รัฐบาล เร่งยกระดับ “สนามบินหัวหิน” สู่ประตูการท่องเที่ยวภาคใต้ ดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ–กระจายรายได้สู่ภูมิภาค “ภัทรพงศ์” สั่ง ทย. ปลดล็อกมาตรฐานความปลอดภัย เตรียมเปิดรับเที่ยวบินตรงต่างประเทศ
30 พฤษภาคม 256 - นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ภูมิภาค ผ่านการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มศักยภาพเมืองรองและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้ประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะการผลักดัน “ท่าอากาศยานหัวหิน” ให้เป็นประตูการท่องเที่ยวสำคัญของภาคใต้ตอนบนและฝั่งอ่าวไทย รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติและเชื่อมโยงเศรษฐกิจระดับภูมิภาค
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการพัฒนาท่าอากาศยานหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเร่งรัดโครงการก่อสร้างและเตรียมความพร้อมรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ตามแนวทาง “Airport for Regional Development” หรือการยกระดับสนามบินให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและการท่องเที่ยวเมืองรอง
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้กรมท่าอากาศยานเร่งดำเนินโครงการก่อสร้างอุโมงค์ถนนและขยายพื้นที่ปลอดภัยรอบทางวิ่งบริเวณหัวทางวิ่ง 16 ของท่าอากาศยานหัวหิน ให้แล้วเสร็จตามกำหนดภายในเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยตามข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และรองรับการเปิดเที่ยวบินตรงจากต่างประเทศในอนาคต
นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้จัดทำแผนแก้ไขข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยทั้งระยะสั้นและระยะยาว พร้อมเร่งดำเนินการขอใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะจาก กพท. เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้สายการบินต่างประเทศว่าท่าอากาศยานหัวหินมีศักยภาพรองรับเที่ยวบินและผู้โดยสารได้อย่างปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเปิดเส้นทางบินใหม่เข้าสู่ประเทศไทย
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงคมนาคมยังได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจท่องเที่ยว สายการบิน และผู้ประกอบการโรงแรม เพื่อร่วมกันผลักดันการเปิดเส้นทางบินตรงระหว่างประเทศ โดยมุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพสูง นักท่องเที่ยวระยะยาว และกลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการยกระดับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวคุณภาพและกระจายรายได้สู่จังหวัดเมืองรอง
ในส่วนของการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ได้มีการหารือแนวทางจัดทำแพ็กเกจท่องเที่ยวแบบครบวงจร ทั้งตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และบริการด้านการเดินทาง รวมถึงการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร ด่านตรวจพืช และด่านกักสัตว์ เพื่อรองรับการเปิดเที่ยวบินระหว่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจุบันท่าอากาศยานหัวหินมีศักยภาพรองรับผู้โดยสารได้ 300 คนต่อชั่วโมง มีทางวิ่งขนาด 2,100 x 35 เมตร และลานจอดรองรับอากาศยานแบบ A320 หรือ B737-800 ได้พร้อมกัน 2 ลำ โดยในช่วงปี 2561–2563 เคยเปิดให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศเส้นทางกัวลาลัมเปอร์–หัวหิน–กัวลาลัมเปอร์ ก่อนหยุดชั่วคราวจากสถานการณ์โควิด-19 ขณะที่ปัจจุบันสายการบินไทยแอร์เอเชียให้บริการเส้นทางเชียงใหม่–หัวหิน อย่างต่อเนื่อง
“รัฐบาลเชื่อมั่นว่าการยกระดับท่าอากาศยานหัวหิน จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และกระจายรายได้สู่ภูมิภาค ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ พร้อมผลักดันหัวหินให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับนานาชาติอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต” นางสาวลลิดา กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หนูโปรยยาหอม ทำ งานถวายหัว ป้องนํ้าท่วม‘ใต้’
นายกฯ นำทัพลงสงขลา ลั่นมาด้วยความกลัวทำไม่ได้ ยกตัวเองเป็นจำเลยที่หนึ่ง บอกไม่เคยทอดทิ้ง เร่งซ่อมคลอง ร.1 เสร็จก่อนสิ้นปี ยาหอมพร้อมทำงานถวายหัว “ภราดร”
'อนุทิน' บอกชาวสงขลา ด่าได้เลยไม่มีปัญหา ลั่นทำงานถวายหัว ขอ สส.ยกจังหวัด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชน โดยนายกฯ กล่าวว่า เมื่อเช้าไปเปิดถนนเชื่อมด่านศุลกากรสะเดา จ.สงขลาแห่งใหม่ กับด่านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะฮ์ ของมาเลเซีย
ปชป. กังวลคำวินิจฉัยศาล รธน. จะสร้างบรรทัดฐานใหม่ รัฐบาลกู้เงินในภาวะปกติ
'ประชาธิปัตย์' น้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. ชี้รัฐบาลออก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ยอมรับเป็นเรื่องยากจะตีความในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยังติดใจจะติดตามการใช้เงินส่วน ที่ 2 เหตุยังไม่มีรายละเอียดชัดในการทำงบ ปี 70
มติศาล รธน. 7:2 ชี้รัฐบาลออก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
"ศาลรัฐธรรมนูญ" ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงินวิกฤตพลังงาน พ.ศ. 2569 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 โดยประเด็นเงินเยียวยาช่วยเหลือประชาชน ศาลมีมติเห็นพ้องเป็น “เอกฉันท์” ขณะที่งบลงทุนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทดแทน วงเงิน 2 แสนล้านบาท ผ่านฉลุยด้วยมติ “เสียงข้างมาก 7 ต่อ 2” หลังตุลาการเสียงข้างน้อยมองว่ายังไม่จำเป็นเร่งด่วน
'อ.อัจฉราวดี' ให้คะแนนรัฐบาลผ่านฉิวเฉียด หากไม่ติดเรื่องปราบทุจริต-ราคาน้ำมัน จะดีกว่านี้
อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เพราะอาจารย์รณรงค์ให้เลือกพรรคสีน้ำเงิน จึงคอยสอดส่องดูการทำงานของรัฐบาลมาตลอด อาจไปไม่ครบทุกส่วน แต่ผลงานสำคัญและเรื่องที่ประชาชนในชาติท้วงติงก็จะไม่พลาด แต่อาจไม่ยกมาพูดถึงทุกประเด็น
'รัชดา' สวน 'กรณ์' อย่าใช้อคติ-ให้ข้อมูลไม่ครบ ชี้ลดราคาน้ำมันครั้งใหญ่จากมาตรการรัฐบาล
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วิจารณ์ว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายแก้ปัญหาราคาน้ำมันที่ชัดเจน และเกรงใจกลุ่มทุนมากกว่าความเดือดร้อนของประชาชนว่า หากคำวิจารณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากอคติ ก็สะท้อนว่ายังได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน เพราะข้อเท็จจริงคือรัฐบาลได้ใช้ทุกช่องทางและทุกเครื่องมือทางกฎหมายที่มีอยู่ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

