IRPC ประกาศดอกเบี้ยหุ้นกู้ทั้ง 3 ชุด ระหว่าง 2.70 – 3.85% ต่อปี เปิดจอง 15 – 17 มิ.ย.นี้

IRPC เตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป จำนวน 3 ชุด อายุระหว่าง 3 – 7 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.70 – 3.85% ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุก 6 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ เสนอขายผ่านสถาบันการเงินชั้นนำ 6 แห่ง โดยบริษัทฯ สะท้อนศักยภาพในการดำเนินธุรกิจการกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมีครบวงจร

20 พ.ค. 2569 - นางสาวทอแสง ไชยประวัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บัญชีและการเงิน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ตลาดน้ำมันโลกเผชิญภาวะอุปทานตึงตัว และหนุนให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงกลั่นของบริษัทฯ ในไตรมาส 1 ปี 2569 โดยบริษัทฯ มีรายได้จากการขายสุทธิ เพิ่มขึ้น 22% ขณะที่กำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) เพิ่มขึ้น 14% จากไตรมาส 4/2568 ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น และส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลเทียบกับราคาน้ำมันดิบดูไบปรับตัวเพิ่มขึ้น

ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงบริหารจัดการธุรกิจอย่างรอบคอบ ภายใต้ความผันผวนของตลาดพลังงานโลก ที่ให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพการดำเนินงาน การบริหารความเสี่ยง และวินัยทางการเงินอย่างต่อเนื่อง โดยการออกหุ้นกู้ในครั้งนี้ IRPC มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของโครงสร้างเงินทุน รองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน และตอกย้ำบทบาทของ IRPC ในฐานะผู้นำธุรกิจปิโตรเลียมและปิโตรเคมีครบวงจรของประเทศ 

ทั้งนี้ ในสภาพแวดล้อมการลงทุนปัจจุบัน ปัจจัยด้านความแข็งแกร่งของธุรกิจและความมั่นคงในระยะยาวเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ใช้ประกอบการพิจารณาการลงทุน ขณะเดียวกัน ผู้ลงทุนยังให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นในการเลือกระยะเวลาการลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายของตน สำหรับการออกหุ้นกู้ของ IRPC ในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้หลายรุ่นได้แก่ 3 ปี 5 ปี และ 7 ปี เพื่อให้นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนได้ตามความต้องการ โดยหุ้นกู้ทั้ง 3 ชุด เสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป มีรายละเอียด ดังนี้

หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [2.70 – 2.80]% ต่อปี, หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.10 – 3.30]% ต่อปี และหุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.65 – 3.85]% ต่อปี โดยมีกำหนดชำระดอกเบี้ยทุก 6 เดือน ตลอดอายุของหุ้นกู้ และคาดว่าจะเปิดให้จองซื้อในระหว่างวันที่ 15 – 17 มิ.ย.นี้ ผ่านสถาบันการเงิน 6 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารทหารไทยธนชาต และธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย

ด้านผู้จัดการการจำหน่ายหุ้นกู้ เชื่อมั่นว่าหุ้นกู้ IRPC ตอบโจทย์การลงทุน โดยเฉพาะผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้นกู้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือสูง เนื่องจาก IRPC เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานและเป็นผู้นำตลาดในอุตสาหกรรม และได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือหุ้นกู้อยู่ที่ระดับ “A-” แนวโน้ม “คงที่” หรือ “Stable” จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569 หุ้นกู้ IRPC จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในปัจจุบันที่สภาวะตลาดการลงทุนโดยรวมยังมีความผันผวน ทำให้การเลือกลงทุนในหุ้นกู้ต้องพิจารณาให้มากขึ้น

สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้ IRPC สามารถจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณ 100,000 บาท ผ่านทั้งช่องทางสาขา และช่องทางออนไลน์ของผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ โดยสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sec.or.th หรือสอบถามข้อมูลผ่านสถาบันการเงินผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 6 แห่ง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

IRPC ผนึก GPSC เดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานสะอาด หนุนเป้าหมาย Net Zero

IRPC ผนึก GPSC เดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานสะอาด มุ่งสู่ Net Zero ล่าสุดพัฒนาโครงการนาทับพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 98 เมกะวัตต์ คาด COD ธ.ค.2571

IRPC คว้า 4 รางวัลระดับภูมิภาคจากเวที Institutional Investor Corporate Awards 2026 ตอกย้ำความเป็นเลิศด้าน IR CG และ ESG

นางสาวสุจิตรา เผือกพิบูลย์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส การเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC) เป็นผู้แทนบริษัทฯ เข้ารับรางวัลจากเวที 16th Institutional Investor Corporate Awards 2026

IRPC จับมือ KBANK เปิดตัวนวัตกรรมลงทุนอ้างอิงดัชนี SETESG ครั้งแรกในไทย

K Bank เปิดตัวนวัตกรรมการลงทุน "Bonus Structured Note" ที่อ้างอิงผลตอบแทนกับดัชนีหุ้นยั่งยืน SETESG ด้าน IRPC เผยพร้อมร่วมลงทุนภายใต้นวัตกรรมทางการเงินเพื่อความยั่งยืน สะท้อนความร่วมมือระหว่างภาคการเงินและภาคอุตสาหกรรมในการสนับสนุนการลงทุนที่คำนึงถึง ESGและยกระดับตลาดทุนไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน