13 สิงหาคม 2569 - เพจเฟซบุ๊ก "ปลั๊กไทย by มหาชะนี" ซึ่งนำเสนอข้อมูลอุปกรณ์ปลั๊กพ่วงแบบเจาะลึกและรีวิวร้านอาหาร ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเพื่อเป็นวิทยาทาน ภายหลังจากเหตุการณ์ถูกมิจฉาชีพโกงเงิน 14,500 บาท จากนั้นไปแจ้งความ สน.คันนายาว ทำสำนวนส่งอัยการก่อนจะมีคำสั่งฟ้อง จนกระทั่งศาลตัดสินคดี และได้รับเงินคืนจากมิจฉาชีพในที่สุด โดยมีเนื้อหาดังนี้
1 ปี 3 เดือน กับเงิน 14,500 บาท ที่ถูกมิจฉาชีพโกงไป ผมได้คืนเรียบร้อย จำเลยรับสารภาพระบุว่า เพื่อนร่วมห้องขอบัญชีไปใช้บอกรับเงินโอนจากพ่อ-แม่ เบื้องต้นศาลยังไม่ปักใจเชื่อ จำเลยยังต้องถูกสืบคดีว่าไม่มีการเกี่ยวข้องกับขบวนการฉ้อโกงจริง คดีฉ้อโกงประชาชนเป็นคดีอาญา ยอมความไม่ได้ อัยการอ่านสำนวนแล้วเป็นสั่งฟ้อง ส่วนผม ไม่ติดใจเอาความ แยกย้ายไปทำมาหากินกันต่อไป จบ…อัยการบอกว่า คดีแบบนี้มีเยอะมาก ไม่ใช่ทุกเคสที่จะได้เงินคืน และแสดงความยินดีกับผม
มีคนถามเยอะมากว่า จากกระบวนการที่ถูกโกงตั้งแต่แจ้งความ จนถึงอัยการ จนถึงศาล ผมเสียเงินเท่าไร ถึงจะได้เงินคืนจากจำเลย ค่าจ้างทนายเท่าไร ต้องแต่งตั้งทนายไหม ผมจะบอกว่าผมไม่เสียเงินสักบาท ตั้งแต่เริ่มต้น ผมไปดำเนินการด้วยตัวคนเดียวตลอด ตั้งแต่แจ้งความ จนถึงอัยการ จนถึงศาล ไปโรงพัก 2 รอบ ไปศาล 1 รอบ
ผมขอสรุปเรื่องราวทั้งหมด ส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมได้รับเงินคืนในการถูกมิจจี้หลอกจำนวนเงิน 14,500 บาท คือ "ระบบ" อัจฉริยะ ของฝ่ายคดีออนไลน์ สน.คันนายาว
ร้อยเวรรวมถึงพนักงานสอบสวนคดีออนไลน์ต้องยอมรับว่าต้องรับงานโอเวอร์โหลดมาก โดยส่วนใหญ่ดูแลงานไม่ไหวครับ จำนวนมันมากเกินไป ซึ่งที่ดูแลผมชื่อ ร้อยตำรวจเอกอนันตพงษ์ ฉายาพงษ์ ที่มาดูแลให้ผมในเคสนี้
ระบบของ ร้อยตำรวจเอกอนันตพงษ์ ฉายาพงษ์ คือ "ติดตั้ง App Server" เชื่อมต่อกับระบบไลน์@ โดยมีเซิฟเวอร์อยู่ 1 ตัว ตั้งชื่อว่า "สติ" ผมเห็นรันอยู่บน สน. มีพัดลมระบายความร้อน เขียนไว้ว่า "สติ" และ ตร. ก็บอกว่า เป็นการลงทุนทั้งเงินส่วนตัวและช่วยกันลงขันจากตำรวจของโรงพัก เพราะบางอย่างมันเบิกไม่ได้ หรือถ้าตั้งงบรอเบิกก็ไม่ทันกับจำนวนคดี
นอกจากค่าใช้จ่ายของ App Server แล้ว ยังรวมถึงพวกค่าเน็ต และที่ต้องจ่ายทุกเดือน เดือนละหลายบาทคือ "ค่า Token" เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่นไลน์ รวมไปถึงค่าเช่าที่เก็บเอกสาร ตำรวจบอกก็ต้องลงขันกันในโรงพัก เพราะจำนวนเอกสารมันเยอะมาก
ขั้นตอนมีดังนี้ 1. ผมแจ้งความออนไลน์ไว้ แต่สุดท้ายต้องไปที่ สน.
