
14 มิ.ย.2567 - ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความ เรื่อง กากอุตสาหกรรมไทย..กระจายทั่วชุมชนเพราะอะไร.. มีเนื้อหาดังนี้
... ตั้งแต่ปี1980ประเทศจีนกลายเป็นถังขยะของโลกหรือ“foreign trash”เพราะยินยอมรับขยะอันตรายจากทั่วโลกเข้ามารีไซเคิลโดยพบว่าในปี 2012 มีขยะพลาส ติกที่ส่งออกจากประเทศตะวันตกเข้าสู่ประเทศจีนถึงร้อยละ56จากการส่งออกทั่วโลก
1.ขยะพิษเหล่านี้เป็นดาบ2 คมคือสามารถทำรายได้ให้แก่ประชากรในประเทศสูงมากเฉลี่ยเดือนละ20000-30000บาทต่อครอบครัว แต่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสขภาพของประชาชน เช่น ในแม่น้ำ,ลำคลองได้รับการปนเปื้อนด้วยโลหะหนักและเศษพลาสติขนาดเล็กที่ต้องใช้เวลาในการย่อยสลายมากกว่า400ปี ,
ไอพิษจากโลหะหนักที่เกิดจากการหลอมพลาสติกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์ เป็นต้น
2.เมืองกุ้ยหยูในมณฑลกวางตุ้งตอนใต้ของประเทศจีนได้ชื่อว่าศูนย์กลางในการรีไซเคิล electronics waste จากต่างประ เทศ ตั้งแต่ปี2003เป็นต้นมา มีประชาชนมากกว่า6,000ครอบครัวเป็นเจ้าของธุรกิจรีไซเคิลในครัวเรือนซึ่งจากการสอบสวนโรคพบว่าร้อยละ 80ของเด็กเล็กที่อาศัยในเมืองนี้มีระดับตะกั่วในเลือดเกินค่ามาตร ฐานจนถึงเป็นอันตรายต่อชีวิต
3.รัฐบาลกรุงปักกิ่งได้ประกาศ BANขยะพิษ 24ชนิดห้ามนำเข้าประเทศจีนโดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เริ่มต้นปีใหม่ของปี2018 โดยขยะพิษดังกล่าวจะรวมถึง ซากชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์, ชิ้นพลาสติก, เศษผ้าหรือกระดาษที่ปนเปื้อน และ polyethylene terephthalate (PET) เกรดต่ำที่ใช้ทำขวดน้ำพลาสติก เป็นต้นรวมทั้งสั่งให้กำหนดมาตรฐานสินค้าที่จะนำเข้ามารีไซเคิลใหม่ทั้งหมด
4. รัฐบาลจีนได้แจ้งไปยังองค์การค้าโลก (World Trade Organization,WTO)ว่าประ เทศจีนต้องการปกป้องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของคนในประเทศจาก"highly polluted" materialถึงแม้ขยะสกปรกและขยะอันตรายที่ผสมอยู่ในมูลฝอยเหล่านี้จะสามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบได้ แต่มีอัน ตรายต่อสิ่งแวดล้อมมากเกินไปที่ประเทศจีนจะรับได้ จึงขอระงับการนำเข้าทั้งหมดภายในสิ้นปี 2017
5.ประเทศที่เดือดร้อนที่สุดคือ ประเทศที่ส่งออกขยะพิษไปประเทศจีนคือ สหรัฐอ เมริกา แคนาดา ออสเตรเลียและกลุ่มสห ภาพยุโรปได้ร้องเรียนไป WTO แต่ประ เทศจีนยืนกรานห้ามนำขยะพิษดังกล่าวเข้าประเทศเด็ดขาด ดังนั้นขยะพิษที่เกิดขึ้นจากประเทศเหล่านี้จึงมุ่งหน้ามายังประ เทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ต่อไป
6.สาเหตุที่มีขยะพิษทะลักเข้าประเทศไทยได้ง่าย อาจมาจากจุดอ่อนของประเทศ ไทยเอง กล่าวคือ
6.1.ประเทศไทยยินยอมให้นำอุปกรณ์ไฟ้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์และขยะพลาสติกเข้ามาเพื่อการคัดแยกหรือแปรสภาพได้ แต่ต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาบาเซล เช่น ประเทศต้นทางที่ส่งออกส่วนใหญ่ซึ่งเป็นพ่อค้าชาวจีนและฮ่องกงต้องแจ้งรายละเอียดและขอความยินยอมจากกรมโรงงานฯก่อน ถ้ายินยอมจึงจะสามารถนำเข้าได้ทั้งนี้การนำเข้าดังกล่าวไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าอีกด้วย
6.2.ด่านศุลกากรที่ท่าเรือแหลมฉบังและกรุงเทพไม่ได้ตรวจตู้คอนเทนเนอร์ทุกตู้ เพียงแต่ทำการสุ่มตรวจบางตู้เท่านั้น ทำ ให้มีขยะพิษปะปนมากับสินค้านำเข้าที่ไม่ต้องขออนุญาตจากกรมโรงงานฯ
6.3.เมื่อปล่อยตู้คอนเทนเนอร์ออกจากด่านแล้วไม่มีการตามไปดูว่าสินค้าดังกล่าวไปโรงงานหรือที่ใด
6.4.โรงงานคัดแยกของเสียอุตสาหกรรมหรือประเภท105และโรงงานรับรีไซเคิลหรือประเภท106 สามารถตั้งได้ง่ายมากโรงงานที่รับรีไซเคิลขยะพิษเหล่านี้ไม่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA)เพราะไม่อยู่ในประกาศของสผ. รวมทั้งยังสามารถตั้งที่ไหนก็ได้โดยไม่มีผังเมืองบังคับ เนื่องจากมีคำสั่งคสช. ฉบับที่ 4/2559เรื่อง การยกเว้นการใช้บัง คับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมสำ หรับการประกอบกิจการบางประเภทให้รวมถึงโรงงานประเภท 105และ106ด้วยโดยมีผลใช้บังคับทันทีตั้งแต่วันที่ 20 มก ราคม 2559 เป็นต้นไป จะเห็นได้ว่ามีโรง งานดังกล่าวจำนวนมากตั้งในพื้นที่สีเขียวและติดกับชุมชนจนกว่าจะได้มีการเปลี่ยนสีผังเมือง..มีการอนุญาตโรงงานหรือสถานประกอบการขนาดเล็ก ประสิทธิภาพต่ำตั้งได้กระจายทั่วไทย..
6.5.ความหย่อนยานของเจ้าหน้าที่รัฐในการติดตามตรวจสอบโรงงานที่รับรีไซเคิลขยะพิษดังกล่าว ทำให้ง่ายต่อการทำงานของผู้ประกอบกิจการฯที่ผิดกฏหมาย สุดท้ายกากของเสียที่เหลือจากการรีไซ เคิลก็ไปอยู่ในกองขยะเทศบาลหรือฝังอยู่ใต้ดินปนเปื้อนทั้งสารเคมีและสารโละหนักในดิน ในน้ำผิวดินและน้ำใต้ดินต่อไป
6.6.เมื่อมีปัญหาขยะพิษถูกนำเข้ามาอยู่ในประเทศจำนวนมากประกอบการจัดกากอุตสาหกรรมในประเทศมีช่องโหว่รวมทั้งการอนุญาตให้สถานประกอบการสีเทาที่รับรีไซเคิลกากอุตสาหกรรมเกิดขึ้นได้ง่ายจนเกิดการทิ้งกากในที่สาธารณะ,การเผาทำลายกากผิดกฎหมาย,การนำกากฝังกลบในพื้นที่โรงงานหรือบ่อดินชุมชนเป็นข่าว..ก็จะมีการตรวจสอบเป็นกรณีๆไป
..ไม่มีหน่วยงานไหนแสดงความรับผิดชอบในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่จะอ้างกฎหมายระเบียบไม่อำนวย การขาดกำลังคน เป็นต้น..วนเวียนไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ชี้พายุฤดูร้อนมาแล้ว สัญญาณเตือนก่อนเข้าสู่หน้าร้อนเต็มตัว
นักวิชาการชี้สัญญาณพทายุฤดูร้อนก่อนเกิด คืออากาศจะร้อนอบ อ้าว ลมสงบนิ่ง ท้องฟ้าขมุกขมัว และมีเมฆก่อตัวหนาแน่นเป็นสีเทาเข้มอย่างรวดเร็ว
นักวิชาการสิ่งแวดล้อม เตือนฤดูร้อนปีนี้ คนไทยเสี่ยง 'โรคลมแดด-ฮีทสโตก' ได้ง่าย
นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เตือนฤดูร้อนปีนี้ คนไทยเสี่ยงต่อโรคลมแดด และฮีทสโตกได้ง่าย
หาดใหญ่ระทม 'ดร.สนธิ' แนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรบริหารจัดการภัยพิบัติอย่างไร
ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า บริหารจัดการอย่างไร? ทำให้หาดใหญ่ระทม..
นักวิชาการสิ่งแวดล้อม แนะการแสดงออกของผู้นำในภาวะวิกฤติ ทำอย่างไรได้ใจประชาชน
นายกรัฐมนตรีของไทยลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนถูกน้ำท่วมใหญ่ที่ อ. หาดใหญ่ จ.สงขลา กล่าวขอโทษประ ชาชนที่ผิดพลาดจะเร่งฟื้นฟูใหม่โดยเร็ว
'นักวิชาการ' ถอดบทเรียนมหาอุทกภัยน้ำท่วม 'หาดใหญ่' ปัญหาและแนวทางแก้ไข
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ถอดบทเรียนมหาอุทกภัยน้ำท่วม อ. หาดใหญ่ ปัญหาคืออะไร? และแนวทางแก้ไขควรเป็นอย่างไร?

