กอ.รมน. แจงคืบหน้าคดีลอบเผา-ระเบิดปั๊มชายแดนใต้ 11 จุด พบหลักฐานมัดตัวการใหญ่

กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า เผยความคืบหน้าคดีป่วนใต้บึ้มปั๊ม ปตท. 11 จุด ขยายผลรวบเครือข่ายก่อเหตุแล้ว 16 ราย ดำเนินคดี 8 ราย พร้อมออกหมายจับอีก 25 ราย พบหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์มัดตัว "บูรฮานุดีน" โยงถึง 3 จุด คาดเป็นตัวการใหญ่ทีมประกอบ-ลำเลียงระเบิด

20 พฤษภาคม 2569 - พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า) ชี้แจงความคืบหน้าคดีวางเพลิงและวางระเบิด สถานีบริการน้ำมัน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 11 จุด เมื่อวันที่ 11 ม.ค.69 ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐานเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ก่อเหตุได้อย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าการก่อเหตุครั้งนี้เป็นการกระทำที่มีการวางแผนเป็นระบบ ใช้กำลังผู้ก่อเหตุรวม 74 ราย รถจักรยานยนต์ 22 คัน และอาวุธปืน 19 กระบอก

พร้อมนำระเบิดเข้าไปก่อเหตุรวม 26 ลูก สามารถเก็บกู้ได้ 3 ลูก เหตุการณ์เกิดขึ้นรวม 11 จุด ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี 2 จุด จังหวัดยะลา 4 จุด และจังหวัดนราธิวาส 5 จุด โดยเป้าหมายเป็นสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ซึ่งผู้ก่อเหตุพยายามสร้างสถานการณ์ความรุนแรง กระทบต่อความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

สำหรับการติดตามสืบสวนและปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ ปัจจุบันสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 16 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ให้การยอมรับ 5 ราย ผู้ให้การปฏิเสธ 9 ราย อยู่ระหว่างซักถาม 1 ราย และมีผู้เสียชีวิตจากการบังคับใช้กฎหมายกับเจ้าหน้าที่ 1 ราย ขณะเดียวกันมีผู้ถูกปล่อยตัวกลับภูมิลำเนา 4 ราย เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ สะท้อนให้เห็นว่าการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ยึดหลักพยานหลักฐานเป็นสำคัญ

จากผลการซักถามผู้ต้องสงสัยบางราย โดยเฉพาะนายอับดุลเลาะ (สงวนนามสกุล) ได้ให้การยอมรับถึงบทบาทในการนำระเบิดไปวางที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท.บานา จังหวัดปัตตานี พร้อมซัดทอดถึงผู้ร่วมขบวนการ ทั้งผู้สั่งการ ผู้ลำเลียงระเบิด และผู้ทำหน้าที่คอยระวังป้องกันในพื้นที่

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ภาพจากกล้องวงจรปิด รวมถึงข้อมูลจากกระบวนการซักถาม จนนำไปสู่การออกหมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว 25 ราย

ทั้งนี้ จากการรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ พบข้อสังเกตสำคัญว่า ผู้ต้องสงสัยบางรายปรากฏหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เชื่อมโยงในหลายพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นไปได้ว่า บุคคลดังกล่าวอาจมีบทบาทเกี่ยวข้องกับกระบวนการประกอบ ลำเลียง หรือจัดเตรียมวัตถุระเบิดให้กับเครือข่ายผู้ก่อเหตุ ไม่ใช่เพียงการร่วมปฏิบัติในจุดใดจุดหนึ่งเท่านั้น

โดยเฉพาะ นายบูรฮานุดีน (สงวนนามสกุล) ซึ่งตรวจพบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในพื้นที่เกิดเหตุถึง 3 จุด ได้แก่ สถานีบริการน้ำมัน ปตท.บ้านดุซงญอ จังหวัดนราธิวาส, สถานีบริการน้ำมัน ปตท.กะพ้อ จังหวัดปัตตานี และสถานีบริการน้ำมัน ปตท.บูเก๊ะคละ จังหวัดยะลา ถือเป็นบุคคลสำคัญที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลเชิงลึกเกี่ยวกับความเชื่อมโยงด้านการจัดหาและประกอบวัตถุระเบิด

