนและเสริมประสิทธิภาพด้านต้นทุนในระยะยาว ควบคู่การดึงดูดการลงทุนจากกลุ่ม Data Center และอุตสาหกรรมสะอาดที่ให้ความสำคัญกับพลังงานสีเขียว ขณะเดียวกัน โครงการยังได้รับสิทธิประโยชน์ระดับสูงจากรัฐบาล สปป.ลาว ทั้งการยกเว้นภาษีกำไรสูงสุด 30 ปี ยกเว้นภาษีนำเข้า และ VAT ภายในนิคมฯ ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค
นายวรงค์กล่าวว่า นอกจากโครงการดังกล่าวแล้ว อมตะมีแผนที่จะขยายการลงทุนนิคมอุตสาหกรรมอีก 2 พื้นที่ คือ อมตะซิตี้ นาเตยบนพื้นที่ราว 2,000 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และการกระจายสินค้า รองรับการเชื่อมต่อเส้นทางการค้าชายแดน และเมืองไซซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกับพันธมิตรญี่ปุ่น เพื่อยกระดับเป็น Smart City และศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ดึงดูดอุตสาหกรรมมูลค่าสูงแห่งอนาคต.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
SSP ปักเสาเอกวินด์ฟาร์มบาโกฟิลิปปินส์ 150 MW ดันพอร์ตพลังงานสะอาดมุ่งเป้า 1,000 MW
บริษัท บาโก เนกรอส เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น (BNEC) บริษัทย่อยของ บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SSP) โดยมีนายภาสกร ปัญญารัตนากร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ และในฐานะ
กฟผ. ชู UGT Platform ทางเลือกไฟฟ้าสีเขียวหนุนธุรกิจไทยสู่ Net Zero
ในปี 2568 ประเทศไทยได้เริ่มเดินหน้า "การให้บริการไฟฟ้าสีเขียว" หรือ UGT (Utility Green Tariff) อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นประเทศแรก ๆ ในภูมิภาคอาเซียน ตอบโจทย์ภาคธุรกิจและโรงงานอุตสาหกรรมที่มีเป้าหมายในการเปลี่ยนผ่านมาใช้พลังงานหมุนเวียน รวมถึงกลุ่มธุรกิจที่มีความมุ่งมั่นในการใช้พลังงานสะอาด 100% (RE100
รู้จัก“โรงไฟฟ้า SMR ” บทใหม่ความมั่นคงของพลังงานสะอาดไทย
ท่ามกลางความท้าทายจากความผันผวนของราคาพลังงานฟอสซิล วิกฤตสภาพอากาศ และความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงจากการเติบโตของเทคโนโลยี AI และยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
โรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าหนองแขม พร้อมเดินเครื่อง! ซีแอนด์จีฯ เชื่อมโครงข่ายไฟฟ้าสำเร็จ ตอกย้ำศักยภาพ Waste-to-Energy ไทย
บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ประสบความสำเร็จในการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าของโครงการกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน (รองรับขยะสูงสุด 1,600 ตันต่อวัน) ได้สำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ

