นายกฯ ชวนธุรกิจออสเตรเลีย “ลงทุนไทย เชื่อมอาเซียน” เปิดตลาดเกือบ 700 ล้านคน ชู 5 อุตสาหกรรมต่อยอดหุ้นส่วนเศรษฐกิจ
18 สิงหาคม 2569 - เวลา 16.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นนครซิดนีย์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง) ณ โรงแรม Crown Towers นครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปาฐกถาในงาน “Thailand–Australia Investment and Business Partnership Reception” หัวข้อ “Thailand and Australia, A Strategic Partnership for Growth” โดยมีผู้แทนภาครัฐและภาคธุรกิจของไทยและออสเตรเลียเข้าร่วม
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในปี 2570 ไทยและออสเตรเลียจะครบรอบ 75 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศได้ร่วมกันสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งทั้งด้านการค้า การลงทุน และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน การเยือนครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการสานต่อความสัมพันธ์ระดับรัฐบาล แต่เป็นโอกาสในการเชื่อมโยงภาคธุรกิจให้เปลี่ยนความสัมพันธ์ที่มีมายาวนานไปสู่การลงทุน การสร้างงาน และโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ โดยรัฐบาลมีหน้าที่เปิดประตูและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ขณะที่ภาคธุรกิจคือผู้ที่จะเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่เผชิญความไม่แน่นอนจากภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทาน ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการสร้างความยืดหยุ่นและภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ ผ่านการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่เข้มแข็ง การส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับประเทศหุ้นส่วน เพื่อให้เศรษฐกิจไทยและภูมิภาคสามารถเติบโตได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ในระดับภูมิภาคไทยในฐานะหนึ่งในประเทศผู้ก่อตั้งอาเซียน และจะรับหน้าที่ประธานอาเซียนในปี 2571 มุ่งเสริมสร้างความเชื่อมโยงและความยืดหยุ่นของภูมิภาค โดยไทยกำลังขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานกับประเทศต่าง ๆ เพื่อให้อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีความเข้มแข็ง เชื่อมโยง และสามารถแข่งขันได้มากขึ้น
นายกรัฐมนตรี กล่าวเน้นย้ำว่า จุดแข็งของประเทศไทยไม่ได้อยู่เพียงขนาดของตลาดภายในประเทศ แต่รวมถึงที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ฐานอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน และเครือข่ายการค้าที่เชื่อมโยงกับประเทศต่าง ๆ การลงทุนและผลิตในประเทศไทยจึงไม่ได้หมายถึงการเข้าถึงตลาดไทยที่มีประชากรราว 66 ล้านคนเท่านั้น แต่ยังสามารถเชื่อมต่อไปยังตลาดอาเซียนที่มีประชากรเกือบ 700 ล้านคน และมีการบูรณาการด้านการค้าและห่วงโซ่อุปทานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“การลงทุนและผลิตในประเทศไทย ไม่ได้หมายถึงการเข้าสู่ตลาดใดตลาดหนึ่ง แต่คือการเข้าสู่ทั้งภูมิภาค” นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สำหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย–ออสเตรเลีย ทั้งสองประเทศมีรากฐานที่แข็งแกร่งจากความตกลงการค้าเสรีไทย–ออสเตรเลียที่มีผลบังคับใช้มานานกว่า 2 ทศวรรษ ขณะที่โครงสร้างเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศมีจุดแข็งที่สามารถเกื้อหนุนกันได้ โดยเห็นโอกาสขยายความร่วมมือใน 5 สาขาสำคัญ ได้แก่ เกษตรกรรมและอาหาร พลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงาน อุตสาหกรรมดิจิทัลและสร้างสรรค์ การผลิตขั้นสูง และการศึกษา
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อประเทศไทยยังคงแข็งแกร่ง โดยในปี 2568 คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนมีมูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์ประมาณ 80,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เพิ่มขึ้นร้อยละ 67 จากปีก่อน คิดเป็นเงินไทยราว 1.87 ล้านล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน 23.47 บาท) ซึ่งเพียงช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนแล้วประมาณ 61,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย สะท้อนว่าแม้เศรษฐกิจโลกจะมีความไม่แน่นอน นักลงทุนยังคงมองเห็นโอกาสและเลือกประเทศไทยเป็นฐานการลงทุน
