'วราวุธ' มั่นใจ ไทยช่วยไทยพลัส ดัน อุตสาหกรรมไทยครึ่งปีหลังโตต่อ

16 มิ.ย.2569-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก ทั้งด้านราคาพลังงาน ต้นทุนขนส่ง และห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ แต่กระทรวงอุตสาหกรรมยังเชื่อมั่นว่าภาคอุตสาหกรรมไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง กระทรวงอุตสาหกรรมคาดว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) และผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคอุตสาหกรรม Industrial GDP ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะขยายตัวร้อยละ 1.5-2.0 ขณะที่ทั้งปีคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 1.0-2.0 เนื่องจากแรงสนับสนุนจากการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ การบริโภคภายในประเทศ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ “ไทยช่วยไทย พลัส” ที่มีระยะเวลาดำเนินการระหว่างวันที่ 1 มิ.ย.–30 ก.ย. 2569 ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและการบริโภคภายในประเทศ ทำให้ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม และสินค้าเกษตรแปรรูป มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาคการผลิตมีกำลังการผลิตสูงขึ้น เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ ช่วยพยุงการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมในช่วงครึ่งปีหลังได้อย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งความต้องการสินค้าอาหารในตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง

”วิกฤตพลังงานครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เร่งให้ภาคการผลิตไทยปรับตัวสู่เทคโนโลยีสมัยใหม่และพลังงานสะอาดมากขึ้น โดยอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตในช่วงครึ่งปีหลัง ได้แก่ ยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เทคโนโลยีดิจิทัล และ Data Center ที่ได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของ AI ทั่วโลก อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) และอุตสาหกรรมเหล็กยังมีศักยภาพเติบโตจากกระแสเศรษฐกิจสีเขียว การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และมาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในระยะยาว“

วิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นทั่วโลกไม่ใช่เพียงความท้าทาย แต่เป็นแรงผลักสำคัญให้ภาคอุตสาหกรรมไทยเร่งปรับตัวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ สอดคล้องนโยบายรัฐบาล สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ One Mind  ซึ่งให้ความสำคัญกับการยกระดับการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน การปรับปรุงกฎหมายและขั้นตอนอนุญาตให้มีความคล่องตัวขึ้น การผลักดันอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และการส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว พลังงานสะอาด ซึ่งไทยมีศักยภาพสามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคอุตสาหกรรมและเอื้อต่อการลงทุน

ทางกระทรวงอุตสาหกรรมยังคงติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมี พลาสติก และปุ๋ยเคมี ยังคงมีความอ่อนไหวต่อราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สร้างแรงกดดันต่อต้นทุนการผลิตในระยะสั้น แต่ก็เป็นโอกาสสำคัญของอุตสาหกรรมไทยในการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด เทคโนโลยีขั้นสูง และเศรษฐกิจสีเขียวให้ก้าวผ่านความท้าทายและเติบโตได้อย่างยั่งยืน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลุ่มร้านอาหารในระบบภาษี ร้อง 'ครม.เงา' จี้รัฐบาลแก้เกณฑ์ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เปิดทางรายเล็กเข้าร่วม

'กลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหาร' โอด ได้รับผลกระทบไทยช่วยไทยพลัส ขอ รัฐบาลนำธุรกิจขนาดเล็กยอดขายไม่เกินร้อยล้านเข้าโครงการด้วย ด้าน 'อิสริยะ' เหน็บ เหมือนลงโทษผู้ประกอบการที่ทำดี แนะ รบ.ปรับเกณฑ์

นายกฯ ร่วมประชาสัมพันธ์ 'ไทยช่วยไทยพลัส' สั่งอาหารเดลิเวอรี ย้ำ พรก.กู้เงิน ไม่เป็นภาระประชาชน

นายกฯ ร่วมประชาสัมพันธ์ “ไทยช่วยไทย พลัส” Food Delivery ชี้เงินกู้ตาม พ.ร.ก. 4 แสนล้าน ในสกุลเงินบาททั้งหมด อัตราดอกเบี้ย 1.2%ต่อปี ต่ำกว่าข้อเสนอเดิมที่ไม่เกิน 3% ยันไม่มีการออกนโยบายที่เป็นภาระกับประชาชนเพิ่ม ชูความสำเร็จไทยช่วยไทย ดันยอดขายพุ่ง 5 – 10 เท่า ช่วงมีโครงการ และเพิ่มขึ้น 2 เท่าอย่างยั่งยืน

15มิ.ย.เริ่ม‘60/40’เดลิเวอรี

15 มิ.ย.นี้ เริ่มวันแรก! ใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ผ่านฟู้ดเดลิเวอรี 4 แพลตฟอร์มหลักแล้ว ร้านเข้าร่วมกว่า 88,000 ร้าน รัฐบาลเผยมีผู้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 69

15 มิ.ย. ใช้สิทธิ 'ไทยช่วยไทย พลัส' ผ่าน 4 แอปส่งอาหาร

รัฐบาลเปิดให้ใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ผ่าน ShopeeFood, LINE MAN, GrabFood และ Robinhood ตั้งแต่ 15 มิถุนายนนี้เป็นวันแรก หลังมีร้านอาหารเชื่อมระบบแล้วกว่า 88,000

สยามอะเมซิ่งพาร์ค ชวนเที่ยวฟรี! ผู้ถือบัตร 'สวัสดิการแห่งรัฐ' และผู้ได้รับสิทธิ์ 'ไทยช่วยไทยพลัส' 11 มิ.ย.-5 ก.ค.นี้ สวนน้ำสวนสนุกไม่อั้นทั้งวัน

สยามอะเมซิ่งพาร์คเปิดโปรใจใหญ่ ชวนกันมาเที่ยวฟรี!! ผู้ถือบัตร “สวัสดิการแห่งรัฐ” และผู้ได้รับสิทธิ์ “ไทยช่วยไทยพลัส” 11 มิ.ย. – 5 ก.ค. 69 นี้ พร้อมผู้ติดตามสูงสุด 3 คน เหลือเพียงคนละ 300.- (ปกติ 1,000.-)