ศาลยกฟ้อง 'ตะวัน-พวก' คดี ม.112 และ ม.116

ศาลฯ พิพากษายกฟ้อง “ตะวัน ทานตะวัน” และพวกรวม 7 คน ในข้อหา ม.112 และ ม.116 ชี้เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตตามรัฐธรรมนูญ แต่ลงโทษปรับคนละ 5,000 บาท ฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน

6 กรกฎาคม 2569 - ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.765/2565 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ “ตะวัน” เป็นจำเลยที่ 1 พร้อมพวกรวม 8 คน

คดีนี้ อัยการฟ้องจำเลยในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 รวมถึงความผิดตามมาตรา 116 และข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมสาธารณะและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน โดยจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ

ระหว่างการพิจารณาคดี น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ “บุ้ง” จำเลยที่ 3 ถึงแก่ความตาย ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป ศาลจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีในส่วนของจำเลยที่ 3 ออกจากสารบบความ

ศาลวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยที่ 1, 2 และที่ 4-8 ซึ่งเชิญชวนประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านการติดสติกเกอร์เกี่ยวกับผลกระทบจากขบวนเสด็จ เป็นเพียงการตั้งคำถามต่อขบวนเสด็จ มิได้ระบุพระนามหรือพุ่งเป้าไปยังบุคคลที่กฎหมายคุ้มครองโดยตรง

นอกจากนี้ พยานหลักฐานยังไม่ปรากฏว่าจำเลยได้กล่าวปราศรัยหรือแสดงความเห็นในลักษณะที่ทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ถูกดูหมิ่น หรือเป็นการอาฆาตมาดร้าย ขณะที่การชูสามนิ้วของจำเลยบางราย ถือเป็นการแสดงออกทางความคิดเห็นและเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญรับรอง

ศาลเห็นว่า การกระทำดังกล่าวอยู่ภายใต้ความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญและเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต อีกทั้งไม่ปรากฏว่าก่อให้เกิดความวุ่นวายหรือความไม่สงบในราชอาณาจักร จึงพิพากษายกฟ้องในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และมาตรา 116

อย่างไรก็ตาม ศาลเห็นว่า การชุมนุมดังกล่าวเป็นการชุมนุมสาธารณะในรัศมี 150 เมตรจากเขตพระราชฐาน ซึ่งขัดต่อพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 และเมื่อเจ้าหน้าที่มีคำสั่งให้ยุติการชุมนุมและออกจากพื้นที่ แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตาม จึงมีความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368

ส่วนข้อหาขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่นั้น ศาลรับฟังได้เฉพาะกรณีของจำเลยที่ 6 ที่ร่วมผลักดันแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคแรก

สำหรับข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานที่ฟ้องจำเลยที่ 4 ศาลเห็นว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างความชุลมุน และจำเลยไม่ทราบว่าบุคคลที่เข้าควบคุมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงยังไม่เป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง

พิพากษาให้จำเลยที่ 1, 2 และที่ 4-8 มีความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน ลงโทษปรับคนละ 5,000 บาท ขณะที่จำเลยที่ 6 มีความผิดทั้งฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานและขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ ศาลลงโทษจำคุก 4 เดือน และปรับ 5,000 บาท พร้อมให้คืนแผ่นป้ายของกลางแก่เจ้าของ และยกฟ้องข้อหาอื่นนอกจากนี้ทั้งหมด.

 
 
 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฝากขัง 2 ผู้ต้องหาค้าเฮโรอีน คดีโยงแอร์สาว 'มีนา' ค้านประกันหวั่นหลบหนี

บช.ปส. คุมตัว 2 ผู้ต้องหาฝากขังคดีค้าเฮโรอีนเชื่อมโยงแอร์โฮสเตสสาว “มีนา” ที่ถูกจับในออสเตรเลีย พร้อมคัดค้านการประกันตัว เหตุเป็นคดีร้ายแรงเกี่ยวข้องเครือข่ายข้ามชาติ

คุก 7 ปี 6 เดือน 'แม่ใจยักษ์' บังคับลูกวัย 13 ค้าประเวณีญี่ปุ่น

ที่ห้องพิจารณาคดี 905 ศาลอาญา พนักงานอัยการ พนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์ 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ลักษณา (สงวนนามสกุล) เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นธุระจัดหา ล่อหรือพาไปเพื่อการอนาจาร

เผยเงื่อนไข ศาลให้ประกัน ตชด. ยิงวิน จยย. เสียชีวิต 2 ศพ วงเงิน 5 แสน

ศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ตชด.ยิงวินมอเตอร์ไซค์ ตีราคา 5 เเสน บาทวางเงื่อนไขห้ามยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน พร้อมห้ามไปพบกับภรรยาและญาติผู้เสียหายห้ามออกนอกประเทศและห้ามพกปืน