ขณะเดียวกัน รัฐบาลกำลังเร่งทำให้การลงทุนในประเทศไทยสะดวกและแข่งขันได้มากขึ้น โดย Thailand FastPass ช่วยให้นักลงทุนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสามารถเดินหน้าจากขั้นตอนการอนุมัติไปสู่การดำเนินธุรกิจได้รวดเร็วขึ้น ขณะที่ Skill Bridge มุ่งพัฒนากำลังคนให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมอนาคต ทั้งเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีชีวภาพ และการผลิตขั้นสูง ส่วน Utility Green Tariff นั้น เป็นการเพิ่มทางเลือกให้ภาคธุรกิจเข้าถึงไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อรองรับการลงทุนที่ให้ความสำคัญกับการลดคาร์บอนและความยั่งยืน
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวเชิญชวนภาคธุรกิจไทยและออสเตรเลียใช้ประโยชน์จากความไว้วางใจที่สั่งสมมาเกือบ 75 ปี และรากฐานจากความตกลงการค้าเสรีที่มีมานานกว่า 2 ทศวรรษ เพื่อเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทาน ขยายการลงทุน และสร้างความร่วมมือในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยมองประเทศไทยเป็นทั้งฐานการลงทุนและจุดเชื่อมต่อสู่โอกาสทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน
ทั้งนี้ ในการจัดงานครั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้เชิญบริษัทชั้นนำของออสเตรเลียกว่า 53 แห่งเข้าร่วม ครอบคลุมอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและสอดคล้องกับทิศทางการลงทุนของไทย ทั้งเทคโนโลยี ดิจิทัล เกษตรและอาหาร ยานยนต์ การผลิตขั้นสูง เหมืองแร่ และการศึกษา อาทิ ANCA บริษัทด้านการผลิตขั้นสูงซึ่งมีฐานการดำเนินธุรกิจและผลิตเครื่องจักรในประเทศไทย Canva บริษัทเทคโนโลยีด้านการออกแบบที่ให้ความสนใจต่อศักยภาพเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย และ Hastings ซึ่งดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ส่วนเอกชน ได้แก่ ไทยเบฟเวอเรจ กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล บี.กริม เพาเวอร์ จำกลุ่มมิตรผล เป็นต้น
ภาคธุรกิจออสเตรเลียและไทยที่เข้าร่วมงานยังสะท้อนว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ช่วยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนของทั้งสองประเทศได้พบปะและสร้างเครือข่ายทางธุรกิจโดยตรง ขณะเดียวกัน การได้พบกับนายกรัฐมนตรีและผู้กำหนดนโยบายสำคัญของไทย ทำให้ภาคธุรกิจออสเตรเลียได้รับทราบทิศทางนโยบายและโอกาสการลงทุนของประเทศไทยอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงสามารถมองเห็นสาขาที่จุดแข็งของออสเตรเลียสามารถเชื่อมโยงกับความต้องการและทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยได้ในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นิพิฏฐ์' จับพิรุธ 3 จุด! ปมค้นรถนายกฯ ชวนสงสัยเกิดอะไรขึ้น
อดีต สส.พัทลุง ตั้งข้อสังเกตคลิปตำรวจตรวจค้นรถ “อนุทิน” ที่บุรีรัมย์ ไล่ตั้งแต่ตำแหน่งที่นั่ง ไปจนถึงไร้ผู้ติดตาม-คนนั่งข้างคนขับ ก่อนสรุปสั้น ๆ ว่า “เป็นละคร”
'อนุทิน' โชว์วิชั่นบนเวที Lowy เมื่อโลกแบ่งขั้ว ไทยไม่เลือกข้าง แต่ต้องมีทางเลือก
วันที่ 18 สิงหาคม เวลา 10.20 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครซิดนีย์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีแล
'อนุทิน' ขนทัพนักธุรกิจไทยชั้นนำ 21 ราย ปลุกลงทุนร่วม จัดเวทีใหญ่จีบ 53 บิ๊กธุรกิจออสเตรเลีย
ผู้สื่อข่าวรายงานจากประเทศออสเตรเลียว่า ในช่วงเวลา 16.00 น. (ตามเวลาที่นครซิดนีย์เร็วกว่าเวลาที่ประเทศไทย 3 ชั่วโมง) นายอนุทิน ชาญ
'อนุทิน–เอกนิติ' ยังไม่พอใจเศรษฐกิจไทยโต 2.2% เพราะอยากให้โตกว่านี้
ที่ออสเตรเลีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้สั
นายกฯ เยี่ยมคารวะผู้สำเร็จราชการแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์
วันที่ 18 สิงหาคม เวลา 09.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครซิดนีย์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง ณ ห้อง Drawing Room ทำเนียบรัฐบาลรัฐนิ
นายกฯอนุทิน เดินทางถึงนครซิดนีย์ พร้อมขับเคลื่อนหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย-ออสเตรเลีย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางถึงนครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย เพื่อเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17–20 สิงหาคม 2569 ตามคำเชิญของนายแอนโทนี แอลบาเนซี (The Honourable Anthony Albanese) นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย โดยการเยือนครั้งนี้มุ่งขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย–ออสเตรเลียให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

