รัฐบาลเชิญชวนร้านค้าทั่วประเทศสมัครเข้าร่วม “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ถึง 31 ก.ค. นี้ ล่าสุดร้านค้าพร้อมใช้งานแล้วกว่า 946,000 ราย หลังโครงการเริ่มใช้สิทธิแล้วตั้งแต่ 1 มิ.ย.
3 มิถุนายน 2569 - นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังรัฐบาลเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ ล่าสุดมีร้านค้าสมัครเข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง และขอเชิญชวนร้านค้าที่ยังไม่ได้สมัคร เร่งลงทะเบียนภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้สามารถเข้าร่วมรับสิทธิ์จากประชาชนได้ทันในช่วงที่โครงการกำลังดำเนินอยู่
รองโฆษกฯ กล่าวว่า ปัจจุบันโครงการได้เริ่มเปิดให้ประชาชนใช้จ่ายแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 โดยร้านค้าที่เข้าร่วมจะสามารถรับชำระค่าสินค้าและบริการจากประชาชนได้โดยตรงผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ช่วยเพิ่มยอดขาย เพิ่มสภาพคล่อง และกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน
ข้อมูล ณ วันที่ 3 มิถุนายน 2569 เวลา 13.00 น. พบว่ามีร้านค้าเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวนมาก โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบ 3,634 ราย อยู่ระหว่างยอมรับเงื่อนไขโครงการ (T&C) 130,902 ราย และลงทะเบียนสำเร็จพร้อมใช้งานแล้ว 946,465 ราย แบ่งเป็นร้านค้าเดิม 848,802 ราย และร้านค้าใหม่ 97,663 ราย สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
นางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลต้องการให้ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านอาหาร ร้านค้าชุมชน ผู้ให้บริการ และธุรกิจท้องถิ่นทั่วประเทศ เข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังซื้อภายในประเทศเริ่มฟื้นตัว โครงการนี้จะช่วยเพิ่มลูกค้า เพิ่มรายได้ และทำให้เงินหมุนเวียนลงสู่เศรษฐกิจฐานรากโดยตรง
สำหรับขั้นตอนการสมัครเข้าร่วมโครงการของร้านค้าใหม่ มีดังนี้
1. สมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2569
2. ร้านค้าต้องมีบัญชีธนาคารกรุงไทย
3. สมัครเป็นร้านค้าถุงเงินผ่านเว็บไซต์ “ถุงเงินกรุงไทยดอทคอม” พร้อมดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
4. ตรวจสอบประเภทธุรกิจ และดาวน์โหลดแบบฟอร์มสมัคร เพื่อยื่นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
5. นำเอกสารที่ได้รับการยืนยันแล้วมายื่นสมัครเข้าร่วมโครงการ
6. เมื่อผ่านการพิจารณา ร้านค้าจะได้รับ SMS แจ้งผล
7. เมื่อได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ แบนเนอร์ “ไทยช่วยไทย พลัส” จะปรากฏบนแอปพลิเคชันถุงเงิน เพื่อให้ร้านค้ายอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข (T&C)
8. ร้านค้าสามารถรับชำระค่าสินค้าและบริการจากประชาชนได้ทุกวัน เวลา 06.00 – 23.00 น. จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569
9. ร้านค้าสามารถตรวจสอบประวัติการรับเงินผ่านแอปพลิเคชันถุงเงินได้ตลอดเวลา
รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อย โดยโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญที่จะช่วยเพิ่มกำลังซื้อ กระจายรายได้สู่ชุมชน และสร้างความคึกคักทางเศรษฐกิจในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
“ขอเชิญชวนร้านค้าที่ยังไม่ได้สมัคร เร่งลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการภายในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ เพื่อให้สามารถรับสิทธิ์จากประชาชนได้ทันในช่วงที่โครงการกำลังดำเนินอยู่ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยไปด้วยกัน” รองโฆษกฯ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ คิกออฟ 'สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง' พร้อมโชว์ขับรถแทรกเตอร์
'นายกฯอนุทิน' เปิดโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ลดต้นทุนการผลิต วงเงินกู้เกษตรกรรายละไม่เกิน 1 แสนบาท ย้ำรัฐมุ่งช่วยคนไทย ก่อนโชว์ขับรถแทรกเตอร์ไฟฟ้า
แม่ค้าตลาดเทศบาลบุรีรัมย์ บ่นอุบคนซื้อน้อยผิดคาด แม้ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เริ่มรอบใหม่
ร้านค้าในตลาดสดเทศบาลนครบุรีรัมย์ โอดสั่งของมาเพิ่มไว้ขายรองรับโครงการไทยช่วยไทยพลัส รอบเดือนใหม่ แต่ผิดคาดคนซื้อเบาบาง คาด ปชช.อาจไม่มีเงินเติมเข้าแอปเป๋าตัง ซ้ำราคาของแพงขึ้น ขณะร้านค้าต้องแบกรับต้นทุนค่าขนส่ง และบรรจุภัณฑ์ พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรหดหาย ทั้งยังถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้น จึงอยากให้รัฐบาลหามาตรการลดราคาน้ำมัน และสินค้า
'ไทยช่วยไทยพลัส' เดือนแรก เงินสะพัดกว่า 4.3 หมื่นล้านบาท
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่องจากประชาชนและผู้ประกอบการ โดยหลังสิ้นสุดการดำเนินโครงการในเดือนแรก (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เวลา 23.00 น.)


