เปิดฟังความเห็นกติกาใหม่ คุมแอปเรียกรถ-ส่งอาหาร ก่อนประกาศใช้ ก.ย.

รัฐบาลเปิดรับฟังความเห็นกติกาใหม่ คุมแอปเรียกรถ–ส่งอาหาร จับตาพ่วงงานแต่ลดค่ารอบ–GPS คลาดเคลื่อน–หน้าจอชวนเข้าใจผิด ยันต้องเป็นธรรมไม่เอาเปรียบ คาดประกาศใช้ได้ภายใน ก.ย.นี้

21 ส.ค. 2569 – นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการยกระดับการกำกับดูแลธุรกิจเศรษฐกิจดิจิทัลให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรมว่า สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อเอกสารหลักการ “ข้อกำหนดมาตรฐานการให้บริการในระบบนิเวศแพลตฟอร์มดิจิทัลบริการเรียกรถโดยสารและบริการจัดส่งออนดีมานด์” เพื่อพัฒนากติกาให้ครอบคลุมบริการเรียกรถโดยสาร รับส่งสิ่งของ และรับส่งอาหาร ซึ่งมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันและสร้างรายได้ให้กับผู้ขับและร้านค้าจำนวนมาก

นางสาวลลิดา กล่าวว่า ที่ผ่านมาการพูดถึงความเป็นธรรมบนแพลตฟอร์มมักให้ความสนใจกับค่าธรรมเนียมส่วนแบ่งการขาย หรือ GP แต่เอกสารหลักการฉบับนี้ขยายการพิจารณาไปถึง “ระบบหลังบ้าน” เงื่อนไขทางการค้า และกลไกการทำงานของแพลตฟอร์มที่อาจส่งผลต่อรายได้หรือการตัดสินใจของผู้ใช้ โดยข้อมูลของสำนักงาน กขค. ระบุว่า ตลาดบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันมีผู้ขับมากกว่า 400,000 ราย จึงเป็นตลาดที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบอาชีพและผู้บริโภคในวงกว้าง

ประเด็นที่อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น ได้แก่ ระบบพ่วงงาน (Batching) เช่น กรณีให้ผู้ขับรับงานจาก 2 ร้านและจัดส่ง 2 สถานที่พร้อมกัน แต่มีการปรับลดค่ารอบลง ปัญหาความคลาดเคลื่อนของ GPS ซึ่งอาจทำให้ระยะทางที่ใช้คำนวณค่าตอบแทนไม่ตรงกับระยะทางที่ผู้ขับเดินทางจริง ตลอดจนการออกแบบหน้าจอหรือขั้นตอนการใช้งานที่อาจทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิด หรือ Deceptive Patterns/Dark Patterns รวมถึงหลักเกณฑ์การจัดลำดับงานให้ผู้ขับและการจัดลำดับหรือแสดงบริการของแพลตฟอร์มตนเองก่อน หรือ Self-preferencing ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาความโปร่งใสและความเป็นธรรม

“เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่คำถามว่าแพลตฟอร์มเก็บ GP เท่าไร แต่รวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นหลังหน้าจอด้วย เช่น รับงานสองงานแต่ค่ารอบลดลง ระยะทางจริงกับระยะทางที่ระบบคำนวณไม่ตรงกัน หรือการออกแบบขั้นตอนที่ทำให้ผู้ใช้ตัดสินใจโดยอาจไม่เข้าใจข้อมูลทั้งหมด สิ่งเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อรายได้ของคนทำงาน ต้นทุนของร้านค้า และการตัดสินใจของผู้บริโภค จึงควรนำมาพิจารณาในการออกแบบกติกาด้วย” นางสาวลลิดากล่าว

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อมูลของสำนักงาน กขค. ระบุว่า ตลาดบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันในปี 2568 มีมูลค่าประมาณ 45,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มเป็นมากกว่า 49,000 ล้านบาทภายในปี 2572 ขณะที่ตลาดมีลักษณะกระจุกตัวสูง การวางกติกาที่ชัดเจนจึงมีความสำคัญต่อการลดความเสี่ยงจากพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกฝ่ายสามารถแข่งขันและเติบโตได้