2. ไปตาม สน. นัด ส่งเปเปอร์ที่ปริ้นออกมาจากการแจ้งความออนไลน์ตามโปรเสส และ ร้อยเวรจะบอกผมให้แอดไลน์@ เป็นคดีออนไลน์ของ สน.คันนายาว (เซิฟเวอร์ที่ชื่อสติ)
3. พอแอดไลน์ ระบบจะถามชื่อ ข้อมูลของเรา เลขที่คดีที่ได้จากแจ้งความออนไลน์ เพื่อรอยืนยันคดี และตัวตนว่าเราเป็นใคร
4. หลังจากยืนยันคดีแล้ว ทางระบบจะสอบถามรูปแบบการถูกโกง ว่าเราเจอมาแบบไหน เรื่องราวเป็นอย่างไร เราก็พิมพ์ไป (ควรจะตั้งใจเล่า ตั้งใจพิมพ์)
5. ระบบจะถามเราโดย Bot ai เพื่อนำไปเรียบเรียงสำนวน เช่นเหตุเกิดได้อย่างไร รูปแบบที่เราถูกโกงเป็นแบบไหน วันที่เท่าไร โอนไปกี่โมง ผ่านธนาคารอะไร อะไรแบบนี้ Bot จะถามมาเรื่อยๆ เราก็ตอบไป
6. ส่งหลักฐานเข้าไป สลิปโอน รายละเอียดรูปภาพต่างๆ ที่เราเก็บไว้ ข้อมูลหน้าโปรไฟล์มิจจี้ที่หลอกเรา ส่งให้ครบถ้วนมากที่สุด
7. หลังจากนั้น ระบบ Server สติ จะประมวลผล และได้ออกมาเป็นสำนวน และเมื่อสำนวนเสร็จ จะให้เราพิจารณาว่า รายละเอียดถูกต้องหรือไม่ หลังจากนั้นมาโรงพักอีกรอบ เพื่อมาเซ็นรับทราบสำนวนที่เป็นรูปแบบเปเปอร์
8. ในระหว่างนั้น โปรเสสต่างๆ ตั้งแต่การส่งเรื่องให้ระงับบัญชีกับธนาคาร ส่งไปวันไหน เอกสารเลขที่อะไร มีการตอบรับจากธนาคารหรือไม่ จะมีการอัพเดทให้ดูเป็น Tree Map ละเอียด
9. ทางตำรวจจะดำเนินการออกหมายเรียกผู้ต้องหา ครั้งที่ 1 ส่งไปวันไหน ผู้ต้องหาตอบรับหรือไม่ หมายเรียกครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 ส่งไปวันไหน ถึงผู้รับหรือไม่เมื่อไร จะมีบอกใน Tree Map (ดูได้ในไลน์ เซิฟเวอร์สติ)
10. จุดนี้ทำให้ผมรู้ว่า ผู้ต้องหาไม่ยอมไปตามหมายเรียก แล้วพอดีกับที่แม่ของผู้ต้องหามีทักหาผมเรื่องคดี ด้วยความเป็นห่วง ผมจึงบอกว่า ให้ลูกแม่ไปตามหมายเรียกเถอะ ก่อนจะถูกหมายจับ มันจะหนักนะ แม่น่าจะบอกลูก ลูกจึงไปตามหมายเรียกครั้งที่ 3 มั้ง
11. เมื่อผู้ต้องหารับหมายเรียกแล้ว ตำรวจจึงรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่เรียบเรียงจากเซิฟเวอร์สติ ส่งเป็นสำนวนไปถึงอัยการ ทั้งจากฝั่งผู้เสียหาย และฝั่งผู้ต้องหา
ทีนี้อัยการก็งานง่ายเลย เพราะข้อมูลละเอียดและครบถ้วน อัยการจึงสั่งฟ้องผู้ต้องหาตามข้อมูลที่ได้รับโดยละเอียด ทั้งนี้ทั้งนั้น เราเองในฐานะผู้เสียหาย ควรตั้งใจให้ข้อมูลและรายละเอียดหลักฐานทั้งหมด เพื่อเป็นประโยชน์ต่อคดีด้วย
