นายกฯ ย้ำไทยพร้อมเป็นสะพานเชื่อมเมียนมากับอาเซียน มุ่งแก้ยาเสพติด สร้างเสถียรภาพชายแดน

นายกฯ ย้ำไทยพร้อมเป็นสะพานเชื่อมเมียนมากับอาเซียน มุ่งแก้ยาเสพติด–สร้างเสถียรภาพชายแดน เพื่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน

14 กรกฎาคม 2569 - เวลา 16.00 น. ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายติน หม่อง ซเว (H.E. Mr. Tin Maung Swe) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือเพื่อกระชับความสัมพันธ์ไทย–เมียนมา และผลักดันความร่วมมือในประเด็นที่ส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยและเมียนมาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน และเป็นสมาชิกครอบครัวอาเซียนร่วมกัน ปัญหาสำคัญที่กระทบประชาชนไทย ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ หมอกควันข้ามแดน หรือผลกระทบจากสถานการณ์บริเวณชายแดน ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังระหว่างทั้งสองฝ่าย

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลไทยพร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างเมียนมากับอาเซียน เพื่อเปิดพื้นที่การหารือและความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ เพราะไทยเชื่อว่า เมียนมาที่มีเสถียรภาพและสามารถทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนได้มากขึ้น จะเอื้อต่อการแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดนที่กระทบต่อประชาชนไทย และเสริมสร้างสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาคโดยรวม

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้เชิญ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง ไลง์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อสานต่อการหารือและความร่วมมือในประเด็นที่เป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเร่งขับเคลื่อนความร่วมมือใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

ประการแรก การสร้างเสถียรภาพตามแนวชายแดน นายกรัฐมนตรีขอให้เมียนมาเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามยาเสพติด การพนันผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาติ รวมทั้งลดการเผาพื้นที่ซึ่งเป็นสาเหตุของหมอกควันข้ามแดน และลดผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบบริเวณชายแดน โดยย้ำว่าปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติของรัฐบาล เพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของประชาชนไทย

ฝ่ายเมียนมายืนยันว่าตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อประเทศไทย และพร้อมเร่งแก้ไขปัญหายาเสพติด การพนันผิดกฎหมาย และปัญหาต่าง ๆ ตามแนวชายแดน พร้อมประสานความร่วมมือกับไทยอย่างใกล้ชิดต่อไป

ประการที่สอง การส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการพัฒนา นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เมื่อพื้นที่ชายแดนมีความสงบและมีเสถียรภาพ การค้า การลงทุน การคมนาคม และการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนจะขยายตัว เกิดประโยชน์ต่อผู้ประกอบการและประชาชนของทั้งสองประเทศ พร้อมยืนยันว่าไทยยินดีถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตร โดยเฉพาะการปลูกพืชหมุนเวียนและการบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูก เพื่อช่วยลดการเผาในภาคเกษตรและบรรเทาปัญหาหมอกควันข้ามแดน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาเห็นพ้องว่า การแก้ไขปัญหาหมอกควันจำเป็นต้องอาศัยการพัฒนาพื้นที่ การให้ความรู้แก่เกษตรกร และความร่วมมือทางวิชาการ พร้อมขอบคุณรัฐบาลไทยที่พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้และการพัฒนาศักยภาพในด้านดังกล่าว

ประการที่สาม การสนับสนุนบทบาทของเมียนมาในอาเซียน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยยังคงสื่อสารและหารือกับเมียนมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าการมีส่วนร่วมของเมียนมาในประชาคมอาเซียนจะช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความร่วมมือ และเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายร่วมกันแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาแสดงความขอบคุณประเทศไทยที่ให้ความสำคัญกับเมียนมาและสนับสนุนการมีส่วนร่วมในกรอบอาเซียน พร้อมยืนยันว่าจะสานต่อความร่วมมือกับไทยในทุกมิติในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่ดี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ชี้ต้องแก้กฎหมายสถานบันเทิงให้สอดคล้องปัจจุบัน บอกงงทำไมห้ามนักดนตรีเล่นได้แค่เที่ยงคืน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสข่าวที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.เสนอให้ปรับโซนนิ่งสถานบันเทิงว่า เดี๋ยวหารือ ในส่วนของโซนนิ่งอยู่กับกทม.และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพยายามให้เขาดูว่าปรับตรงไหนเหมาะสมอย่างไร พอบอกให้เขาปรับเขาก็บอกว่าหากยึดกฎหมายเดิมต้องอยู่ห่างจากโรงเรียนห่างวัดไม่เกินกี่กิโลเมตร ปรับไปตรงไหนก็ปรับไม่ได้

นายกฯบอก 'ทำความดีพอ' หลังถูกถามทำบุญประเทศหรือไม่ เพราะเจอเหตุใหญ่หลายครั้ง

ภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในโอกาสวันสถาปนาสำนักนา

ไทยดันสันติภาพเมียนมา ผนึกร่วมมือล้างมลพิษแม่น้ำ

วงประชุม รมต.ต่างประเทศอาเซียน เมียนมา – ไทย ผลักดันประเด็นสันติภาพและกระบวนการปรองดอง พร้อมย้ำความร่วมมือแก้ไขมลพิษในแม่น้ำ-การค้าชายแดน และความมั่นคง