
เพื่อไทย ระบุคณะเจรจา นำโดยสุริยะ คุย สว.ตัวต่อตัว เพื่อเป็นการให้เกียรติ ยันไม่กังวลกระแสวิจารณ์ ดื่มมินต์ช็อกชื่นมื่น
23 ก.ค.2566 – เวลา 13.27น.นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวก่อนการหารือร่วมกับพรรคชาติไทยพัฒนา ถึงการไปหารือร่วมกับสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤต และทางออกของประเทศร่วมกันหลังจากนี้ ว่า จะมีคณะเจรจา ที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรคเพื่อไทย เป็นหัวหน้าทีมไปพูดคุยเป็นลักษณะตัวบุคคลไม่สามารถคุยแบบหมู่คณะได้ เนื่องจาก ต้องให้เกียรติ สว. ด้วย
นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ไม่กังวลกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ถึงการเชิญพรรคการเมืองต่าง ๆ มาพูดคุย และมีการดื่มช็อกโกแล็ตมิ้นท์ร่วมกัน โดยระบุว่า เป็นสิทธิของประชาชนที่จะวิพากษ์วิจารณ์ แต่พรรคเพื่อไทย ก็พร้อมชี้แจง และไม่ได้มองเป็นการกดดัน และเป็นข้อมูลที่พรรคเพื่อไทย จะต้องนำมาประกอบการพิจารณาการดำเนินการต่างๆ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ภูมิใจไทยปัดกระแส 'กล้าธรรม' จ่อร่วมรัฐบาล ยันพรรคร่วมคงเดิม
โฆษกภูมิใจไทยเผยวงประชุม สส.ไม่มีถกดึง “กล้าธรรม” ร่วมรัฐบาล ชี้
'เชน' เผยไม่มีสัญญาณดึง 'กล้าธรรม' ร่วมรัฐบาล
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะแกนนำพรรค
'นิพิฏฐ์' ทำ 2 เรื่องใหญ่ ฟ้อง กกต. - ยุบพรรค 'ฮั้ว สว.'
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ยินดีร่วมมือกับทุกฝ่าย
สีน้ำเงิน ยังคุมสภาสูง เดิมเกมดูดสว.เติมเสียง
หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติส่งคำร้องไปศาลฎีกาฯ และดำเนินคดีอาญาผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว.จำนวน 77 รายชื่อ โดยมีสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันรวมอยู่ด้วย 26 รายชื่อ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองและข้อกฎหมายตามมามากมาย
วุฒิสัญจรสู้ฮั้วสว. เต็มสูบ!สภาสูงขนกมธ.ไปตราดตอบทุกเรื่องที่สงสัย
“กมธ.วุฒิสภา” เปิดเวทีโชว์ผลงาน ด้าน “พิสิษฐ์” ยันคดี "ฮั้ว สว." ไม่กระทบ เดินหน้าทำงาน ลุยหน้าที่เต็มสูบจนกว่าศาลสั่ง “ธณัชญ์พงศ์” มอง “กอ.รมน.” ยังจำเป็น ไปต่อ
'ยุทธพร' ชี้มติ กกต.ปม สว.สร้างความชัดเจน รัฐบาลไปต่อ-เศรษฐกิจคลายกังวล ลดความเสี่ยงเกมเซตซีโร่
รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงผลการพิจารณาคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า มติดังกล่าวช่วยสร้างความชัดเจนให้แก่สถานการณ์การเมืองว่า รัฐบาลยังสามารถบริหารประเทศต่อไปได้ และลดความกังวลว่าผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลอาจต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ จนนำไปสู่เกม “เซตซีโร่” ทางการเมือง