โพสต์นี้ผมตั้งขึ้นมา เพื่ออวยระบบ Server สติ ของ ร้อยตำรวจเอกอนันตพงษ์ ฉายาพงษ์ ว่ามันเวิร์คครับ และขอบคุณที่เสียสละทั้งเวลา ความรู้ และเงินส่วนตัว จนได้ระบบนี้ขึ้นมีสำหรับ สน.คันนายาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หมดยุคฆ่าน้องฟ้องนาย! โฆษกตร. ชมแต่งตั้ง 'สีกากี' ไม่เห็นภาพ 'ทำลายกัน-ทำร้ายองค์กร' เหมือนอดีต
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สะท้อนภาพการแต่งตั้งตำรวจช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สปิริตหวนกลับคืนมาแล้ว
โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นนายพล 131 ราย
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศตำรวจชั้นน
ตั้งกรรมการสอบวินัย 'พ.ต.ท.' ซิ่งชนคนตายแล้วหนี
ตำรวจแถลงความคืบหน้าคดี “น้องข้าวปั้น” วัย 16 ปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนรถจักรยานยนต์ ก่อนผู้ก่อเหตุขับรถหลบหนี โดยภายหลังพบผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจยศ พ.ต.ท. เข้ามอบตัวและรับทราบ 2 ข้อกล่าวหา ขณะที่พนักงานสอบสวนยื่นคัดค้านการประกันตัว ด้านตำรวจเผยเร่งไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนทราบตัวผู้ก่อเหตุภายใน 3 วัน พร้อมตรวจสอบประเด็นทะเบียนรถและผลตรวจแอลกอฮอล์
'สารวัตร อ.' ขับรถชนเด็ก16แล้วหนี เข้ามอบตัวรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา 'ตร.' ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
‘สารวัตร อ.’ มอบตัวแล้วเดินทางมาพร้อมกับทนาย เป็นการเผชิญหน้ากับครอบครัวน้องข้าวปั้นเป็นครั้งแรกกล่าวคำขอโทษพร้อมเยียวยา ด้านรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลกยืนยันทำคดีตรงไปตรงมา รับสารภาพ 2 ข้อหา เร่งตรวจเลือด-DNA หาหลักฐานเพิ่ม
'ฝน ศนันธฉัตร' ร้องตร.ไซเบอร์ ถูกมิจฉาชีพทักไลน์ติดต่องาน อ้างมีผู้ใหญ่สนใจ
นางสาวศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล หรือ ฝน ดาราสาวชื่อดัง พร้อมด้วย นายฐานวัฒน์ ลิ้มสังกาศ ทนายความส่วนตัว ได้เดินทางเข้าพบพล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 เพื่อให้ข้อมูลและพยานหลักฐาน กรณีถูกสาวปริศนาอ้างตัวทำงานให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ทักไลน์ส่วนตัวติดต่ออ้างว่ามีผู้ใหญ่สนใจ
นักท่องเที่ยวอินเดียพลัดตกโรงแรมปริศนา ตร.เร่งเช็กวงจรปิด
ศูนย์วิทยุกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุชาวต่างชาติตกจากที่สูง ได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ซอยบัวขาว 15 เมืองพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง

