โฆษกรทสช. เผยสัญญาณบวก 'เพื่อไทย' เชิญร่วมรัฐบาล

15 ส.ค.2566 - ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ สส. ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะโฆษกพรรค ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและการประชุมสส.ของพรรค ว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ได้แจ้งในที่ประชุมว่าเราได้รับสัญญาณบวกจากพรรคเพื่อไทย จากคณะผู้แทนที่ไปพูดคุยว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะเชิญพรรครทสช. ร่วมรัฐบาล ซึ่งในส่วนของพรรครทสช. เราพร้อมที่จะพูดคุยเพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้ และสร้างความมั่นคงให้กับรัฐบาลที่จะเกิดขึ้น เพียงแต่ว่าการเชิญจะต้องเป็นทางการ ส่วนการนัดวันที่จะพูดคุยนั้นต้องรอการติดต่อจากพรรคเพื่อไทย เพื่อไปคุยกับหัวหน้าพรรคฯและเลขาธิการพรรคฯ แต่ปัจจุบันยังไม่มีการประสานงานมาเพื่อพูดคุย

ทั้งนี้ พรรคมีจุดยืนในการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองที่ไม่มีก้าวไกลที่มีวัตถุประสงค์แก้ ม.112 หากมีจุดยืนนี้ รทสช. ก็พร้อมทำงานร่วมทุกพรรคการเมือง

ผู้สื่อข่าวถามว่าใครบอกว่าให้โหวตนายกฯก่อนแล้วค่อยมาพูดคุย นายอัครเดช กล่าวว่า หัวหน้าพรรคพูดในที่ประชุมชัดเจนว่าจะต้องเชิญพรรครทสช. พูดคุยอย่างเป็นทางการก่อนที่จะมีการโหวตนายกฯ ซึ่งการพูดคุยคงจะเกิดขึ้นในอนาคตนี้

ถามต่อว่ามีการตั้งเงื่อนไขเรื่องการแบ่งกระทรวงหรือไม่ นายอัครเดช กล่าวว่า ไม่มี เราพร้อมทำงานในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงไหนก็แล้วแต่ อย่างไรก็ตามในที่ประชุมได้มีการกำชับให้สส.เตรียมความพร้อมในวันโหวตเลือกนายกฯ หากประธานรัฐสภากำหนดวันไม่ว่าจะเป็นวันที่ 18 ส.ค.นี้ หรือสัปดาห์หน้า

เมื่อถามอีกว่าคนที่เป็นรัฐมนตรีกระทรวงเดิม ในรัฐบาลชุดนี้ จะได้นั่งเก้าอี้กระทรวงเดิมในรัฐบาลชุดใหม่หรือไม่ นายอัครเดช กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้มีการพูดคุยในที่ประชุม ส่วนโควตาเก้าอี้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงนั้น เป็นไปตามสูตรคณิตศาสตร์ทางการเมืองหารกันแล้ว พรรครทสช.ได้ 4 เก้าอี้ ยืนยันว่าพรรครทสช.ยังไม่ได้พูดคุยถึงเรื่องโควตาเก้าอี้รัฐมนตรีกับพรรคเพื่อไทย เพียงแต่ว่าหัวหน้าพรรคฯและเลขาธิการพรรคฯได้มีการพูดคุยกับสส.ของพรรรค

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สีน้ำเงิน ยังคุมสภาสูง เดิมเกมดูดสว.เติมเสียง

หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติส่งคำร้องไปศาลฎีกาฯ และดำเนินคดีอาญาผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว.จำนวน 77 รายชื่อ โดยมีสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันรวมอยู่ด้วย 26 รายชื่อ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองและข้อกฎหมายตามมามากมาย

Fitch ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือไทยขึ้นเป็นระดับ’มีเสถียรภาพ’

Fitch เชื่อมั่นทิศทางนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) ขึ้นเป็นระดับ “มีเสถียรภาพ ” และคงอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ BBB+