ไทยตั้งคำถามหลักฐานเขมร JIC ชี้ภาพถ่ายเพียงอย่างเดียวยังห่างไกลพิสูจน์วัตถุคล้ายระเบิด


ไทยตั้งคำถามหลักฐานเขมร JIC ย้ำทุกภารกิจรบตรวจสอบได้ครบถ้วน ชี้ภาพถ่ายเพียงอย่างเดียวยังห่างไกลคำว่าพิสูจน์ข้อเท็จจริง วัตถุคล้ายระเบิด MK-84

24 มิ.ย.2569-พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) ชี้แจงกรณีฝ่ายกัมพูชาเผยแพร่ภาพวัตถุคล้ายระเบิด MK-84 พร้อมกล่าวอ้างว่าเป็นหลักฐานการโจมตีจากฝ่ายไทย โดยย้ำว่า ภาพถ่ายเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้ยืนยันที่มาของอาวุธหรือระบุความรับผิดชอบของฝ่ายใดได้ หากปราศจากกระบวนการพิสูจน์ทางเทคนิคและนิติวิทยาศาสตร์ตามมาตรฐานสากล

ผู้อำนวยการ JIC ระบุว่า จากลักษณะภายนอก วัตถุดังกล่าวมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นระเบิดในตระกูล Mk 84 ขนาด 2,000 ปอนด์ หรืออาจเป็นระเบิดรุ่นเก่าอย่าง M118 ขนาด 3,000 ปอนด์ ซึ่งเคยถูกใช้อย่างแพร่หลายในสงครามยุคก่อนโดยกองทัพสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม การระบุแหล่งที่มาไม่สามารถกระทำได้จากรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตรวจสอบหมายเลขการผลิต ชิ้นส่วนประกอบ ประวัติการครอบครอง และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ประกอบกัน

“การนำวัตถุมาแสดงต่อสาธารณะ พร้อมระบุว่าเป็นอาวุธของฝ่ายใด โดยปราศจากหลักฐานทางเทคนิคที่ตรวจสอบได้ เท่ากับเป็นเพียงข้อกล่าวอ้าง ไม่ใช่ข้อพิสูจน์” แหล่งข่าวด้านความมั่นคงระบุ

พล.อ.อ.ประภาส เปิดเผยเพิ่มเติมว่า กองทัพอากาศไทยมีระบบประเมินความเสียหายจากการรบ หรือ Battle Damage Assessment (BDA) ซึ่งใช้เทคโนโลยีบันทึกภาพและติดตามผลการใช้อาวุธจากเครื่องบินขับไล่ F-16 และ Gripen อย่างละเอียด ผลการตรวจสอบยืนยันว่า อาวุธทุกลูกที่ใช้ในภารกิจปฏิบัติการทำงานสมบูรณ์ตามวงรอบ มีการระเบิดตามเป้าหมาย และสามารถตรวจสอบความเสียหายในพื้นที่ทางทหารได้ครบถ้วน ไม่พบข้อมูลสนับสนุนว่ามีระเบิดด้านหลงเหลือตามที่ถูกกล่าวอ้าง

อีกประเด็นที่สร้างข้อกังขาในหมู่ผู้เชี่ยวชาญ คือ สภาพของวัตถุที่ถูกนำมาเผยแพร่ยังคงมีความสมบูรณ์ทั้งลำตัวและครีบหาง ทั้งที่โดยหลักการแล้ว ระเบิดที่ถูกปล่อยจากอากาศจะต้องเผชิญแรงกระแทกมหาศาล และหากทำงานตามปกติย่อมเกิดการระเบิดหรือเสียหายอย่างรุนแรง จึงยากที่จะพบวัตถุในสภาพใกล้เคียงกับสภาพเดิมจากโรงงานผลิต

ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธระบุว่า แม้ในกรณีเป็นระเบิดด้าน (Dud Bomb) ก็ยังจำเป็นต้องมีการตรวจสอบเชิงลึกเพื่อยืนยันชนิด แหล่งกำเนิด และเส้นทางการครอบครอง ไม่สามารถสรุปผลได้จากการเผยแพร่ภาพนิ่งหรือคำกล่าวอ้างฝ่ายเดียว

ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ย้ำว่า ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักกฎหมายระหว่างประเทศ หลักมนุษยธรรม และการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้ และเปิดโอกาสให้มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใสและเป็นกลาง

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่สังคมควรตระหนัก คือ “ภาพถ่ายไม่ใช่พยานหลักฐานที่ยืนยันต้นตอของอาวุธได้ด้วยตัวเอง” เพราะในทางนิติวิทยาศาสตร์ทางทหาร การชี้ว่าอาวุธชิ้นใดเป็นของฝ่ายใด ต้องอาศัยหลักฐานเชิงประจักษ์และกระบวนการตรวจพิสูจน์ที่เป็นมาตรฐานสากล มิใช่การตัดสินผ่านภาพถ่ายหรือการกล่าวอ้างทางการเมืองเพียงด้านเดียว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดข้อเท็จจริง 'ช่องจอม' เขมรป่วนแนวชายแดน ไทยเสริมกำลังทันที ยัน AOT ไม่ล้ำแดน

ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC) เปิดข้อเท็จจริง 'ช่องจอม' เขมรป่วนแนวชายแดน ไทยเสริมกำลังทันที ยัน AOT ไม่ล้ำแดน คุมสถานการณ์อยู่ ย้ำจุดยืนไทยไม่ยั่วยุ ไม่ยกระดับสถานการณ์

สงครามไม่กระทบ! 'ทอ.' เดินหน้าฝึก 'โคป ไทเกอร์' สหรัฐฯ-สิงคโปร์ ย้ำรักษาความปลอดภัยเข้มข้น

ทอ.เดินหน้า ‘โคป ไทเกอร์’ เผยสหรัฐฯ- สิงคโปร์ ร่วมฝึกไม่กระทบแผนเดิม ยันมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มข้นในสถานการณ์ไม่ปกติ ย้ำระมัดระวังเฝ้าระวังเหตุไม่คาดคิดในสงคราม

ไม่ต้องตื่น! ศูนย์ข่าวสารไทย-กัมพูชาแจงยิบเหตุสหรัฐส่งเรือรบเยือนฐานทัพเรียม

ผอ.ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย-กัมพูชา ไขข้อสงสัย สหรัฐส่งเรือรบเยือน 'ฐานทัพเรือเรียม' ชี้สัญญาณถ่วงดุลอำนาจ ไม่ใช่ตั้งฐาน–ไม่เปลี่ยนขั้วพันธมิตร

เขมรขอไทยเจรจาหยุดยิง

นานาชาติมองไทย-เขมรรบปมใหญ่มนุษยธรรม ด้าน ทอ.โจมตีเชิงลึก “คลังอาวุธ” ในพระตะบอง เพื่อปกป้องชีวิตคนไทย

กองทัพชี้กระแสสังคมยังหนุนทหารทำศึกชายแดนแต่นานาชาติจ้องเรื่องมนุษยธรรม

ผอ.ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ เผยรายงานประเมินกระแสในประเทศเหตุสู้รบไทย- กัมพูชาหนุน 'รัฐ–กองทัพ' สูง มองทำได้ 'เหมาะสม- ถูกทาง' ขณะนานาชาติโฟกัสประเด็นมนุษยธรรม

ทอ. ส่ง F-16 ทิ้งระเบิดทำลายกาสิโนทมอดาซิตี้ หลังพบกัมพูชาเสริมกำลังอาวุธหนักอีกรอบ

ทอ. ส่ง F-16 สนับสนุนปฏิบัติการ "ตราดปราบปรปักษ์" วันที่ 12 ทิ้งระเบิดทำลายกาสิโนทมอดา หลังพบกัมพูชาเสริมกำลังอาวุธหนักอีกรอบ