รัฐบาลเดินหน้ารองรับ “สมรสเท่าเทียม” ยืนยันผู้ประกันตนที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่จำกัดเพศ มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีเสียชีวิต ทั้งเงินสงเคราะห์ ค่าทำศพ และบำเหน็จชราภาพตามหลักเกณฑ์ พร้อมแนะจัดเตรียมเอกสารและระบุผู้รับผลประโยชน์ล่วงหน้า เพื่อรักษาสิทธิให้เป็นไปตามเจตนา
15 สิงหาคม 2569 - นางสาวพลอยทะเล ลักษมึแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน พร้อมปรับปรุงระบบการให้บริการให้รองรับความหลากหลาย เพื่อให้ผู้ประกันตนทุกคนได้รับความคุ้มครองอย่างทั่วถึงและเสมอภาค
ภายหลังการบังคับใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2567 หรือ “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” ซึ่งปรับเปลี่ยนนิยามจาก “ชายและหญิง” เป็น “บุคคลสองคน” ส่งผลให้บุคคลทุกเพศที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีสถานะเป็นคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย และได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเท่าเทียม
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า คู่สมรสทุกเพศที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถได้รับสิทธิประโยชน์ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด โดยเฉพาะสิทธิกรณีเสียชีวิต ได้แก่ เงินสงเคราะห์กรณีตาย ค่าทำศพ และเงินบำเหน็จชราภาพ ดังนี้
1. เงินสงเคราะห์กรณีตาย
หากผู้ประกันตนทำหนังสือระบุบุคคลผู้รับผลประโยชน์ไว้ เงินสงเคราะห์จะจ่ายให้แก่บุคคลดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
หากไม่ได้ทำหนังสือระบุไว้ จะจ่ายให้ผู้มีสิทธิตามลำดับ ได้แก่
1.1 สามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย
1.2 บิดาและมารดา กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรส จะได้รับสิทธิเฉพาะมารดา
1.3 บุตร รวมถึงบุตรบุญธรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย
2. ค่าทำศพ
คู่สมรสสามารถเป็นผู้จัดการศพและยื่นขอรับค่าทำศพจากสำนักงานประกันสังคมได้ โดยสำนักงานประกันสังคมจ่ายค่าทำศพในอัตราเหมาจ่าย 50,000 บาท ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด
3. เงินบำเหน็จชราภาพ
สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 หากเสียชีวิตก่อนรับเงินบำนาญชราภาพ ทายาทมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ ซึ่งประกอบด้วยเงินสะสมและผลประโยชน์ตอบแทน โดยแบ่งให้แก่ผู้มีสิทธิตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
3.1 บุตรชอบด้วยกฎหมาย ได้รับ 2 ส่วน หากมีบุตรตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ได้รับรวม 3 ส่วน
3.2 สามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรส ได้รับ 1 ส่วน
3.3 บิดาและมารดาที่มีชีวิตอยู่ ได้รับ 1 ส่วน
3.4 บุคคลที่ผู้ประกันตนทำหนังสือระบุไว้ ได้รับ 1 ส่วนร่วมกับทายาท
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า หากไม่มีทายาทหรือไม่มีผู้ที่ระบุไว้เป็นผู้รับผลประโยชน์ จะจ่ายตามลำดับ ได้แก่ พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดา ปู่ ย่า ตา ยาย และลุง ป้า น้า อา
ทั้งนี้ ผู้ประกันตนสามารถกำหนดผู้รับผลประโยชน์เป็นบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ทายาทได้ โดยจัดทำหนังสือระบุผู้รับผลประโยชน์ไว้ล่วงหน้าตามหลักเกณฑ์ เพื่อให้การจ่ายสิทธิเป็นไปตามเจตนาของผู้ประกันตนอย่างถูกต้อง
ผู้มีสิทธิสามารถยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีเสียชีวิตได้ ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ผู้ประกันตนเสียชีวิต ณ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด หรือสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ที่สะดวกทั่วประเทศ
“เพื่อประโยชน์ในการรักษาสิทธิและการรับสิทธิประโยชน์อย่างถูกต้อง ขอให้ผู้ประกันตนตรวจสอบและจัดเตรียมเอกสารเกี่ยวกับสิทธิของตนเองให้ครบถ้วน” นางสาวพลอยทะเล กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศาลปกครองนัดชี้ขาด 11 ส.ค. ปมเลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
ศาลปกครองกลางเรียกไต่สวนคู่กรณีอีกครั้ง 7 ส.ค. ก่อนนัดฟังความเห็นตุลาการผู้แถลงคดีและอ่านคำพิพากษา 11 ส.ค. คดีทีมประกันสังคมก้าวหน้าฟ้องเพิกถอนประกาศเลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ยื
ครม.เคาะสูตรใหม่บำนาญประกันสังคม ยุติคิดเงิน 60 เดือนสุดท้าย
ครม.อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง ปรับสูตรคำนวณบำนาญชราภาพประกันสังคม ใช้สูตร CARE คำนวณจากฐานเงินสมทบตลอดอายุการทำงาน แทนการคิดจากค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ย้ำผู้รับบำนาญเดิมไม่ถูกลดสิทธิ และผู้ได้
รัฐบาลมุ่งดูแล 'ผู้ประกันตน' หนุนสิทธิประโยชน์ช่วงตั้งครรภ์รับเงิน 3 กรณี
รัฐบาลมุ่งดูแลผู้ประกันตน ม.33 ม.39 หนุนสิทธิประโยชน์ช่วงตั้งครรภ์ 3 กรณี ค่าตรวจและฝากครรภ์ รวมสูงสุด 1,500 บาท – คลอดบุตร 1.5 หมื่นบาท – ให้เงินสงเคราะห์บุตร 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ไม่เกิน 3 คน ตั้งแต่แรกเกิดจนครบ 6 ปี
'น้ำแข็ง' บุกประกันสังคม! จี้ถามงบฯล่องหน
ที่สำนักงานประกันสังคม นางสาวรัชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชนชน ในฐานะประธานกรรมาธิการ
ทุ่มบัตรทอง ปลูกถ่ายตับ เปลี่ยนหัวใจ
30 บาทเฮ! รัฐบาลเผยบอร์ด สปสช.ไฟเขียวเพิ่มอัตราจ่าย “ปลูกถ่ายตับ-เปลี่ยนหัวใจ” บัตรทอง เพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วย ระบุใช้งบประมาณประหยัดจากการปรับอัตราชดเชยค่ายากดภูมิ
ข่าวดี! บอร์ด สปสช. ไฟเขียวเพิ่มค่ารักษา 'ปลูกถ่ายตับ-เปลี่ยนหัวใจ' สิทธิบัตรทอง
รัฐบาลเผยบอร์ด สปสช. เห็นชอบเพิ่มอัตราจ่ายชดเชยบริการปลูกถ่ายตับและเปลี่ยนหัวใจในระบบบัตรทอง 30 บาท เพื่อเพิ่มโอกาสผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาโรคซับซ้อนและค่าใช้จ่ายสูง

