สำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งทุกหน่วยเข้มดูแลความปลอดภัย อำนวยความสะดวกการจราจรช่วงวันหยุดยาว พร้อมย้ำผู้ประกอบการทั่วประเทศงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอด 48 ชั่วโมง ในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
27 กรกฎาคม 2569 - พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยทั่วประเทศเตรียมพร้อมบูรณาการแผนป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม รวมถึงลดอุบัติเหตุทางถนน เนื่องในช่วงวันหยุดราชการติดต่อกันหลายวัน ได้แก่ วันที่ 28 กรกฎาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 29 กรกฎาคม วันอาสาฬหบูชา และวันที่ 30 กรกฎาคม วันเข้าพรรษา
ผบ.ตร.กำชับให้ทุกพื้นที่เข้มมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย อำนวยความสะดวกด้านการจราจร และเพิ่มความเข้มในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร และภาคีเครือข่าย พร้อมเพิ่มความถี่ในการตั้งจุดตรวจและตรวจค้นยานพาหนะต้องสงสัย เพื่อสกัดกั้นอาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด ยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายอื่น
นอกจากนี้ ยังให้กวดขันการป้องกันคดีเกี่ยวกับทรัพย์ในพื้นที่ชุมชน เคหสถาน สถานีขนส่ง สถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม และที่พัก รวมถึงป้องกันการลักขโมยอุปกรณ์การเกษตร อุปกรณ์ไฟฟ้า และสายสื่อสาร ตลอดจนปราบปรามการแข่งรถในทาง การขับขี่โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย และการรวมกลุ่มที่มีพฤติการณ์ส่อไปในทางแข่งรถ
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขอแจ้งเตือนผู้ประกอบการทุกประเภท ทั้งร้านค้าในชุมชน ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงสถานบริการและสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ให้งดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ทั้งขายส่งและขายปลีกทั่วราชอาณาจักร เป็นเวลา 48 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 00.00 น. ของวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 จนถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ยกเว้นสถานที่ที่กฎหมายกำหนดให้ได้รับการยกเว้น
ผู้ฝ่าฝืนมีความผิดตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผบ.ตร.ยังสั่งการให้ตำรวจทุกพื้นที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจร และป้องกันอุบัติเหตุทางถนน ระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม 2569 โดยมอบหมายให้กองบังคับการตำรวจทางหลวงเป็นหน่วยหลักในการบริหารจัดการจราจรบนทางหลวงสายหลัก พร้อมพิจารณาเปิดช่องทางเดินรถพิเศษ (Reversible Lane) ในเส้นทางที่มีความจำเป็น และประสานการปฏิบัติกับตำรวจภูธรจังหวัด รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด หากเกิดอุบัติเหตุ เหตุฉุกเฉิน หรือการจราจรหนาแน่น
ขณะเดียวกัน ทุกสถานีตำรวจจะจัดกำลังตำรวจจราจร ตำรวจทางหลวง และอาสาจราจร ลงพื้นที่อำนวยความสะดวกบริเวณทางแยกสำคัญ สถานที่ท่องเที่ยว ศาสนสถาน สถานีขนส่ง และจุดที่มีประชาชนใช้เส้นทางจำนวนมาก พร้อมจัดระเบียบการจอดรถ ดูแลการสัญจร และให้ความช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดเหตุรถเสีย อุบัติเหตุ หรือเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้การเดินทางกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเส้นทาง แจ้งเหตุ หรือขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วนตำรวจทางหลวง 1193, สายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร 1197, สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สสส.ชวนเปลี่ยนชีวิต 90 วัน งดเหล้าเข้าพรรษา เก็บแต้มชีวิตที่ดีกว่า
สสส. Kick Off แคมเปญ "90 วัน Challenge เก็บแต้มชีวิตที่ดีกว่า" ช่วงเข้าพรรษา สสส. ร่วมกับ สคล. และภาคีเครือข่าย แถลงข่าว โครงการรณรงค์ฤดูกาลสุขปลอดเหล้าและงดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2569
กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเจิมเทียนพรรษา พระราชทานพระอารามหลวง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออกแทนพระองค์ ณ วังสระปทุม ทรงเจิมเทียนพรรษา สำหรับทรงพระราชอุทิศพระราชทานไปจุดบูชาพระรัตนตรัย และพุทธเจดียสถา
ในหลวง ทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต จากฤดูร้อนเป็นฤดูฝน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูร้อนเป็นเครื่องทรงฤดูฝน ถวายพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง
ดักทางพวกผสมโรง ฉวยโอกาสขายเหล้าวันพระใหญ่
เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ เตือนร้านเหล้า ผับบาร์ ที่ไม่ใช่สถานบริการ ร้านโชว์ห่วย สะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารยังคงห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์วันพระใหญ่ หวั่นพวกฉวยโอกาสผสมโรง จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้อง บังคับใช้กฎหมาย ย้ำโทษคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

