'เศรษฐา' ยัน 8 พรรคร่วมดัน 'พิธา' จนสุดทาง หงุดหงิดโยงเสียบนายกฯ

แฟ้มภาพ

“เศรษฐา” ระบุ ปากท้องประชาชนต้องมาก่อนขัดแย้งการเมือง เชื่อ 8 พรรคร่วมดัน “พิธา” เป็นนายกฯ จนสุดทาง หงุดหงิดหลังโดนโยงขึ้นนายกฯ

16 ก.ค.2566 – ที่พรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน ผู้บริหารพรรค ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์หลังจากทำคลิปโปรโมตเรื่องเศรษฐกิจของพรรค ว่า มาอธิบายเรื่องหนี้สินต่างๆ ลงสื่อโซเชียล วันอาทิตย์ต้องมาแต่งสูทอึดอัดนิดหน่อย แต่ว่าโอเคครับ

ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องเศรษฐกิจต้องเดินหน้าอย่างไร นายเศรษฐา กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยต้องเดินหน้าไม่ว่าจะเป็นแกนนำหรือส่วนหนึ่งของรัฐบาล เรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องใหญ่ ปากท้อง ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดต้องเร่งจัดการ

นายเศรษฐา กล่าวว่า ต้องเร่งมาตรการต่างๆ เพราะหากเป็นรัฐบาลได้ดูแลในกระทรวงที่ได้รับมอบหมาย ก็จะเร่งผลักดันมาตรการต่างๆ ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรก ต้องระงับความเดือดร้อนของประชาชนถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เลือกตั้งจบสองเดือนแต่ยังไม่ได้นายกฯ ประชาชนมีความเอือมระอา

เมื่อถามว่า การที่กลุ่มสนับสนุน นายพิธา ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองในตอนนี้ กระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรีควรจะเร่งเดินหน้าต่อไปจากนี้หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนเองไม่ได้ติดตามว่าคาร์ม็อบจะมีคนมาร่วมมากหรือน้อย พรรคร่วมจะมีการประชุมในวันที่ 17 ก.ค.คงจะมีข้อสรุปได้อย่างชัดเจน ส่วนตัวขอยืนยันว่าเราอยู่ใน 8 พรรคร่วมที่สนับสนุนนายพิธาจนสุดทาง

เมื่อถามว่า รู้สึกหงุดหงิดหรือไม่เมื่อมีคนเสนอชื่อเป็นนายกฯ นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจแต่หงุดหงิด ตนเองไม่เคยพูด ไม่เคยกล่าวถึงอะไรเลย เจอนักข่าวประจำไม่เคยหลบหรือซ่อน ใครมีอะไรก็ถามตนเองได้ตลอด ยืนยันว่าไม่เคยพูด ต้องให้เกียรติ 8 พรรคร่วมและพรรคก้าวไกล

เมื่อถามว่า ได้ติดตามคลิปที่ นายพิธา ได้โพสต์ลงโซเชียลหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่ได้ติดตาม แต่เห็นว่านายพิธาพูดว่าเคลียร์แล้วเคลียร์ได้ แต่ตนเองไม่ทราบความจริง ความรู้ส่วนตัวด้านนี้ไม่มีก็ถือว่าเป็นธรรมดาของคนที่ร่วมอุดมการณ์ เราก็ขอเป็นกำลังใจให้

เมื่อถามว่า ตอนนี้หุ้นดีขึ้นจากกระแสข่าวว่า พรรคเพื่อไทยอาจจะเป็นพรรคในการแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ในฐานะที่ดูแลเรื่องของเศรษฐกิจเห็นกระแสข่าวดังกล่าวรู้สึกอย่างไร นายเศรษฐา กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์เป็นตัวชี้นำของความมั่นใจ ไม่อยากเข้าข้างใครแต่การกระเตื้องขึ้นของตลาดหุ้น เป็นเรื่องของการคลายกังวลที่จะมีการจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วขึ้น เพราะกว่าสองเดือนแล้วที่ยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ถึงเวลาแล้วที่ต้องมีการจัดตั้งรัฐบาลและคณะรัฐมนตรี เพื่อที่จะจัดสรรงบประมาณ ปี 67 ให้ได้โดยเร็วที่สุดเพราะงบปี 67 จะเริ่มที่เดือนตุลาคมมีเวลาไม่ถึงสามเดือน หากเราจัดตั้งรัฐบาลได้ภายใน 15 ส.ค. จะได้ใช้จริงวันที่ 15 มี.ค.ปีหน้าถือว่าช้ามาก เป็นห่วงปากท้องและความเป็นอยู่ของประชาชนมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภัยแล้งหรือหนี้สิน ควรให้ความสำคัญมากกว่าการเมือง

เมื่อถามว่า วันที่ 17 ก.ค. 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลจะประชุมหารือจะมีการกำหนดแผนสองหรือไม่ ถ้าหากว่าวันที่ 19 ก.ค. ญัตติของนายพิธาอาจถูกตีตก ผลจะออกมาอย่างไร นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนเองไม่ทราบ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเจรจา พรุ่งนี้ช่วงบ่ายผลสรุปก็คงจะออกมา ตนเองเคารพการตัดสินใจของทั้ง 8 พรรค 

เมื่อถามว่าจะให้กำลังใจนายพิธาอย่างไร หลังจากที่นายพิธาโพสต์ไอจีมีภาพคู่กับ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวไกลและแท็ก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายเศรษฐา ถามกลับว่า ช่วงนั้นดึกหรือยัง ถ้าเที่ยงคืนผมว่าทุกคนถ้าเครียดก็ต้องไปสังสรรค์เป็นธรรมดา ชีวิตต้องเดินต่อไป เรื่องการเมืองกับชีวิตส่วนตัวเป็นคนละเรื่อง เราเป็นเพื่อนกันทั้งนั้น ขอส่งกำลังใจให้กัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เจี๊ยบ อมรัตน์' เปิดภาพกองหลังพรรคส้ม ลั่นความหวังที่มีร่วมกันยังยืนหยัดมั่นคง รอวันของเรา

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต สส.พรรคก้าวไกล โพสต์ภาพคู่กับแกนนำคนสำคัญของพรรคส้มทั้งนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ โดยระบุข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นัดทานข้าวกันบ้างไรบ้างในโอกาสคุณทิมกลับมา

เพจ BIOTHAI ชูแนวคิดแก้ปัญหาเกษตรกรรม 'พิธา' เหนือกว่า 'ศุภจี'

เพจ BIOTHAI โพสต์บทวิเคราะห์นโยบายด้านการเกษตรว่า พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นนักการเมืองต่างเส้นทาง 2 คนที่มีบ

สปิริตการเมือง 'ดร.เจษฎ์' ทักทาย 'พิธา' ชี้คิดไม่เหมือนกันได้แต่อย่าทำบ้านเมืองแตกแยก

“ดร.เจษฎ์" ทักทาย "พิธา" ชี้ ทุกฝ่ายควรมองบวก รักชาติร่วมกัน-อย่าทำบ้านเมืองแตกแยก พร้อมชม FC ส้มน่ารัก

เนี้ยบ ดูดี ว่างเปล่า 'พิธา-การเมืองพรรคส้ม' ที่ขายได้แค่ภาพ

ในการสื่อสารทางการเมืองของ พรรคประชาชน หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “พรรคส้ม” ภาพของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ถูกใช้เป็นตัวนำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่จากผลงานหรือบทบาทในสนามเลือกตั้ง แ