“รัฐบาลขอย้ำว่า นี่ไม่ใช่การห้ามทำธุรกิจ ไม่ใช่การห้ามแพลตฟอร์มจัดโปรโมชัน และข้อกำหนดดังกล่าวยังไม่มีผลบังคับใช้ แต่เป็นช่วงของการเปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อให้คนที่อยู่ในระบบจริง ทั้งผู้ขับ ร้านค้า ผู้บริโภค และผู้ประกอบการแพลตฟอร์ม ได้มีส่วนร่วมออกแบบกติกาที่เหมาะสม เป้าหมายคือทำให้เศรษฐกิจแพลตฟอร์มเติบโตต่อไปได้ โดยการแข่งขันต้องเป็นธรรมและไม่มีฝ่ายใดถูกเอาเปรียบ” นางสาวลลิดา ระบุ

ทั้งนี้ สำนักงาน กขค. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อเอกสารหลักการดังกล่าวถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ก่อนนำข้อคิดเห็นจากทุกภาคส่วนไปประกอบการพัฒนาหลักเกณฑ์และกฎระเบียบ โดยคาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ภายในสิ้นเดือนกันยายน 2569 ผู้ขับ ร้านค้า ผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และประชาชนที่สนใจสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์สำนักงาน กขค.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

’พิพัฒน์‘พร้อมแจงศึกซักฟอก ยันตอบทุกประเด็นที่เป็นข้อเท็จจริง

’พิพัฒน์‘ ยืนยันพร้อมรับมือฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจหลังมีรายชื่อเป็น 1 ใน 18 บุคคลที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปราย ระบุพร้อมชี้แจงทุกประเด็นที่เป็นข้อเท็จจริง ไม่กังวลและไม่เคยหนีปัญหา

กสม. กระทุ้ง สธ. 'ศูนย์บำบัดยาเสพติดกระบี่' ละเมิดสิทธิ ล่ามโซ่-เฆี่ยนตี

'กสม.' ชี้ศูนย์บำบัดยาเสพติดกระบี่ละเมิดสิทธิ ล่ามโซ่-เฆี่ยนตีผู้เข้าบำบัด เปิดศูนย์ไร้ทะเบียน จี้รัฐบาลยกระดับมาตรฐานคุมสถานฟื้นฟูเอกชน ป้องกันเหตุซ้ำรอย

'เจเศรษฐ์' ชี้โดนซักฟอกแค่ยุทธศาสตร์ฝ่ายค้าน ยกปริญญาโต้ไร้ภาวะผู้นำ

'เจเศรษฐ์' ไม่กังวลมีชื่อโดนซักฟอก ชี้เป็นยุทธศาสตร์ฝ่ายค้าน ทำให้ประชาชนสงสัยในสิ่งดีที่รัฐบาลทำ ยกปริญญาข่มข้อหาไร้ภาวะผู้นำ

'ภราดร' สวนฝ่ายค้าน 'บันเทิงธิปไตย' ยื่นซักฟอกถึง 18 รมต. แค่หนังซ้ำแจงได้

'ภราดร' ตอกบันเทิงธิปไตย ยื่นญัตติซักฟอกถึง 18 คน เย้ยฉายหนังซ้ำ มั่นใจชี้แจงได้ ขอปฏิบัติตามข้อบังคับเคร่งครัด อย่าทำบุคคลภายนอกเสียหาย

'ลลิดา' แจงนายกฯไปสิงคโปร์ คนไทยได้โอกาสทางเศรษฐกิจ ไม่ได้ทิ้งปัญหาน้ำท่วม

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การเดินทางไปสิงคโปร์ของนายกรัฐมนตรีในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมว่า รัฐบาลเข้าใจความห่วงใยของประชาชน

กทม.จับมือ 'กลาโหม' เร่งฟื้นฟูเคหะร่มเกล้าให้เสร็จใน 4-5 วัน

3 ถนนสายหลัก กทม.น้ำแห้งแล้ว ด้าน กทม. จับมือ 'กลาโหม' เร่งฟื้นฟูเคหะร่มเกล้า ตั้งเป้าแล้วเสร็จใน 4-5 วัน พร้อมผนึกกำลังระบายน้ำออกจาก 80 ชุมชน