รัฐบาลจับมือออมสินหั่นดอกเบี้ย ช่วยครู 2.8 แสนบัญชี ปลดหนี้ไวขึ้น

ศธ.–สกสค.–ออมสิน ผนึกกำลังช่วยครูแก้หนี้ กว่า 2.8 แสนบัญชี ลดดอกเบี้ยเหลือ 3.50% พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงิน สร้างภูมิคุ้มกันครูกลับสู่วงจรหนี้ในระยะยาว

21 ส.ค. 2569 – ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหาหนี้สินครูเชิงรุก โดยกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. และธนาคารออมสิน ร่วมกันจัดโครงการ “ออมสินก้าวไปกับครู…ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน” เพื่อช่วยลดภาระดอกเบี้ยและเร่งให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถชำระเงินต้นและปิดจบภาระหนี้ได้เร็วขึ้น โดยปัจจุบันมีครูและบุคลากรทางการศึกษาที่กู้ในโครงการดังกล่าวและยังมีภาระหนี้อยู่กว่า 280,000 บัญชี

สำหรับมาตรการสำคัญ ธนาคารออมสินจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกหนี้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.–ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ที่มีสถานะปกติ ไม่มีสถานะทางกฎหมาย และสัญญายังไม่ครบกำหนดในปี 2569 เหลือ 3.50% ต่อปี จนถึงเดือนธันวาคม 2570 จากเดิม 6–7% ต่อปี

จุดสำคัญคือ ลูกหนี้ ยังชำระเงินงวดในจำนวนเท่าเดิม แต่เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง เงินส่วนที่เคยจ่ายเป็นดอกเบี้ยจะถูกนำไปตัดเงินต้นได้มากขึ้น ทำให้เงินต้นลดเร็วขึ้นและระยะเวลาการเป็นหนี้สั้นลง ขณะที่ตั้งแต่เดือนมกราคม 2571 เป็นต้นไป จะใช้อัตราดอกเบี้ยตามเงื่อนไขเดิมของสัญญา คือ MLR ลบ 2.00% ต่อปี หรือ MRR ลบ 2.00% ต่อปี ตามอัตราอ้างอิงในสัญญากู้เดิม

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า ปัญหาหนี้สินครูเป็นภาระที่สะสมมายาวนาน โดยโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.–ช.พ.ส. มีครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับอนุมัติสินเชื่อมาแล้วกว่า 900,000 บัญชี คิดเป็นวงเงินสินเชื่อสะสมกว่า 760,000 ล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันยังมีบัญชีสินเชื่อคงค้างกว่า 291,185 บัญชี คิดเป็นเงินต้นคงเหลือกว่า 223,952 ล้านบาท สะท้อนถึงภาระทางการเงินที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายรายเดือน คุณภาพชีวิต และความมั่นคงทางการเงินของครูในระยะยาว

“มาตรการนี้ต้องการให้การช่วยเหลือเกิดผลกับครูโดยตรง เพราะการลดดอกเบี้ยทำให้เงินงวดที่จ่ายเท่าเดิมถูกนำไปตัดเงินต้นได้มากขึ้น ช่วยลดระยะเวลาการเป็นหนี้และเปิดทางให้ครูสามารถปิดจบภาระหนี้ได้เร็วขึ้น เมื่อภาระหนี้ลดลงก็จะมีโอกาสนำรายได้ไปดูแลครอบครัวและวางแผนอนาคตได้มากขึ้น” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

สำหรับผู้ที่ได้รับแจ้งสิทธิ์ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่าน แอปพลิเคชัน MyMo หรือธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม–31 ตุลาคม 2569 โดยผู้ที่ลงทะเบียนก่อนจะได้รับสิทธิ์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยก่อน

ส่วนผู้ที่พ้นสภาพสมาชิก ช.พ.ค.–ช.พ.ส. และประสงค์เข้าร่วมโครงการ จะต้องดำเนินการขอกลับเข้าเป็นสมาชิกกับสำนักงาน สกสค. ก่อน แล้วจึงลงทะเบียนกับธนาคารออมสิน ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569

ขณะที่ผู้ที่ยังไม่เข้าเกณฑ์ เช่น มีหนี้ค้างชำระเกิน 1 เดือน มีสถานะทางกฎหมาย หรือมีการปรับโครงสร้างหนี้ สามารถติดต่อธนาคารออมสินทุกสาขาเพื่อปรับปรุงสถานะและดำเนินการตามเงื่อนไข ก่อนเข้าร่วมมาตรการลดดอกเบี้ยได้

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลไม่ได้มุ่งเพียงการลดภาระหนี้ที่มีอยู่ แต่ต้องการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน โดย ศธ. กำลังพิจารณาผลักดันโครงการ ส่งเสริมความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) ให้แก่ครูในทุกช่วงวัย เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันทางการเงิน ช่วยให้ครูสามารถวางแผนและบริหารจัดการการเงินได้อย่างรู้เท่าทัน และลดโอกาสกลับเข้าสู่วงจรหนี้ซ้ำในอนาคต

“รัฐบาลต้องการเห็นครูไม่เพียงหลุดพ้นจากภาระหนี้ในวันนี้ แต่สามารถมีภูมิคุ้มกันทางการเงินและวางแผนอนาคตได้ด้วย มาตรการลดดอกเบี้ยจึงเป็นการช่วยแก้ปัญหาในระยะเร่งด่วน ขณะที่การส่งเสริมความรู้ทางการเงินจะเป็นแนวทางสำคัญในการป้องกันไม่ให้ปัญหาหนี้กลับมาเกิดซ้ำในระยะยาว” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการสอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติม สามารถติดต่อธนาคารออมสินทุกสาขา เว็บไซต์ธนาคารออมสิน หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เอกนิติ' ฮึ่ม! ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ถก คกก.น้ำภาคกลาง ประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า 7-10 วัน

‘เอกนิติ’ หัวโต๊ะถก คกก.น้ำภาคกลาง ประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า 7-10 วัน รับลูกบัญชานายกฯ สั่งรวมข้อมูลชุดเดียว ไม่ใช่ต่างคนต่างทำงาน

คุมเข้มความปลอดภัยโรงเรียน เพิ่มบทลงโทษผู้บริหารปกปิดเหตุ

รัฐบาลเพิ่มบทลงโทษผู้บริหารโรงเรียนปกปิดเหตุ เดินหน้าคุมเข้มความปลอดภัยในโรงเรียน รับมือภัยออนไลน์ เปิด Traffy Fondue แจ้งเหตุ

'ภท.' เฉลยแล้ว! ทำไมแตะ 'ภาษีบาป' เส้นเงินไปทางไหน ใช้ทำอะไร

'ศุภชัย' ร่ายยาวทำไมสังคายนา 'ภาษีบาป' ชี้ถึงเวลาประเทศไทยต้องปฏิรูปภาษีทั้งระบบ ยันนายทุนเหล้าบุหรี่ต้องจ่ายเหมือนเดิม แค่เปลี่ยนเส้นทางเงิน เปลี่ยนเข้ารายได้รัฐแทน

ชำแหละ! ศึกวิวาทะ 'โรม' VS 'ไอเดียร์' ใครได้เปรียบเสียเปรียบ

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ศึกวิวาทะสแกมเมอร์:ไอเดียร์ เสียเปรียบ โรม" ว่า

รัฐบาลขอเคลียร์! อย่าตีความคำเตือนนายกฯ ให้ทิ้งสัตว์เลี้ยง ชี้รีบอพยพก่อนน้ำท่วมสูง

'รองโฆษกรัฐบาล' แจงปมอพยพพร้อมสัตว์เลี้ยง ย้ำอย่าตีความคำเตือนนายกฯ ให้ทิ้งสัตว์ไว้ข้างหลัง ชี้สิ่งสำคัญคือพาทั้งคนและสัตว์ออกจากพื้นที่ก่อนน้ำสูงจนช่วยเหลือลำบาก