'หมอโอภาส' เปิดใจรับตำแหน่งปลัดสธ.วันแรก 'โควิด 'เปลี่ยนระบบสาธารณสุขไทยก้าวไปไกล สร้างจุดแข็งรับมือวิกฤต

1 ต.ค.2565- นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขคนใหม่ ได้เข้าสักการะพระพุทธนิรามัย ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ศาลพระพรหม พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมชนกและสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระอนุสาวรีย์กรมพระยาชัยนาทนเรนทร พระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระพุทธมหานวนาคปฏิมากร ก่อนเดินทางไปถวายสังฆทาน ร่วมกับคณะผู้บริหาร ณ วัดพุทธปัญญา จ.นนทบุรี หลังจากนั้น ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์โรคโควิด 19 ส่งผลให้ระบบสาธารณสุขไทยเปลี่ยนไปจากเดิมค่อนข้างมาก เป็นบทเรียนในการจัดการ ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยได้รับความร่วมมือจากคนทั้งประเทศทำให้ผ่านพ้นวิกฤตไปด้วยดีทั้งจากฝ่ายนโยบาย ระบบสาธารณสุขที่มีความเข้มแข็งในการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค การรักษา โดยบุคลากรทางการแพทย์ทุกสังกัด การสนับสนุนจัดหายา วัคซีน การกระจายกำลังคน อสม. ที่สำคัญคือ ประชาชนมีความตื่นตัวทางสุขภาพและให้ความร่วมมืออย่างดี ถือเป็นจุดแข็งที่จะนำมาพัฒนาปรับปรุงระบบสาธารณสุขต่อไป รวมถึงการบรรจุบุคลากรสาธารณสุขเป็นข้าราชการ 4.5 หมื่นตำแหน่ง และการที่โรงพยาบาลหมดปัญหาหนี้สินและมีเงินบำรุงเพิ่มขึ้นจากการดำเนินงานโควิด 19 จะเป็นปัจจัยที่ช่วยพัฒนาระบบสาธารณสุขในระยะ 3 ปีต่อจากนี้

นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า การทำงานจากนี้จะยึดนโยบายของรัฐบาล ทั้งแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนปฏิรูประบบสาธารณสุข รวมถึงนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง “Health for Wealth” สร้างสมดุลระหว่างสุขภาพและความมั่งคั่ง ซึ่งหมายถึงความมั่งคั่งทางสุขภาพ ที่เป็นต้นทุนที่สำคัญของประเทศ ซึ่งภาพรวมมี 5 เรื่อง คือ สร้างความเข้มแข็งทางสุขภาพของประชาชน, ความเข้มแข็งหน่วยบริการ, การดูแลผู้สูงอายุให้สุขภาพดี ทำงานได้เหมาะสมตามสภาพ, การพัฒนาระบบสาธารณสุข โดยใช้เงินบำรุงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของโรงพยาบาลระดับอำเภอ ช่วยกระตุ้นและหมุนเวียนเศรษฐกิจ และทำข้อมูลสุขภาพให้เป็นของประชาชนโดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยพัฒนาให้เกิดประโยชน์กับประชาชน

“วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคมนี้ ที่จะมีการประชุมทางไกลถ่ายทอดนโยบาย จะขอให้โรงพยาบาลประเมินตนเองและศักยภาพทางการเงิน เพื่อนำมาใช้ลงทุนทำประโยชน์ให้ประชาชน เช่น สร้างอาคารจอดรถผู้มารับบริการ ปรับปรุงอาคารผู้ป่วย ระบบบำบัดน้ำเสีย หรือติดตั้งโซลาร์รูฟ โซลาร์เซลล์ เพื่อประหยัดพลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงซ่อมแซมบ้านพักเพื่อเป็นสวัสดิการเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เป็นต้น นอกจากนี้ โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลที่มีความพร้อม จะให้ตั้งกลุ่มงานดิจิทัลทางการแพทย์เพื่อพัฒนาการให้บริการประชาชน ให้ได้รับบริการสะดวกขึ้นลดความแออัดในโรงพยาบาล” นพ.โอภาสกล่าว

สำหรับการถ่ายโอน รพ.สต.ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นั้น กระทรวงเห็นด้วยกับการกระจายอำนาจ โดยประชาชนต้องไม่ได้รับผลกระทบ บริการต่างๆ ต้องได้รับตามเดิม ซึ่งได้สั่งการให้ตั้งศูนย์ติดตามการถ่ายโอนทั้งส่วนกลางและภูมิภาค และกำชับให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลงนามกับนายก อบจ.ในการถ่ายโอน รพ.สต. เมื่อ อบจ.มีความพร้อมทุกด้าน โดยเฉพาะการจ้างพนักงานกระทรวงสาธารณสุขและลูกจ้าง รวมกว่า 9 พันคน หาก อบจ.ใดมีความพร้อมที่จะจ้างลูกจ้างต่อให้ดำเนินการถ่ายโอนได้ทันที ซึ่งสัปดาห์นี้คาดว่าจะมี อบจ.หลายแห่งที่พร้อมรับการถ่ายโอน รพ.สต. ระหว่างนี้ หากมีปัญหาใดๆ กระทรวงสาธารณสุขยินดีช่วย อบจ.แก้ไข เช่น เรื่องการบริการ ได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจัดหน่วยบริการ พร้อมยาและเวชภัณฑ์ไปช่วยบริการ คาดว่าการถ่ายโอนจะเป็นไปอย่างราบรื่น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วาทกรรมเตะตัดขา 'หมอฮีโร่' คำถามที่พรรคส้มไม่กล้าตอบ

กรณีของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ เริ่มต้นจากเรื่องวินัยราชการ ไม่ใช่เรื่องความคิดเห็น ไม่ใช่เรื่องอุดมการณ์ และไม่ใช่เรื่องเลือกข้างทางการเมือง หากแต่เป็นการตรวจส

นายกฯ ยันไทยยังปลอดผู้ติดเชื้อนิปาห์ ยึดต้นแบบเฝ้าระวังสมัยโควิด

นายกฯ ยันไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อนิปาห์  ขอให้ยึดโมเดลเฝ้าระวังสมัยโควิด คัดกรอง นทท.จากประเทศเสี่ยง แนะเลี่ยงสัมผัสมือ กินร้อน-ช้อนกลาง-ล้างมือ สั่งสธ. แถลงหวั่นปชช.วิตก ชี้ติดต่อจากสารคัดหลั่งไม่ฟุ้งในอากาศ

ดักคอ 'ทักษิณ' อย่างัดมุกติดโควิด เบี้ยวขึ้นศาล 13 มิ.ย.

นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังอ้ำอึ้งเรื่องไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง