
อาร์ต พศุตม์, ป้าตือ สมบัษร, ปิงปอง ธงชัย นำทัพ นักแสดง-เซเลบริตี้ และอินฟลูเอนเซอร์ เบอร์ท็อป ของเมืองไทย ร่วมสร้างสีสัน งาน Colors of Buriram งานผ้าไทยครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี นิทรรศการแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทย และงานหัตถกรรมภูมิปัญญาชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด
จังหวัด บุรีรัมย์ เรียกเสียงฮือฮาอีกครั้ง เนรมิต Colors of Buriram งานผ้าไทยครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี ที่เปิดประตูอาณาจักรองค์ความรู้ของเส้นทางสายไหม จังหวัด บุรีรัมย์ จากอดีตถึงปัจจุบัน ด้วยการนำเสนอนิทรรศการรูปแบบทันสมัย ชูหัตถศิลป์พื้นถิ่นสู่ไฮแฟชั่นสุดอลังการ นักท่องเที่ยวและประชาชนแห่สัมผัส ภูมิปัญญา, วัฒนธรรม และความเป็นไทย ผ่านผลิตภัณฑ์ผ้าทอนานาชนิด และงานหัตถกรรมต่างๆ มากกว่า 2,000 ชิ้น เป็นระยะเวลา 3 วัน คือวันที่ 19-21 มีนาคม 2567
งาน “Colors of Buriram” ในครั้งนี้เกิดจากความร่วมใจของชาวบุรีรัมย์กว่า 3,000 คน บนพื้นที่ 6,000 กว่าตารางเมตร หรือขนาดเท่า 1 สนามฟุตบอล จัดในโดมติดแอร์ขนาดมหึมา บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอนาโพธิ์ มี Exhibition Wall นิทรรศการผ้า ที่จัดแสดงและงานหัตถกรรมผ้า 2,000 กว่าชิ้น ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด ผลิตภัณฑ์ที่คัดสรรมาจากทั้ง 23 อำเภอ โดยเฉพาะผ้าไหมของชาวบุรีรัมย์ที่มีการพัฒนาต่อยอดให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความทันสมัย ใส่ได้ทุกเพศทุกวัย ถักทอด้วยความประณีต ออกแบบและตัดเย็บสวยงาม เพื่อสืบสานพระราชปณิธาน ผ้าไทยใส่ให้สนุกให้คงอยู่คู่กับชุมชนและชาวบุรีรัมย์ สืบสานอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย และสนับสนุนกลุ่มอาชีพผลิตภัณฑ์ OTOP ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น
งานในครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากนักท่องเที่ยวและประชาชนที่สนใจ ร่วมเรียนรู้ขั้นตอนการผลิตผ้าไหมไทยที่ละเอียดอ่อนตั้งแต่ต้นจนจบ ตระหนักถึงศักยภาพและความสามารถในการผลิตและจำหน่ายสินค้าชุมชน ที่ปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบให้มีความทันสมัยใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยมีเหล่านักแสดง,เซเลบริตี้ และอินฟลูเอนเซอร์เบอร์ท็อปต้นๆ ของเมืองไทย มาร่วมสร้างสีสันประชันความสวยงามอลังการ ได้แก่ อาร์ต-พศุตม์ บานแย้ม, ป้าตือ-สมบัษร ถิระสาโรช, ปิงปอง-ธงชัย ทองกันทม รวมทั้ง สยาม แยปป์ แนวรุกสุดหล่อ นักเตะลูกครึ่งไทย-อังกฤษ วัย 19 ปี จากสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยอดทีมแชมป์ไทยลีก 8 สมัย โดยเป็นครั้งแรกกับการผนึกความเป็นเมืองกีฬาและวัฒนธรรม นำเสนอการแต่งกายด้วยผ้าไหมลายผ้าพระราชทานผสมผสานกับผ้าไทยลวดลายเอกลักษณ์ จากภูมิปัญญาท้องถิ่นบุรีรัมย์ เพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่ตลาดแฟชั่นของคนรุ่นใหม่ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันผ้าไหมไทยในเวทีโลกอีกด้วย
ภายในงาน มีการจัดแสดง-จำหน่าย ของดีของขึ้นชื่อมากมาย และกิจกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ อาทิ กิจกรรมสาธิต การเขียนผ้าบาติก, การเขียนทอง, การทอเสื่อกกยกขิด, มัดหมี่ลายพระราชทาน “ผ้าลายสิริวชิราภรณ์”, การปักผ้า (นกกะเรียน), การย้อมสีธรรมชาติ และงานผ้าอีโค ปริ้นต์ เป็นต้น รวมทั้งลายผ้าพระราชทานตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ที่ทำให้เกิดการจุดพลังการขับเคลื่อนงานหัตถกรรมในทุกมิติ เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นถิ่นให้ร่วมสมัย คนนิยมใส่ผ้าไทยมากขึ้น จนสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชนอย่างครบวงจร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดบุรีรัมย์ หมายเลขโทรศัพท์ 0-4466-651
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครูบุรีรัมย์มีหวัง! แบกหนี้แทนเพื่อนกว่า 13 ล้าน นัดเจรจาแบงก์ 3 ก.ย.
“ครูติ๋ว” เปิดเอกสารพบหนี้ที่ตัวเองกู้ เงินต้น 2.26 ล้าน ดอกเบี้ย 1.25 ล้าน ส่วนกว่า 13 ล้านเป็นภาระจากการค้ำประกันให้เพื่อนครู 4 คน ล่าสุดอัยการคุ้มครองสิทธิ สพฐ. และ สพป.บุรีรัมย์
บุรีรัมย์เร่งเพิกถอน 10 พนักงานส่วนตำบล โกงสอบท้องถิ่น
นายคำเคลื่อน พณะชัย รองผู้ว่าราชจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดบุรีรัมย์(ก.อบต.จังหวัดบุรีรัมย์) ที่ห้องประชุมนารายณ์บรรทมสินธุ์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์
ทนายอั๋นก็ช่างร้อง รัฐมนตรีก็ช่างขุด
ช่วงนี้ชื่อ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” เห็นบ่อยเหลือเกิน
ครูบุรีรัมย์ ร้องอัยการคุ้มครองสิทธิ ถูกเพื่อนร่วมวิชาชีพ 4 คน ลอยแพให้แบกหนี้กว่า 16 ล้าน
ครูวัย 47 ชาวบุรีรัมย์ ที่ถูกเพื่อนร่วมวิชาชีพ 4 คนลอยแพให้แบกหนี้แทนกว่า 16 ล้าน หลังค้ำประกันเงินกู้แต่เบี้ยวไม่จ่ายจนโดนฟ้องและยอมเป็นบุคคลล้มละลาย เพื่อเลี่ยงชำระหนี้
ชาวบ้านกว่า 300 คน รวมตัวค้านโรงงานน้ำตาล-โรงไฟฟ้าชีวมวล จี้ 'ผู้ว่าฯบุรีรัมย์' ยกเลิกเวที ค.1
ชาวบ้านในนามกลุ่มโอโซนรักบ้านเกิด อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ กว่า 300 คน ได้นัดรวมตัวกันที่บริเวณพื้นที่หน้าโรงเรียนชำนิพิทยาคม ก่อนเดินเท้าและปราศรัยระหว่างการเดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ผ่านนายอำเภอชำนิ เพื่อให้ทางการส่งหนังสือถึงบริษัทที่ปรึกษาและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องยกเลิกเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 ของโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล













