กมธ.ต่างประเทศ วุฒิสภา รุกเชียงราย ยกร่างสมุดปกขาว 'ไทย–จีน' ในระเบียบโลกใหม่

กมธ.ต่างประเทศ วุฒิสภา รุกเชียงราย ยกร่างสมุดปกขาว ‘ไทย–จีน’ ในระเบียบโลกใหม่ ปลดล็อกคอขวด R3A-ดันด่านกวนเหล่ย หนุน SME ไทยพ้น ‘ทางผ่านสินค้า’

23 ส.ค.2569-คณะอนุกรรมาธิการติดตามสถานการณ์โลกที่มีผลกระทบต่อไทยและอาเซียน ในคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา นำโดย นายชวภณ วัธนเวคิน รองประธานคณะกรรมาธิการฯ คนที่หนึ่ง ในฐานะหัวหน้าคณะเดินทาง พร้อมด้วยคณะอนุกรรมาธิการ ได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 20-22 สิงหาคม 2569 โดยเข้าประชุมและลงพื้นที่จริง ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ด่านศุลกากรเชียงของ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) และโครงการพัฒนาดอยตุงฯ เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึกและข้อเท็จจริงจากหน้างาน นำไปยกร่าง สมุดปกขาว (White Paper) ในชื่อ “ไทย–จีนในระเบียบโลกใหม่: ความร่วมมือเพื่อความสมดุลทางการค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน” (Thailand–China in the New World Order: Cooperation for Trade Balance and Sustainable Development) เสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภาและรัฐบาล เพื่อใช้เป็นกรอบยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการต่างประเทศและการค้าของไทยในระดับประเทศ 

นายชวภณ ในฐานะหัวหน้าคณะเดินทาง เน้นย้ำว่า การลงพื้นที่เชียงรายครั้งนี้เป็นการนำคณะมาศึกษาข้อเท็จจริงในพื้นที่ประตูการค้าสำคัญ เพื่อนำปัญหาจริงไปจัดทำสมุดปกขาวเสนอแนะเชิงนโยบายแก่รัฐบาลในการสร้างสมดุลทางการค้าระหว่างไทยกับจีนระดับประเทศ โดยจากการวิเคราะห์โครงสร้างโลจิสติกส์การค้าระหว่างไทย-จีนในภาพรวมประเทศ พบว่า การขนส่งสินค้าระหว่างไทยกับจีนส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาทางเรือเป็นหลักสูงถึง 80% ส่วนทางบกมีสัดส่วนประมาณ 20% แต่ในบรรดาช่องทางบกทั้งหมด เส้นทาง R3A ผ่านด่านเชียงของถือเป็นประตูทางบกที่สำคัญที่สุดในการขนส่งสินค้าเกษตรและผลไม้สด โดยตัวเลขสินค้าที่ผ่านด่านเชียงของนั้น พบว่าเป็นสินค้าที่มีต้นทางมาจากประเทศจีนถึง 80% และมาจาก สปป.ลาว เพียง 20% เท่านั้น

นายชวภณ ระบุว่า แม้ตัวเลขการค้าผ่าน 3 ด่านหลักของเชียงรายช่วงครึ่งแรกปีงบประมาณ 2569 จะพุ่งสูงถึง 65,000 ล้านบาท และไทยเกินดุลการค้ากว่า 45,000 ล้านบาท แต่ในความเป็นจริง ตัวเลขกว่า 70% เป็นเพียง สินค้าผ่านแดนจากส่วนกลางที่ใช้เชียงรายเป็นทางผ่านไปสู่จีน ไม่ได้สร้างรายได้ตกถึงท้องถิ่นอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ขณะที่สินค้านำเข้าจากจีนกว่า 95% ได้รับยกเว้นอากรตามกรอบ FTA ทำให้รัฐเก็บภาษีไม่ได้ตามเป้า และผู้ประกอบการ Local SMEs ต้องแบกรับแรงกดดันจากการถูกสินค้าต่างชาติเข้ามาตีตลาด คณะฯ จึงเสนอให้ภาครัฐอุดหนุนและยกระดับ SME ไทยด้วยนวัตกรรม Cold Chain และมาตรฐานแบรนด์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางการค้าในภาพรวม

ในมิติการขนส่งและโลจิสติกส์ คณะฯ พบว่าเส้นทาง R3A ทางบกประสบปัญหาถนนฝั่ง สปป.ลาว ชำรุดหนัก และมีภาระ ค่าเปลี่ยนหัวลากแฝงตู้ละประมาณ 60,000 บาท ส่งผลให้ต้นทุนขนส่งพุ่งสูงถึง 260,000–300,000 บาท/ตู้ จึงเตรียมเสนอรัฐบาลให้เร่งผลักดันการขนส่งทางน้ำผ่านแม่น้ำโขงจากท่าเรือเชียงแสนไปยัง “ท่าเรือกวนเหล่ย” ของจีน ซึ่งมีระยะทางเพียง 265 กม. และต้นทุนต่ำกว่าอยู่ที่ 240,000–275,000 บาท/ตู้ โดยก่อนหน้านี้ ทางการจีนอนุมัติให้กวนเหล่ยเป็นด่านจำเพาะนำเข้าผลไม้สดเพิ่มเติม ส่วนโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ มูลค่า 1,996 ล้านบาท แม้การก่อสร้างระยะที่ 2 จะก้าวหน้ากว่า 92.80% แต่ยังติดปัญหาการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน (PPP) ที่ต้องเร่งทบทวนผลศึกษาเพื่อปลดล็อกการใช้งาน 

“คณะฯ ได้หารือร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อยกระดับสถาบันเป็น ศูนย์เตือนภัยทางการค้าและกฎระเบียบจีน หรือ Early Warning Center โดยเสนอให้นำจุดแข็งจากหลักสูตร “Plus Chinese” และงานวิจัยข้ามพรมแดน มาแปลงเป็น Policy Brief สั้น 3-4 หน้า สำหรับใช้อ้างอิงผลักดันงบประมาณและทดลองทำ Sandbox ชายแดน ควบคู่กับการนำ ดอยตุงโมเดล ซึ่งยึดหลัก 3S: Survival, Sufficiency, Sustainability มาเป็นแนวทางยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน”

สำหรับข้อสรุปของการดูงานทั้งหมดจะถูกบรรจุในสมุดปกขาวเสนอต่อวุฒิสภาและรัฐบาล นำไปใช้เป็นกรอบเจรจาทางการทูต การจัดสรรงบประมาณ และการปฏิรูปกฎระเบียบการค้าชายแดนของประเทศต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผู้ว่าฯ เชียงรายยกทัพของดี 4 จังหวัด บุกกรุง เปิด ‘อุตสาหกรรมแฟร์ล้านนาตะวันออก 2026’

เชียงรายนำทัพ พะเยา-แพร่-น่าน ขนสินค้าเด่นภูมิปัญญาล้านนาตะวันออกเปิดตลาดกลางกรุง ในงาน “อุตสาหกรรมแฟร์ล้านนาตะวันออก 2026” ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว ดันผู้ประกอบการท้องถิ่นเชื่อมตลาดระดับประเทศ ชวน “ชม ชิม ช้อป ใช้” ถึง 16 ส.ค.นี้

ทวงผลประชามติแก้รธน. บี้ 'รัฐบาล-ฝ่ายค้าน-วุฒิสภา' ลงมือทำ

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "กระตุกเตือน : ทวงผลประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ" โดยระบุว่า

นายกฯ เตรียมเปิดวิสัยทัศน์ วางยุทธศาสตร์ไทยในระเบียบโลกใหม่

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดเป็นประธานเปิดงาน The INTANIA Forum: SURVIVING UNDER THE NEW WORLD ORDER ฝ่าวิกฤติ รับมือระเบียบโลกใหม่

สว. ผนึกกำลังเอกชนเดินหน้าผลักดันเชื้อเพลิงขับดันจรวด

กมธ.ไอซีที วุฒิสภา เดินหน้าผลักดันโครงการดินขับจรวดแห่งชาติ จับมือเอกชนหนุนไทยสู่อุตสาหกรรมอวกาศ ยกระดับเทคโนโลยีประเทศชาติบนเวทีโลก