เปิดข้อเท็จจริง 'ช่องจอม' เขมรป่วนแนวชายแดน ไทยเสริมกำลังทันที ยัน AOT ไม่ล้ำแดน

ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC) เปิดข้อเท็จจริง 'ช่องจอม' เขมรป่วนแนวชายแดน ไทยเสริมกำลังทันที ยัน AOT ไม่ล้ำแดน คุมสถานการณ์อยู่ ย้ำจุดยืนไทยไม่ยั่วยุ ไม่ยกระดับสถานการณ์

3 เม.ย. 2569- พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC) กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์บริเวณช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ และพื้นที่ตรงข้ามโอเสม็ด ว่า ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC) ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยในพื้นที่แล้ว พบว่า

1.เหตุการณ์ในพื้นที่และการควบคุมสถานการณ์จากการตรวจสอบพบว่า มีเหตุการณ์ทหารจากฝั่งกัมพูชาเข้ามาใกล้แนวลวดหนามในลักษณะไม่เหมาะสม และมีพฤติกรรมก่อกวนต่อกำลังพลฝ่ายไทย ส่งผลให้ฝ่ายไทยจำเป็นต้องปรับกำลัง และนำรถสายพานลำเลียงพล M113 เข้าควบคุมพื้นที่ เพื่อรักษาความปลอดภัยและป้องกันไม่ให้สถานการณ์ยกระดับ

การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามข้อ 2 ของถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2568) อย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักการวางกำลังตามแนวที่กำหนด และหลีกเลี่ยงการยั่วยุ

2.กรณีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนฝ่ายกัมพูชา (AOT) ตรวจสอบแล้วพบว่า คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนฝ่ายกัมพูชา (AOT) ได้เข้าพื้นที่บริเวณคาสิโน/พื้นที่ที่ถูกกล่าวถึงในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอยู่ในฝั่งกัมพูชาเท่านั้น “ไม่ได้เข้ามาในพื้นที่ที่ฝ่ายไทยควบคุมหรือวางกำลัง” ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้กำหนดแนวและมาตรการควบคุมพื้นที่ไว้อย่างชัดเจนแล้ว

3.ประเด็นการประสานงานฝ่ายไทยยึดมั่นว่า การเข้าพื้นที่ของคณะ AOT ควรมีการประสานงานล่วงหน้าผ่านกลไกที่ตกลงร่วมกัน เช่น RBC/JBC เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและความเข้าใจที่ตรงกัน อย่างไรก็ตาม ไทยยังคงสนับสนุนบทบาทของ AOT ในการตรวจสอบและส่งเสริมมาตรการลดความตึงเครียดตามถ้อยแถลงร่วม

4.ขอย้ำจุดยืนของประเทศไทยประเทศไทยดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความเป็นมืออาชีพ อดทน และยึดมั่นในถ้อยแถลงร่วมอย่างเคร่งครัด
•ไม่ยั่วยุ
•ไม่ยกระดับสถานการณ์
•มุ่งสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน

“ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน หรือยังไม่ได้รับการยืนยัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความร่วมมือระหว่างสองประเทศ” ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา กล่าว

พล.อ.อ.ประภาส กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงยืนยันว่า การควบคุมพื้นที่ของฝ่ายไทยเป็นไปตามกรอบถ้อยแถลงร่วม และคณะ AOT ไม่ได้เข้าพื้นที่ควบคุมของฝ่ายไทย โดยสถานการณ์โดยรวมยังอยู่ภายใต้การควบคุม และไม่มีการยกระดับความตึงเครียด

“ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา ขอให้ความมั่นใจว่า ฝ่ายไทยจะยังคงดำเนินการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และยึดมั่นในแนวทางสันติภาพ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนทั้งสองประเทศ ความจริง ความโปร่งใส และความร่วมมือ คือรากฐานของสันติภาพที่ยั่งยืน” พล.อ.อ.ประภาส กล่าว

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน ลงพื้นที่ภูมะเขือ ผามออีแดง รับฟังข้อเท็จจริงเหตุปะทะชายแดนไทยกัมพูชา

กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่สองได้นำ คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำประเทศไทย (ASEAN Observer Team – Thailand: AOT-TH) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงและสังเกตการณ์ผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยคณะประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายไทยและผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน รวม 13 นาย ประกอบด้วยผู้แทนจากสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และมาเลเซีย

ไทยตั้งคำถามหลักฐานเขมร JIC ชี้ภาพถ่ายเพียงอย่างเดียวยังห่างไกลพิสูจน์วัตถุคล้ายระเบิด

ไทยตั้งคำถามหลักฐานเขมร JIC ย้ำทุกภารกิจรบตรวจสอบได้ครบถ้วน ชี้ภาพถ่ายเพียงอย่างเดียวยังห่างไกลคำว่าพิสูจน์ข้อเท็จจริง วัตถุคล้ายระเบิด MK-84

'ไทย' โต้ 'เขมร' ปัดยิง 22 นัดช่องจอม ชี้แค่ส่งเสียงเตือน หลังทหารขยับแนวใกล้พื้นที่ควบคุม

สถานการณ์บริเวณแนวชายแดนดังกล่าวยังอยู่ภายใต้การติดตามและประสานงานของหน่วยงานด้านความมั่นคงของทั้งสองฝ่ายอย่างใกล้ชิด

ผบ.ทบ. ต้อนรับหัวหน้าคณะ AOT จากฟิลิปปินส์ ย้ำความร่วมมือสร้างเสถียรภาพชายแดนไทย-กัมพูชา

ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบก ให้การต้อนรับ พลจัตวา Gregorio Sibayan Nieveras หัวหน้าคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำประเทศไทย (ASEAN Observer Team Thailand: AOT-TH) และคณะ AOT จากประเทศฟิลิปปินส์ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคำนับเพื่อแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ณ ห้องรับรองอาคารศรีสิทธิสงคราม กองบัญชาการกองทัพบก

สงครามไม่กระทบ! 'ทอ.' เดินหน้าฝึก 'โคป ไทเกอร์' สหรัฐฯ-สิงคโปร์ ย้ำรักษาความปลอดภัยเข้มข้น

ทอ.เดินหน้า ‘โคป ไทเกอร์’ เผยสหรัฐฯ- สิงคโปร์ ร่วมฝึกไม่กระทบแผนเดิม ยันมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มข้นในสถานการณ์ไม่ปกติ ย้ำระมัดระวังเฝ้าระวังเหตุไม่คาดคิดในสงคราม