‘เอกนิติ’ กดปุ่มประชุมแผนบริหารหนี้สาธารณะ สั่งทุบโต๊ะกู้ตาม พ.ร.ก. กู้เงินล็อตแรก 2 แสนล้านบาทก่อน อัดฉีดไทยช่วยไทย พลัส คาดเสนอให้ ครม. พิจารณาได้ในวันที่ 12 พ.ค. นี้
8 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ (คนน.) เพื่อเห็นชอบการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้งที่ 2 เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในวันที่ 12 พ.ค. 2569 โดยจะเพิ่มวงเงินกู้ใหม่อีกจำนวน 2 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งจากการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ…. วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ ที่ประชุม คนน. เห็นชอบตรงกัน ว่า การกู้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงินดังกล่าว ควรแบ่งเป็น 2 ครั้ง ครั้งละ 2 แสนล้านบาท ส่วนหนึ่งเพราะใกล้สิ้นปีงบปะมาณ 2569 แล้ว จึงควรดำเนินการในส่วนนี้ไปก่อน ซึ่ง 2 แสนล้านบาทแรกที่จะให้ ครม.เห็นชอบ จะนำไปใช้ในโครงการไทยช่วยไทย พลัส ซึ่งจะมีการเสนอให้ ครม.เห็นชอบวันที่ 19 พ.ค. โดยโครงการไทยช่วยไทย พลัส จะครอบคลุม โครงการคนละครึ่ง พลัส จำนวน 30 ล้านสิทธิ แจกเงินคนละ 4,000 บาท เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน และโครงการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เบื้องต้นจำนวน 13.2 ล้านคน เพิ่มวงเงินจาก 300 บาท อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท โดยจะเริ่มให้ลงทะเบียนในวันที่ 25 พ.ค. 2569 และเริ่มใช้ในวันที่ 1 มิ.ย. นี้
ในส่วนของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น ใน 2 เดือนแรกจะให้สิทธิกับผู้ได้รับสิทธิ์เดิม 13.2 ล้านคนก่อน โดยจะเพิ่มวงเงินเพื่อซื้ออุปโภคบริโภคจาก 300 บาทต่อเดือน เป็น 1,000 บาทต่อเดือน หลังจากนั้นเมื่อประมวลผลการลงทะเบียนรอบใหม่ ซึ่งอาจมีคนหลุดจากเงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามเกณฑ์เดิม คือรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี ก็จะให้ไปใช้สิทธิ์ในโครงการคนละครึ่ง พลัสแทน
แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า การกู้เงินจากพ.ร.ก. กู้เงิน จำนวน 2 แสนล้านบาทแรกนั้น มีเป้าหมายเพื่อใช้บรรเทาผลกระทบที่เกิดจากวิกฤตพลังงานแก่ประชาชน ซึ่งจะมีการช่วยเหลือกลุ่มอื่น ๆ เช่น ภาคขนส่ง ด้วย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสรุปรายละเอียดการช่วยเหลือ โดยคาดว่าจะใช้เงินประมาณ 1.6 แสนล้านบาท
สำหรับการกู้เงินจาก พ.ร.ก. กู้เงิน อีก 2 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ยังมีเวลาบรรจุในการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้งต่อไปได้ เนื่องจากโครงการต่าง ๆ จะต้องได้รับการพิจารณาและอนุมัติจากคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการที่ใช้เงินจากพ.ร.ก.กู้เงิน ที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานก่อน ยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งจึงยังไม่จำเป็นต้องกู้เงิน รวมถึงพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท กำหนดไว้ว่าต้องเป็นโครงการที่ได้รับการอนุมัติภายในวันที่ 30 ก.ย. 2569 และทำสัญญาผูกพันเบิกจ่าย ภายในวันที่ 30 ก.ย. 2570
“ตอนนี้กระทรวงการคลังรอพ.ร.ก. 4 แสนล้านบาท ลงประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ ซึ่งที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าลงนามเสนอขึ้นทูลเกล้าไปแล้ว หากลงประกาศราชกิจจานุเบกษาภายในสัปดาห์นี้ จะเสนอเรื่องแผนการปรับโครงสร้างหนี้เข้าครม.เศรษฐกิจในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค. และครม.ชุดใหญ่ในวันที่ 12 พ.ค.” แหล่งข่าว กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
GPSCปลื้มQ1/69แกร่งกำไรแตะ 1,719 ล้านบาท
GPSC เปิดปี 69 แกร่ง กำไร Q1 แตะ 1,719 ล้านบาท รับแรงหนุนดีมานด์อุตสาหกรรม–บริหารต้นทุนเด่น ตอกย้ำศักยภาพบริหารพอร์ตฝ่าตลาดพลังงานผันผวน
STELLA เดินหน้าปรับโครงสร้างการเงิน หนุนฐานะแกร่ง
STELLA เร่งเครื่องเทิร์นอะราวด์ เดินหน้าปรับโครงสร้างการเงิน หนุนฐานะแกร่ง ดันผลงานปี 69 ฟื้นชัด - ชูธุรกิจ โรงแรม-สุขภาพ เรือธง อนาคตยั่งยืน
ลุยศึกษาแลนด์บริดจ์ทุกมิติ
“เอกนิติ” เดินหน้าศึกษา “แลนด์บริดจ์" นำผลศึกษาเดิมมาอัปเดตใหม่

