
‘กอบศักดิ์’ หนุนรัฐบาลทุบโต๊ะกู้สู้วิกฤตพลังงาน 4 แสนล้านบาท จับตาใช้เงินเพื่อปรับปรุงโครงสร้างพลังงานของประเทศ ชี้เป็นแนวทางแก้ปัญหาระยะยาว เคาะจีดีพีปี 69 โต 1.5%-2.0% ห่วงสงครามตะวันออกกลางยังไม่แน่นอนสูง กังวลราคาน้ำมันพุ่งเริ่มกระทบท่องเที่ยวแผ่ว
6 พ.ค. 2569 – นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการออกร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ…. วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท ว่า เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจไทยในขณะนี้มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งดูแลและเยียวยา
แต่หัวใจสำคัญของการออกร่าง พ.ร.ก. กู้เงิน ครั้งนี้ คือต้องพิจารณาอย่างรอบคอบให้เงินกู้นี้มาใช้เพื่อสร้างประโยชน์ให้มากที่สุด โดยเฉพาะการใช้เม็ดเงินเพื่อปรับปรุงโครงสร้างพลังงานของประเทศที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ ซึ่งมองว่ามี 2 ทางเลือกที่จะสามารถทำได้ คือ 1. การใช้เม็ดเงินเพื่อตรึงราคาน้ำมันไว้ในอัตราที่ต่ำเพื่อช่วยเหลือประชาชน แต่ต้องยอมรับว่าทางเลือกนี้จะใช้เม็ดเงินจำนวนมหาศาล และ 2. ใช้เพื่อการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานของประเทศไปสู่พลังงานทางเลือก เช่น โซลาร์เซลล์ ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพลังงานของประเทศในระยะยาว และยังเป็นการลงทุนมากกว่าการใช้เงินเพื่อช่วยเหลือด้านการบริโภคของประชาชนเพียงอย่างเดียว ในเม็ดเงินจำนวนเดียวกัน
ทั้งนี้ ประเด็นเรื่องเพดานหนี้สาธารณะนั้น ส่วนตัวเห็นว่ายังไม่ควรมีการปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะ จากปัจจุบันอยู่ที่ 70% ของจีดีพี โดยอยากให้รัฐบาลพยายามใช้เงินเท่าที่จำเป็น ภายใต้ข้อจำกัดที่มีในขณะนี้
“ส่วนตัวเห็นว่าเป้าหมายในการใช้เงินกู้ของรัฐบาล จำนวน 2 แสนล้านบาท เพื่อการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานจากฟอสซิลไปสู่พลังงานทางเลือกถือเป็นระดับที่เหมาะสม เพราะเรื่องนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญ เพราะยังไม่มีใครรู้ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะจบอย่างไร จะมีอันตรายมากกว่านี้หรือไม่ ดังนั้นมองว่าการที่ไทยพยายามจะลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศให้ได้มากที่สุด จึงถือเป็นเรื่องสำคัญ ส่วนการใช้เม็ดเงินในด้านอื่น ๆ อาจจะต้องมานั่งคิดให้ดี ๆ ว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้การใช้เงินนำไปสู่การสร้างประโยชน์สำหรับประเทศให้ได้มากที่สุด” นายกอบศักดิ์ กล่าว
ขณะที่การกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น นายกอบศักดิ์ ระบุว่า ยังคงต้องดำเนินการบ้าง เพราะในระยะต่อไปผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นอีกหนึ่งรายได้หลักของไทยจะอ่อนแอลง ซึ่งขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณแล้วจากการที่สายการบินเริ่มประกาศลดเที่ยวบิน ซึ่งจะมีผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าไทยให้ลดลงอย่างแน่นอน ขณะที่ภาคการส่งออกในระยะต่อไปอาจจะมีปัญหามากขึ้น ดังนั้นหากปัจจัยเศรษฐกิจมีทิศทางในลักษณะนี้ ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่รัฐบาลจะต้องมีการกระตุ้นเศรษฐกิจบ้างบางส่วน เพื่อประคับประคองให้ประชาชนยังอยู่ได้ เพียงแต่ว่าจะต้องพิจารณาให้ดีกว่าจะเลือกกระตุ้นในส่วนไหน อย่างไรที่จะเกิดประโยชน์สูงที่สุด
อย่างไรก็ดี ธนาคารกรุงเทพ ได้ประเมินไว้ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ปี 2569 ไว้ที่ 1.5%-2.0% ซึ่งเป็นตัวเลขคาดการณ์ตั้งแต่ช่วงต้นปี โดยยังไม่ได้รวมการกู้เงินตาม พ.ร.ก. กู้เงินฯ วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท และจะมีการปรับประมาณการอีกรั้งในช่วงกลางปีนี้ ซึ่งระหว่างนี้ยังต้องติดตามสถานการณ์ที่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
“ผมคิดว่าตอนนี้เศรษฐกิจไทยยังมีปัญหารออยู่ข้างหน้าค่อนข้างเยอะ รัฐบาลจึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยกัน เราอาจจะต้องมานั่งคิดกันจริง ๆ จัง ๆ ว่าจะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจไทยพอจะหมุนไปได้ ตอนนี้อัตราดอกเบี้ยนโยบายต่ำอยู่ ถือเป็นเรื่องที่ดีแล้ว แต่ถ้าจะให้ดีกว่านี้ ควรจะดูแลเงินบาทให้อ่อนค่าลงกว่านี้อีกเล็กน้อย และสิ่งสำคัญคือการใช้จ่ายเงินของรัฐบาลที่จะต้องสร้างประโยชน์ให้กับประเทศอย่างสูงสุด และในระยะยาว” นายกอบศักดิ์ ระบุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สุชาติ' สั่งลุยเพชรบุรี รับฟังเสียงประชาชน คุมเข้ม EIA โครงการพลังงาน-ปิโตรเคมี ย้ำโปร่งใสทุกขั้นตอน
รมว.ทส. ได้มอบหมายให้นายนิพนธ์ จำนงค์ศิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงฯ เป็นผู้กำกับดูแล พร้อมสั่งการให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เร่งจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างโปร่งใสและรอบด้าน โดยมีนายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการ สผ. ลงพื้นที่ร่วมรับฟังความคิดเห็นด้วยตนเอง
PTTEP เผย Q1/69นำส่งรายได้ให้รัฐกว่า 7,300 ล้านบาท
PTTEP เผย อานิสงส์ปริมาณขายปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น14% หนุน Q1/69กำไรสุทธิ 11,835 ล้านบาท พร้อมเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศระดับสูงสุด รองรับการใช้พลังงานและช่วยบรรเทาผลกระทบแก่ภาคครัวเรือน-ภาคอุตสาหกรรม โชว์ไตรมาส 1 นำส่งรายได้จากการดำเนินงานให้กับรัฐกว่า 7,300 ล้านบาท