นอกจากนี้ ยังพบผู้ต้องสงสัยอีกหลายรายที่มีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เชื่อมโยงในพื้นที่เกิดเหตุเพิ่มเติม อาทิ นายซิ (สงวนนามสกุล) ซึ่งพบหลักฐานในพื้นที่สถานีบริการ น้ำมัน ปตท.บ้านดุซงญอ จังหวัดนราธิวาส และมีหมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว ถึง 9 หมาย, นายฮาฟิซ (สงวนนามสกุล) พบหลักฐานในพื้นที่เดียวกัน รวมถึงนายอับดุลเล๊าะ (สงวนนามสกุล) ซึ่งตรวจพบหลักฐานในพื้นที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท.ท่าสาป จังหวัดยะลา รวมถึงนายแมโซ (สงวนนามสกุล) ซึ่งตรวจพบหลักฐานในพื้นที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท.บ้านโคก จังหวัดนราธิวาส

ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีได้แล้ว 8 ราย ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุในพื้นที่จังหวัดยะลาและจังหวัดนราธิวาส โดยอยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม เพื่อติดตามผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เจ้าหน้าที่เชื่อว่า การก่อเหตุครั้งนี้มีลักษณะเป็นเครือข่ายแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ทั้งฝ่ายวางแผน ฝ่ายจัดหาอุปกรณ์ ฝ่ายประกอบระเบิด และฝ่ายปฏิบัติการในพื้นที่ โดยหน่วยงานด้านความมั่นคงจะยังคงเดินหน้าติดตามเครือข่ายผู้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กรอบของกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อดีตบิ๊กข่าวกรอง อ้าง 'เบอร์ซาตู' เรียก 1 แสนริงกิตจากธุรกิจยะลา ชี้นี่มันโจรชัดๆ

“นันทิวัฒน์” เผยจดหมายอ้างเป็นของกลุ่มเบอร์ซาตู เรียกเงินผู้ประกอบการใน จ.ยะลา 800,000 บาท แลกความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์

ยก 'นายอำเภอ' หัวหอกดับไฟใต้ รัฐบาลมอบอำนาจ 14 อำเภอนำร่องชายแดนมาเลเซีย

รัฐบาลให้อำนาจ 14 นายอำเภอชายแดนใต้เต็มที่ “บิํกดุลย์” เผยเป็นหัวหน้าทีมคุม “ทหาร-ตร.-การศึกษา“ เชื่ออำเภอเป็นพื้นที่แตกหัก ย้ำต้องมองภาพสถานการณ์และข้อมูลข่าวเป็นเอกภาพ ทั้ง ส่วนกลาง-จังหวัด-พื้นที่

'กลาโหม' ชูสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์แทนไอโอ ถกแผน 14 อำเภอนำร่องดับไฟใต้

ประชุมแผนปฏิบัติ14อำเภอนำร่อง “ดับไฟใต้” วางเป้าหมาย 5 ด้าน งัด “สื่อสารเชิงยุทธศาสตร์”แทน“ ไอโอ” เน้นทิศทางเดียวกันบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง “บิ๊กดุลย์”ย้ำต้องนำไปใช้แก้ไขปัญหาได้จริง การสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์

'พล.ต.เทพพิทักษ์' นำคณะตรวจฐานสุคิริน เตรียมพร้อมก่อนรับตำแหน่ง ผบ.ฉก.นราธิวาส

ฉก.พัน.ร.ที่ 3 ให้การต้อนรับ พล.ต. เทพพิทักษ์ นิมิตร รอง มทภ.1 และคณะฯ ในโอกาสเดินทางมาตรวจภูมิประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ฐานปฏิบัติการพระตำหนักสุคิริน บ.ราษฎร์สามัคคี ต.สุคิริน อ.สุคิริน จว.นราธิวาส

ศาลสั่งจำ คุก6เดือน 2แก๊งกู้ชาติปัตตานี

ศาลนราธิวาสสั่งจำคุก 6 เดือน สองหนุ่มสมาชิก “ขบวนการกู้ชาติรัฐปัตตานี” รับสารภาพคดีอั้งยี่ เอี่ยวเหตุระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท.ตันหยงมัส เมื่อต้นปี ศาลอุทธรณ์ให้ประกันตัวติด EM

'วรศิษฎ์' ลงนราธิวาส ติดตามเหตุบึ้มรถ อส. สุคิริน เยี่ยมให้กำลังใจผู้บาดเจ็บ

“อนุทิน” มอบหมาย “วรศิษฎ์” ลงนราธิวาส ติดตามเหตุลอบวางระเบิดรถบรรทุกสมาชิก อส. กำชับดูแลเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียเต็มที่ตามสิทธิทันที พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจ สมาชิก อส. ที่ได้รับบาดเจ็บทุกนาย