สศอ.เผยดัชนี MPI งวด ส.ค. ปรับตัวดีขึ้น 4.44% รับอัตราการใช้กำลังการผลิตโต แรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ ชี้หลังปรับปรุงโครงสร้างการคำนวณดัชนีดันคาดการณ์ปี 69 ขยายตัว 2.75 - 3.75% เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากเดิมที่คาดไว้ 0 - 0.5%
30 ก.ย. 2569 - นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ประจำเดือนส.ค. 2569 ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยดัชนีฯ อยู่ที่ระดับ 103.43 ขยายตัว 4.44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และขยายตัว 0.11% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิต ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 58.28%
ทั้งนี้ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่หนุนให้ MPI ขยายตัว ได้แก่ ความต้องการสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดโลกที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง, แรงหนุนจากมาตรการภาครัฐผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่เข้ามาช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของประชาชนภายในประเทศ, การอ่อนค่าของเงินบาทที่เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านราคาในตลาดต่างประเทศ รวมถึงกระแสการขยายการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Data Center
ขณะเดียวกันภาคอุตสาหกรรมยังคงมีปัจจัยกดดันที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาพลังงานและค่าขนส่งผันผวนสูงจนกระทบต่อต้นทุนการผลิต, ความตึงตัวในการจัดหาวัตถุดิบอย่างเม็ดพลาสติก ตลอดจนการแข่งขันกับสินค้าราคาถูกที่นำเข้าจากต่างประเทศ และจากการปรับปรุงโครงสร้างการคำนวณดัชนีให้สะท้อนภาวะเศรษฐกิจและโครงสร้างอุตสาหกรรมที่เป็นจริง สศอ. จึงได้ปรับเพิ่มประมาณการดัชนี MPI ปี 2569 ขึ้นเป็นขยายตัว 2.75 - 3.75% (ปรับเพิ่มขึ้นอย่างกระโดดจากเดิมที่คาดไว้ 0 - 0.5%) พร้อมกันนี้ ได้ปรับเพิ่มประมาณการ GDP ภาคอุตสาหกรรม ปี 2569 ขึ้นเป็นขยายตัว 0.8 - 1.8% (จากเดิมคาดไว้ 0.75 - 1.75%)
"การปรับเพิ่มตัวเลขประมาณการดังกล่าวเป็นผลโดยตรงจากการปรับปรุงดัชนี MPI ให้มีความครอบคลุมโครงสร้างอุตสาหกรรมใหม่ๆ ส่วนผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ขณะนี้ สศอ. อยู่ระหว่างการรวบรวมและประมวลผลข้อมูลเพื่อประเมินความเสียหายต่อภาคอุตสาหกรรมอย่างละเอียดต่อไป"นายศุภกิจ กล่าว
อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาในรายอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลบวกต่อ MPI ในเดือนส.ค. 2569 ได้แก่ 1. อุปกรณ์สื่อสาร ขยายตัวสูงถึง 24.41% จากผลิตภัณฑ์ Optical Transceiver (อุปกรณ์รับส่งสัญญาณแบบ Optical) ที่โตตามกระแสการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI Data Center ทั่วโลก ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการเร่งผลิตเพื่อส่งออกล่วงหน้า รองรับความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ
2.การกลั่นน้ำมัน (ปิโตรเลียม) ขยายตัว 8.14% YoY จากน้ำมันเครื่องบินและน้ำมันเบนซิน เนื่องจากฐานที่ต่ำในปีก่อนจากการหยุดซ่อมบำรุงใหญ่ตามวาระ (Major Turnaround) ของโรงกลั่นบางแห่งช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. 2568 3. ชิ้นส่วนและแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ขยายตัว 14.55% YoY โดยเฉพาะแผงวงจรพิมพ์ประกอบ (PCBA) ที่เติบโตตามตลาดโลก โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ ที่เร่งตัวขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านนโยบายภาษีนำเข้า และ 4. ยานยนต์และน้ำตาล ยังคงเป็นอีกสองอุตสาหกรรมหลักที่ช่วยหนุนแรงบวกในเดือนนี้
ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่ส่งผลลบต่อ MPI ในเดือนส.ค. 2569 ได้แก่ 1. พลาสติกและยางสังเคราะห์ขั้นพื้นฐาน หดตัว 13.37% (โดยเฉพาะ Polyethylene, Ethylene และ Polypropylene) จากการหยุดผลิตชั่วคราวเพื่อซ่อมบำรุง และปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบซึ่งเป็นผลกระทบสืบเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง 2. การผลิตคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง หดตัว 10.91% YoY โดยเฉพาะ Hard Disk Drive (HDD) เนื่องจากฐานที่สูงในปีก่อนจากการเร่งผลิตคำสั่งซื้อค้างเก่า ประกอบกับอุปสงค์ในบางประเทศชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ต้นทุนพลังงาน และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
3.เหล็กและเหล็กกล้าขั้นพื้นฐาน หดตัว 7.64% YoY (เหล็กเส้นข้ออ้อย เหล็กลวด เหล็กเส้นกลม) จากการหยุดซ่อมบำรุง คำสั่งซื้อลดลง และแรงกดดันจากการนำเข้าเหล็กสำเร็จรูปราคาต่ำจากต่างประเทศ และ 4. น้ำมันปาล์ม และเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ปรับตัวลดลงกดดันดัชนีเช่นเดียวกัน
ในด้านการค้าต่างประเทศประจำเดือนส.ค. 2569 การส่งออกรวม มีมูลค่า 34,618.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 24.3% ซึ่งเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 26 สำหรับระบบเตือนภัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ในภาพรวมเดือนก.ย. 2569 ส่งสัญญาณอยู่ในระดับปกติเบื้องต้น โดยได้รับปัจจัยบวกภายในประเทศจากการลงทุนภาคเอกชน การส่งออก และความเชื่อมั่นคำสั่งซื้อในกลุ่มยางพาราแปรรูป บรรจุภัณฑ์พลาสติก อาหารและเครื่องดื่ม ทว่าปัจจัยต่างประเทศยังคงต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสงครามในตะวันออกกลางที่กดดันราคาพลังงานและค่าขนส่งสืบเนื่อง
นายศุภกิจ กล่าวเพิ่มเติมถึงเบื้องหลังการปรับปรุงดัชนี MPI ครั้งสำคัญนี้ว่า ที่ผ่านมานายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ขับเคลื่อนร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อปรับปรุง MPI ให้สามารถสะท้อนโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมไทยที่เป็นปัจจุบัน ครอบคลุมการลงทุนใหม่ และผลิตภัณฑ์เกิดใหม่ในตลาดโลก
การปรับปรุงดำเนินการผ่านคณะทำงานปรับปรุงข้อมูลเศรษฐกิจ ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานเศรษฐกิจหลัก อาทิ สภาพัฒน์ (สศช.), ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.), บอร์ด BOI และกรมศุลกากร เป็นต้น โดยอาศัยหลักเกณฑ์พิจารณาจากมูลค่าการสร้างรายได้จากการส่งออก ความสำคัญต่อประเทศ และเทรนด์ความต้องการของตลาดโลก ตลอดจนเลือกโรงงานที่เป็นผู้ผลิตรายสำคัญ มีความสมบูรณ์และถูกต้องของข้อมูล
ทั้งนี้ สศอ. ได้บรรจุ 3 ผลิตภัณฑ์ไฮเทคใหม่ เข้าสู่ชุดข้อมูลดัชนี MPI ได้แก่ 1. อุปกรณ์รับส่งสัญญาณแบบออปติคอล (Optical Transceiver) สินค้าดาวรุ่งหลัก มูลค่าส่งออกปี 2568 สูงถึง 456,416.08 ล้านบาท (คิดเป็น 4.09% ของมูลค่าส่งออกรวม) จ้างงานกว่า 21,000 คน 2. เครื่องโน้ตบุ๊กและแล็ปท็อป มูลค่าส่งออกปี 2568 สูงถึง 200,381.40 ล้านบาท (คิดเป็น 1.8% ของมูลค่าส่งออกรวม) จ้างงานกว่า 20,000 คน และ 3. เครื่องสำรองไฟฟ้าสำหรับหน่วยประมวลผล (UPS / Server) มูลค่าส่งออกปี 2568 สูงถึง 145,466.44 ล้านบาท (คิดเป็น 1.3% ของมูลค่าส่งออกรวม) จ้างงานกว่า 9,000 คน
นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มตัวอย่างโรงงานใหม่ 28 แห่ง (รวม 50 ชุดข้อมูล) ในกลุ่ม Integrated Circuits (IC) และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมปรับปรุงข้อมูลย้อนหลังไปจนถึงปี 2567 ทั้งนี้ หากไม่มีการปรับเพิ่มความครอบคลุมชุดข้อมูลใหม่ข้างต้น ดัชนี MPI เดือนส.ค. 2569 จะอยู่ที่ระดับเพียง 96.04 เท่านั้น (แทนที่จะเป็น 103.43).
.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘เอกนิติ’ชูแผนฯ14เข็มทิศประเทศเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมปูพรมโตยั่งยืน
‘เอกนิติ’ ชูแผนฯ 14 เข็มทิศประเทศ ล็อกเป้าหมายชัดเจนเปลี่ยนผ่านโครงสร้างอุตสาหกรรม กระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก-เอสเอ็มอี ปูพรมไทยเติบโตอย่างยั่งยืน
บีโอไอผนึกทีมไทยแลนด์ บุกเกาหลีใต้ ดึงลงทุนเทคโนโลยีอนาคต
บีโอไอจับมือพันธมิตรรัฐ – เอกชน โรดโชว์ดึงการลงทุนจากเกาหลีใต้ หารือ 3 บริษัทชั้นนำ “Hyundai – T-Robotics – COSMAX” มุ่งผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งยานยนต์สมัยใหม่ หุ่นยนต์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และโรงงานอัจฉริยะ อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม
กนอ.โชว์9เดือนยอดขายที่ดิน6พันไร่ ฟุ้ง’Smart Park’พร้อมรับลงทุนอีอีซี
กนอ.เปิดผลงาน9 เดือนปี 69 แกร่ง ยอดขายที่ดินพุ่ง 6,000 ไร่ ลุยเสริมทัพด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลอัจฉริยะ เร่งสปีดดึงดูดเม็ดเงินลงทุน FDI ทะยานสู่ศูนย์กลาง พร้อมเดินเครื่องเต็มสูบ! ดัน “มาบตาพุด เฟส 3” คืบหน้าตามแผน โชว์ Smart Parkนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวต้นแบบมุ่งสู่คาร์บอนต่ำพร้อมรับลงทุนEEC
รัฐบาลตีปี๊บ 'ไทยช่วยไทยพลัส' โชว์ตัวเลข 22 ก.ย. ใช้จ่ายพุ่งสูง 827 ล้าน แม้เข้าสู่ช่วงท้ายของเดือน
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ยังคงมีการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดวันที่ 22 กันยายน 2569 มียอดใช้จ่ายผ่านโครงการ 827.9 ล้านบาท

